Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ตรวจภายใน สำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างไร

การตรวจภายใน คือการตรวจหาความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์เพศหญิงทั้งภายนอกและภายใน ได้แก่ อวัยวะเพศภายนอก,ช่องคลอด,ปากมดลูก,มดลูก,ปีกมดลูก และรังไข่ รวมถึงสามารถตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกร่วมด้วย หากคุณผู้หญิงละเลยจนเกิดอาการผิดปกติขึ้นแล้วจึงไปพบแพทย์ การวินิจฉัยโรคอาจล่าช้าและอาจมีผลให้การรักษายากขึ้น ผู้หญิงทุกคนจึงควรเข้ารับการตรวจภายในเป็นประจำทุกปี

การตรวจภายใน ตรวจอะไรบ้าง

  • การตรวจดูความผิดปกติและคลำอวัยวะภายนอกและภายในอุ้งเชิงกราน
  • การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก เช่น Pap smear, HPV test
  • การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจพบความผิดปกติที่ดีที่สุด คือการตรวจ CO-TEST ด้วยวิธี Pap smear ร่วมกับ HPV DNA test
  • การตรวจวินิจฉัยอื่นๆเพิ่มเติม  เช่น การอัลตราซาวน์ช่องท้องส่วนล่าง

ทำไมผู้หญิงจึงควรตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก?

สถิติจากองค์การอนามัยโลกและสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุ ว่า “มะเร็งปากมดลูก”  (Cervical Cancer) เป็นมะเร็งที่พบเป็นอันดับ 2 ของมะเร็งในสตรีทั่วโลก รองจาก มะเร็งเต้านม  และมีอัตราการเสียชีวิต เกินครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรค และเพิ่มโอกาสในการรักษาหาย สาเหตุสำคัญเที่ตรวจพบคือ การติดเชื้อ Human Papilloma Virus หรือ HPV บริเวณปากมดลูก ถือเป็นปัจจัยหลัก ในขณะที่ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ เป็นเพียงปัจจัยส่งเสริมทำให้ปากมดลูกมีโอกาสติดเชื้อ HPV  ได้มากขึ้นหรือง่ายขึ้น เช่นการมีคู่นอนหลายคน  การมีเพศสัมพันธ์เมื่ออายุน้อย หรือการตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยนั่นเอง

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี CO-TEST (Pap smear & HPV DNA)

ด้วยมาตรฐานการยอมรับในระดับสากล ประกอบด้วย 2 เทคโนโลยีการตรวจในแพ็กเกจนี้ คือ
  1. การตรวจมะเร็งปากมดลูกตินเพร็พ (Pap smear)
  2. การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี เจาะลึกระดับดีเอ็นเอ (HPV DNA)
เมื่อตรวจร่วมกัน 2 เทคนิค จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก จะได้เข้ารับรักษาได้ทันท่วงที

1. การตรวจมะเร็งปากมดลูกตินเพร็พ (Pap smear)

เป็นมาตราฐานใหม่ของวิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์เก็บเซลล์ บริเวณปากมดลูกด้วยอุปกรณ์เฉพาะ แล้วใส่ลงในขวดน้ำยาตินเพร็พ นำส่งห้องปฏิบัติการ เพื่อเตรียมสไลด์ด้วย ลักษณะสไลด์เป็นรูปแบบเดียวกัน เซลล์เรียงตัวสม่ำเสมอ เซลล์เรียงตัวแบบบางไม่ซ้อนทับกัน มองเห็นเซลล์ผิดปกติได้ง่าย ไม่มีมูกเลือดบดบังมีข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่า การตรวจหาเซลล์มะเร็งโดยวิธีตินเพร็พ ให้ผลดีกว่าการตรวจแบบดั้งเดิมดังนี้

  • เพิ่มความไวในการวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม
  • คุณภาพสไลด์ที่ใช้ในการตรวจดีขึ้น
  • สามารถยืดระยะเวลาการตรวจหาเซลล์มะเร็งจากปากมดลูกจากทุกๆ 1 ปี เป็นปีเว้นปี

2. การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Test)

เป็นการตรวจแบบเจาะลึกระดับดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจระดับชีวโมเลกุลที่สามารถค้นหาเชื้อเอชพีวีได้ในระยะก่อนที่จะเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูก ทำให้สามารถป้องกันและรักษาเชื้อเอชพีวีได้ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งวิธีนี้มีความแม่นยำอย่างมาก เพราะนอกจากค้นหาความผิดปกติแล้ว ยังทำให้รู้ลึกมากขึ้นว่ามีการติดเชื้อเอชพีวีหรือไม่ เพราะถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกต้องมีการติดเชื้อเอชพีวีก่อน ดังนั้น ถ้าไม่มีการติดเชื้อสามารถมั่นใจได้ถึง 99 % ว่าในช่วง 1-2 ปีที่รับการตรวจโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกจะน้อยมาก โดยวิธีการตรวจนี้จะได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อตรวจร่วมกับการตรวจตินเพร็พ

ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก?

  • ผู้หญิงทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไป หรือเคยมีเพศสัมพันธ์
  • มีอาการตกขาวผิดปกติ เช่นมีกลิ่นเหม็น มีเลือดปน
  • มีเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดภายหลังการมีเพศสัมพันธ์
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอดที่ไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดท้องน้อย
  • ปัสสาวะหรืออุจจาระปนเลือด
** แนะนำเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี Co-TEST ทุก 3 ปี หรือด้วย Pap Smear ทุก 1 ปี (หากผลตรวจปกติ)

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

  • ควรเข้ารับการตรวจในช่วงที่ไม่มีประมีประจำเดือน หรือตรวจหลังประจำเดือนหมดประมาณ 1 อาทิตย์
  • ควรงดมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 3 วันก่อนการตรวจ
  • ควรงดการสวนล้างช่องคลอดหรือการเหน็บยาก่อนมาตรวจภายใน 48 ชั่วโมง
  • ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร
  • หากมีผลการตรวจพบการอักเสบหรือมีเซลล์เปลี่ยนแปลงผิดปกติที่ปากมดลูกให้มาติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง
  • ควรได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ

แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centre) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

ด้วยประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพสตรีอย่างต่อเนื่องยาวนาน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centreโรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมดูแลทุกมิติด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องสุขภาพสตรีเป็นพิเศษ และ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) บริการตรวจคัดกรองโรค ให้คำปรึกษา ตลอดจนป้องกันและรักษา โรคมะเร็งปากมดลูก ในสตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ได้ผลตรวจที่มีความถูกต้องและแม่นยำ