Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

ตรวจความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่จากอุจจาระ

ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่... ไม่ต้องส่องกล้อง ไม่เจ็บตัว

ทางเลือกใหม่ของการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่มอบความอุ่นใจในการดูแลเชิงป้องกันด้วยเทคโนโลยี SDC2 Methylation แม่นยำสูงถึง 90% โดยไม่ต้องส่องกล้อง ไม่เจ็บตัว และไม่ต้องเตรียมลำไส้ ถือเป็นนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่ยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง ช่วยให้คุณตรวจพบสัญญาณความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อการวางแผนดูแลสุขภาพเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่ โรงพยาบาล BNH

ข้อมูลสรุปสำหรับคุณ

  • เทคโนโลยีแม่นยำสูง: ตรวจหา “ลายเซ็นทางพันธุกรรม” (Genetic Signature) ผ่านการเติมหมู่เมทิลบนยีน SDC2 Methylation ของเซลล์มะเร็ง

  • ตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น: มีความไว (Sensitivity) สูงกว่าการตรวจเลือดแฝงทั่วไป (FIT หรือ Stool Occult Blood) ในการตรวจพบมะเร็งและเซลล์ที่มีความเสี่ยงจะกลายเป็นมะเร็ง

  • เปรียบเทียบความคุ้มค่า: เมื่อเทียบกับ “ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ราคา” ประมาณ 29,000 บาท การตรวจยีนเป็นทางเลือกเริ่มต้นที่ช่วยคัดกรองความเสี่ยงได้ถึง 90% โดยไม่เจ็บตัว

  • เหนือกว่าการตรวจเลือด (CEA): การตรวจ SDC2 Methylation ในอุจจาระมีความจำเพาะเจาะจงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่าการหาค่าบ่งชี้มะเร็งในเลือด (CEA)

  • มาตรฐานโรงพยาบาล BNH: มั่นใจด้วยมาตรฐานสากล การตรวจและเก็บตัวอย่างต้องดำเนินการ ณ โรงพยาบาลเพื่อให้มั่นใจใน “วิธีการเก็บอุจจาระ ตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่” ที่ถูกต้องที่สุด

  • เงื่อนไขสำคัญ: หากผลตรวจเป็นบวก (Positive) คนไข้จำเป็นต้องเข้ารับการส่องกล้องเพื่อวินิจฉัยและรักษาต่อไป

ทำไมคุณควรคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่ตอนนี้?

มะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นมะเร็งที่พบมากเป็นอันดับ 3 ในไทย และเป็นมะเร็งเพียงชนิดเดียวที่มีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในทุกเพศ แต่ข้อมูลระบุว่าคนไทยกว่า 58.8% ไม่เคยผ่านการคัดกรองเนื่องจากความกังวลและความยุ่งยากของการเตรียมตัว

  • ตรวจจับตั้งแต่ระดับโมเลกุล: ไม่ต้องรอให้เนื้องอกแตกจนมีเลือดออกเหมือนวิธี FIT หรือ FOBT ทั่วไป แต่ตรวจจับความผิดปกติจากเซลล์ที่หลุดลอกออกมาตามธรรมชาติ (Exfoliated cells)

  • Early Intervention: การตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่ระยะติ่งเนื้อ (Adenoma) ช่วยให้สามารถป้องกันและรักษาได้ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็งลุกลาม

ข้อดีของการตรวจยีน (SDC2 Methylation) ในอุจจาระ

  • ไม่เสี่ยงอันตรายและสะดวก: เป็นการตรวจที่ไม่รุกรานร่างกาย (Non-invasive) เหมาะสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องการเตรียมตัวส่องกล้อง

  • ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก: ตรวจหาความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และเซลล์ที่มีความเสี่ยงในการกลายเป็นมะเร็งในระยะแรกๆ ได้แม่นยำ

  • เหมาะสำหรับการคัดกรอง: ใช้เป็นวิธีหลักในการคัดกรองกลุ่มประชากรทั่วไปที่มีความเสี่ยงปกติหรือเสี่ยงปานกลาง

ข้อจำกัดที่ควรทราบ (เพื่อความถูกต้องทางการแพทย์)

  • โอกาสเกิดผลบวกปลอม/ลบปลอม: แม้มีความไวสูงแต่ยังมีโอกาสเกิดผลบวกปลอม (False Positive) หรือผลลบปลอม (False Negative) ได้

  • การตรวจติดตามผล: หากผลตรวจเป็นบวก จำเป็นต้องมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ เพื่อยืนยันผลและทำการรักษา

  • ขีดจำกัดด้านขนาด: อาจไม่สามารถตรวจพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติที่มีขนาดเล็กมากๆ ได้ทั้งหมด

ตารางเปรียบเทียบ: เลือกวิธีที่ใช่สำหรับคุณ

หัวข้อเปรียบเทียบ การตรวจยีน (Stool DNA) การส่องกล้อง (Colonoscopy) การตรวจเลือดแฝง (FIT/FOBT)
บทบาทหลัก คัดกรองความเสี่ยง วินิจฉัยและรักษา คัดกรองเบื้องต้น
ความไวต่อมะเร็ง สูง (ประมาณ 90%) สูงสุด (95-99%) 73% - 80%
ตรวจพบติ่งเนื้อ 42% - 50% 75% - 93% ต่ำมาก (น้อยกว่า 42%)
การเตรียมลำไส้ ไม่ต้องเตรียมตัว ต้องดื่มยาระบาย ไม่ต้องเตรียมตัว
ความเจ็บตัว ไม่เจ็บ มีความกังวล (มักใช้ยาสลบ) ไม่เจ็บ

เงื่อนไขในการเข้ารับการตรวจ

✅ ผู้ที่ควรเข้ารับการตรวจ

  • อายุ 45 ปีขึ้นไป 
  • มี ความเสี่ยงปกติ ต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยงทางพันธุกรรมสูง)
  • ไม่มีอาการ ที่สงสัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น ถ่ายเป็นเลือด ซีดจากภาวะขาดธาตุเหล็ก น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • สามารถและยินดี เข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หากผลตรวจเป็นบวก
  • ต้องการวิธีคัดกรอง ที่ไม่ต้องส่องกล้อง ระหว่างระยะเวลานัดการส่องกล้อง

❌ ผู้ที่ไม่ควรเข้ารับการตรวจ

  • มี ประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ติ่งเนื้อชนิดเสี่ยงสูง หรือ adenoma ขั้นสูง
  • เป็นโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง เช่น ลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผล (Ulcerative colitis) หรือ Crohn’s disease ที่ลุกลามถึงลำไส้ใหญ่
  • มี ประวัติครอบครัวเสี่ยงสูง หรือทราบว่าเป็นกลุ่มพันธุกรรมมะเร็งลำไส้ใหญ่ (เช่น Lynch syndrome, Familial adenomatous polyposis)
  • ปัจจุบันมี อาการสงสัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เช่น ถ่ายเป็นเลือด ซีดจากขาดธาตุเหล็ก ปวดท้องเรื้อรัง หรือ น้ำหนักลดมากโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ได้รับการตรวจ stool DNA เป็นผลบวกแล้ว
  • ไม่สามารถหรือไม่ต้องการ เข้ารับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หากผลตรวจเป็นบวก
Colorectal-Cancer-Gene-Stool-Test
Regular (THB)
Special (THB)
13,720
12,000

ตรวจความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่จากอุจจาระ Colorectal Cancer Gene Stool Test

เริ่มต้นความอุ่นใจในการดูแลเชิงป้องกัน ด้วยนวัตกรรมการดูแลสุขภาพที่ยกระดับคุณภาพชีวิต กับการตรวจยีนมะเร็งลำไส้ใหญ่ SDC2 Methylation ที่แม่นยำสูงถึง 90% โดยไม่ต้องส่องกล้องและไม่ต้องเตรียมลำไส้

เอกสารอ้างอิงทางการแพทย์ (Medical References)

  • Clinical Validation of SDC2 Methylation: การทดสอบความไวและความจำเพาะเจาะจงระดับโมเลกุลที่ความแม่นยำ 90.2% [อ้างอิง: PubMed PMC8050895]

  • Genomictree EarlyTect Technology: ข้อมูลทางเทคนิคจากผู้พัฒนาเทคโนโลยีการตรวจยีนจากอุจจาระ [อ้างอิง: Genomictree Official]

  • Thai Population Study: การศึกษาประสิทธิภาพการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยนวัตกรรม Stool DNA ในคนไทย [อ้างอิง: Asian Pacific Journal of Cancer Prevention, 2022]

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

FIT (Fecal Immunochemical Test) คือการตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระซึ่งมักพบเมื่อเนื้องอกมีขนาดใหญ่จนเริ่มแตกและมีเลือดออกแล้ว แต่การตรวจยีน SDC2 Methylation จะตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นแม้จะยังไม่มีเลือดออก

CEA คือค่าบ่งชี้มะเร็งในเลือดซึ่งอาจสูงขึ้นจากหลายปัจจัยที่ไม่ใช่มะเร็ง เช่น การสูบบุหรี่ แต่การตรวจยีน SDC2 Methylation ในอุจจาระมีความจำเพาะเจาะจงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงกว่ามากในการคัดกรองระยะแรก

ได้ เพื่อความมั่นใจที่มากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีของ BNH ตรวจจับความผิดปกติระดับโมเลกุลที่จำเพาะเจาะจง อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบความเสี่ยง แพทย์จะแนะนำให้ส่องกล้องวินิจฉัยยืนยัน

การส่องกล้องเป็นการทำหัตถการที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า (ประมาณ 29,000 บาท) การตรวจยีนในราคา 12,000 บาท จึงเป็นทางเลือกการคัดกรองเบื้องต้นที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงปกติ

หากผลเป็นลบ ช่วยบรรเทาความวิตกกังวลได้มาก แต่อย่างไรก็ตาม แนะนำให้กลับมาตรวจคัดกรองซ้ำทุกๆ 3 ปี ตามมาตรฐานสากล