✨Translated by AI
มะเร็งลำไส้ใหญ่ 1 ในมะเร็งร้ายของหญิงไทย: ป้องกันได้ด้วยการส่องกล้อง ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
มะเร็งลำไส้ใหญ่กำลังกลายเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้หญิงไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไป ที่ร่างกายเริ่มเสื่อมถอย และมักมีพฤติกรรมเสี่ยงสะสมโดยไม่รู้ตัว แต่ข่าวดีคือ…โรคนี้ “ป้องกันได้” และ “รักษาได้” หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มต้น การส่องกล้อง (Colonoscopy) คือเครื่องมือที่สำคัญในการต่อสู้กับมะเร็งชนิดนี้
สารบัญบทความ คลิกเลือกหัวข้อที่ท่านสนใจ
มะเร็งลำไส้ใหญ่ในผู้หญิงไทย: ภัยเงียบที่เพิ่มขึ้นทุกปี
ทำไมผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไปควรใส่ใจสุขภาพลำไส้
ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติระบุว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบมากที่สุดในผู้หญิงไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอายุ 45 ปีขึ้นไปซึ่งเริ่มมีโอกาสเกิดติ่งเนื้อผิดปกติในลำไส้ใหญ่ที่อาจพัฒนาเป็นมะเร็งหากปล่อยไว้นาน
สถิติและแนวโน้มในประเทศไทย
แนวโน้มของผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ในไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองใหญ่ที่มีพฤติกรรมการกินอาหารแปรรูป ไขมันสูง และการขาดการออกกำลังกายอย่างต่อเนื่อง
- ข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ปี 2565 ระบุว่า มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 3 ในผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก และข้อมูลจากปี 2565 แสดงให้เห็นว่าอัตราการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- ในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงรายใหม่ประมาณ 15,939 คนต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 44 คน และมีผู้เสียชีวิตจากโรคนี้เฉลี่ยวันละ 15 คน หรือปีละประมาณ 5,476 คน อ้างอิง
มะเร็งลำไส้ใหญ่คืออะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร
กลไกการเกิดของมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colorectal cancer) มักเริ่มต้นจาก “ติ่งเนื้อ” (Polyp) ที่เกิดขึ้นบนผนังด้านในของลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก โดยติ่งเนื้อเหล่านี้ส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็งในทันที แต่บางชนิดเรียกว่า “adenomatous polyps” มีโอกาสพัฒนาเป็นเซลล์มะเร็งได้หากปล่อยทิ้งไว้นานหลายปี
กระบวนการเปลี่ยนจาก “ติ่งเนื้อ → เซลล์ผิดปกติ → มะเร็ง” ใช้เวลานานถึง 5–10 ปี ซึ่งนับเป็นช่วง “โอกาสทอง” ที่สามารถตรวจพบและตัดออกได้ก่อนกลายเป็นอันตราย
โดยทั่วไป มะเร็งลำไส้ใหญ่จะเริ่มก่อตัวจากความผิดปกติระดับเซลล์ ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของ DNA ภายในเซลล์เยื่อบุลำไส้ เมื่อร่างกายควบคุมการแบ่งตัวผิดพลาด เซลล์เหล่านี้จะเพิ่มจำนวนอย่างไม่หยุดยั้ง จนกลายเป็นก้อนมะเร็ง และสามารถลุกลามเข้าสู่ผนังลำไส้ ต่อมน้ำเหลือง หรือแม้กระทั่งอวัยวะอื่น เช่น ตับ ปอด
พฤติกรรมเสี่ยงที่กระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่
แม้พันธุกรรมจะเป็นปัจจัยหนึ่ง แต่พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีผลอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อสะสมต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปี:
1. การรับประทานอาหารแปรรูปหรือเนื้อแดงมากเกินไป
- เช่น ไส้กรอก เบคอน แฮม เนื้อย่าง ปิ้ง-ทอด ที่ไหม้เกรียม
- องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดว่าเนื้อแปรรูปเป็นสารก่อมะเร็งกลุ่ม 1
2. รับประทานอาหารไฟเบอร์น้อย
- ผัก ผลไม้ และธัญพืชเต็มเมล็ดช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ลดเวลาอุจจาระสัมผัสผนังลำไส้
3. สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
- เพิ่มความเสี่ยงการกลายพันธุ์ของเซลล์ลำไส้
- ทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงในการตรวจจับเซลล์ผิดปกติ
4. ขาดการออกกำลังกาย
- การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยให้ลำไส้บีบตัวตามธรรมชาติ ลดการสะสมของสารพิษ
5. พันธุกรรม หรือมีประวัติมะเร็งในครอบครัว
- โดยเฉพาะหากญาติสายตรง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง เคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่
ถึงแม้เราจะไม่สามารถควบคุมพันธุกรรมได้ แต่สามารถ “ลดความเสี่ยง” ด้วยพฤติกรรมที่ดี และที่สำคัญที่สุดคือ “ตรวจคัดกรองตั้งแต่ยังไม่มีอาการ” เพราะ โอกาสรอดชีวิตจากมะเร็งลำไส้ใหญ่สูงมาก หากตรวจพบเร็ว
อาการเตือนที่ควรรู้ แต่ไม่ควรรอ
แม้มะเร็งลำไส้ใหญ่จะเป็นโรคที่อันตราย แต่ความน่ากลัวที่แท้จริงคือ ในระยะแรก “แทบไม่มีอาการใดๆ” ให้เตือนเลย หลายคนจึงไม่รู้ตัวว่าร่างกายกำลังเปลี่ยนแปลง และเมื่อเริ่มแสดงอาการ ก็มักเข้าสู่ระยะลุกลามแล้ว การรู้ทันอาการจึง “ไม่เพียงพอ” — การตรวจคัดกรองคือทางรอดที่แท้จริง
อาการที่อาจเกิดขึ้นในบางกรณี
แม้ในระยะแรกจะเงียบ แต่มีอาการบางอย่างที่ “อาจ” ปรากฏ และไม่ควรมองข้าม:
- มีเลือดปนมากับอุจจาระ
- ระบบขับถ่ายเปลี่ยนแปลง เช่น ท้องผูกสลับท้องเสีย ท้องผูกหรือท้องเสียเรื้อรัง
- ปวดท้องเรื้อรังบริเวณช่องท้องส่วนล่าง
- ท้องอืด แน่นท้อง โดยไม่มีสาเหตุ
- น้ำหนักลดแบบไม่ทราบสาเหตุ
- หรือรู้สึกอ่อนเพลียจากภาวะโลหิตจาง
แต่ถ้ารอให้อาการเหล่านี้มาเยือน… อาจช้าไปแล้ว
อาการเหล่านี้มักเกิดเมื่อก้อนเนื้องอกโตขึ้นหรือเริ่มลุกลาม ซึ่งอาจหมายถึงระยะที่ 2 หรือ 3 ไปแล้ว และต้องใช้วิธีรักษาที่ซับซ้อนกว่าการตรวจคัดกรองเชิงป้องกัน
การตรวจคัดกรอง = การป้องกันที่ได้ผลจริง
การส่องกล้อง Colonoscopy คืออะไร?
Colonoscopy คือ การตรวจลำไส้ใหญ่ด้วยกล้องแบบละเอียด โดยใช้เครื่องมือชนิดพิเศษ เป็นกล้องขนาดเล็ก ซึ่งแพทย์จะทำการสอดกล้องเข้าไปทาง ทวารหนัก แล้วค่อยๆ เลื่อนกล้องผ่านลำไส้ใหญ่ทั้งหมด โดยสามารถดูภาพผนังลำไส้แบบเรียลไทม์ บนจอมอนิเตอร์ ทำให้สามารถตรวจพบ:
- ติ่งเนื้อ (Polyp) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของมะเร็ง
- เนื้องอก (Tumor) หรือก้อนที่ผิดปกติ
- การอักเสบ, แผล, หรือเลือดออกภายใน
- สัญญาณของโรคลำไส้แปรปรวนหรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง
Colonoscopy คือการใช้กล้องขนาดเล็กสอดเข้าทางทวารหนักเพื่อตรวจดูผนังลำไส้ใหญ่โดยตรง ซึ่งสามารถตรวจพบ “ติ่งเนื้อ” หรือ “เนื้องอก” ได้ตั้งแต่ขนาดเล็ก และสามารถตัดออกได้ทันทีหากพบ
ตรวจเจอเร็ว รักษาหายขาดได้
การตรวจส่องกล้องสามารถตรวจพบ “ติ่งเนื้อ” หรือ “เนื้องอก” ได้ตั้งแต่ขนาดเล็ก และสามารถตัดออกได้ทันทีหากพบ ดังนั้นไม่เพียงแค่ “พบเร็ว” แต่สามารถ “รักษาได้ทันที” โดยไม่ต้องผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสรอดชีวิตสูงกว่า 90% หากตรวจพบในระยะแรก
ความถี่ที่แนะนำสำหรับผู้หญิงไทยอายุ 45 ปีขึ้นไป
- เริ่มตรวจตั้งแต่อายุ 45 ปี เป็นต้นไป
- หากไม่พบความผิดปกติ ควรตรวจทุก 5–10 ปี
- หากพบติ่งเนื้อหรือมีประวัติเสี่ยง ควรตรวจถี่ขึ้นตามคำแนะนำของแพทย์
ทำไมต้องส่องกล้อง? ข้อดีที่คุณอาจยังไม่รู้
ตรวจเจอติ่งเนื้อก่อนกลายเป็นมะเร็ง
- ติ่งเนื้อบางชนิดไม่มีอาการใด ๆ
- การตัดติ่งเนื้อออกก่อนที่จะกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง คือ กุญแจสำคัญของการป้องกัน
ขั้นตอนไม่เจ็บ ปลอดภัย ได้ผลแม่นยำ
- กล้องรุ่นใหม่พัฒนาให้มีขนาดเล็กลงมาก ทำให้ลดการระคายเคือง และแพทย์มักให้ยาระงับความรู้สึก (Sedation) ขณะตรวจ ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายหรือหลับไปตลอดการตรวจ เมื่อตื่นขึ้นมาก็มักไม่รู้สึกถึงขั้นตอนเลย
- หัตถการส่องกล้องใช้เวลาเพียง 30–60 นาที ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
- แพทย์สามารถดูสภาพผนังลำไส้ผ่านกล้องวิดีโอความละเอียดสูง ตรวจพบติ่งเนื้อหรือเนื้องอกตั้งแต่ขนาดเล็กมาก สามารถเก็บชิ้นเนื้อเพื่อส่งตรวจ (biopsy) หรือแม้แต่ตัดติ่งเนื้อออกได้ทันที ผลแม่นยำกว่า 95%
เคลียร์ความเข้าใจผิดที่พบบ่อย
“ส่องกล้องเจ็บไหม?”
- การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่ที่ BNH โรงพยาบาลเราจะใช้ ยาระงับความรู้สึก (Sedation) เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลายและหลับสบายตลอดการตรวจ เมื่อคุณตื่นขึ้นจะพบว่า การตรวจเสร็จสิ้นแล้ว โดยไม่มีอาการเจ็บปวดหรือความไม่สบายใด ๆ ให้ต้องกังวลใจเลย
“กลัวเจอโรคร้าย… เลยไม่กล้าตรวจ”
- การตรวจลำไส้ใหญ่ไม่ได้มีจุดประสงค์เพียงแค่หาผลลัพธ์ที่น่ากลัว แต่เป็นการ ตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ที่สามารถช่วยชีวิตได้จริง โดยเฉพาะการตรวจพบ ติ่งเนื้อ ซึ่งเป็นขั้นตอนแรกที่อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งหากปล่อยทิ้งไว้นาน การตรวจพบติ่งเนื้อในระยะเริ่มต้น สามารถป้องกันการกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ เพราะสามารถตัดออกได้ทันที ก่อนที่จะกลายเป็นเนื้อร้าย
นอกจากนี้ ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งมีโอกาสหาย! การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไม่ต้องรอให้มีอาการ ถ้าตรวจเจอความผิดปกติในระยะเริ่มต้น โอกาสในการรักษาหายเกือบ 100% และการรักษาจะมีความสำเร็จสูงสุด โดยไม่ต้องรอให้มีอาการหรือจนโรคลุกลามไปถึงระยะที่ไม่สามารถรักษาได้
“อายที่จะตรวจ”
ที่โรงพยาบาล BNH เรามีบริการ “ห้องเตรียมลำไส้ส่วนตัว” สำหรับแต่ละคนโดยเฉพาะ โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวสูงสุด ทีมแพทย์และพยาบาลทุกท่านมีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในความรู้สึกของผู้ป่วย พวกเขาจะดูแลคุณอย่างเคารพและเอาใจใส่ตลอดขั้นตอนการตรวจ
“การเตรียมตัวเยอะ ขั้นตอนยุ่งยาก”
- แม้ว่าจะมีการเตรียมตัวก่อนการตรวจบ้าง เช่น การงดอาหารบางชนิดและการทำความสะอาดลำไส้ แต่กระบวนการนี้จะไม่ยุ่งยากเกินไป และโรงพยาบาล BNH จะมีคำแนะนำที่ชัดเจน และเราพร้อมดูแลอย่างใกล้ชิด ทำให้ทุกท่านสามารถเตรียมตัวได้อย่างถูกต้องและสะดวกสบาย
เตรียมตัวอย่างไร ก่อนตรวจส่องกล้อง
เพื่อให้การตรวจลำไส้ใหญ่แม่นยำที่สุด การเตรียมตัวล่วงหน้าถือเป็นขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะการล้างลำไส้ให้สะอาด ซึ่งที่ โรงพยาบาล BNH เราออกแบบขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ทั้ง “สะดวก สบาย และได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด”
ขั้นตอนทั่วไปที่ผู้ป่วยควรรู้ล่วงหน้า
- ทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย งดทานผักผลไม้ ล่วงหน้า 2 วัน เพื่อเตรียมลำไส้
- งดเนื้อสัตว์ งดน้ำผลไม้สีเข้ม เช่น น้ำองุ่น ซุปไก่สกัด นมทุกชนิด แนะนำให้ทานเพียงอาหารเหลวใส เช่น ซุปใส น้ำผลไม้ หรือเยลลี่ 1 วันก่อนตรวจ
- ดื่มยาระบายล้างลำไส้ตามคำแนะนำแพทย์
**ที่โรงพยาบาล BNH มีบริการ One Day Service เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไข้ เข้ามาเตรียมลำไส้ที่โรงพยาบาลภายใต้การดูแลของพยาบาลเฉพาะทางในช่วงเช้า โดยมีห้องพักส่วนตัวให้ และเข้ารับการส่องกล้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในช่วงบ่าย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากการแพ็กเกจ
การรู้ทันก่อนโรคมาถึง คือของขวัญล้ำค่าสำหรับตัวคุณและคนที่คุณรัก เพราะ “ลำไส้ดี ชีวิตดี เริ่มต้นที่คุณดูแลตัวเองได้”
ให้ "การส่องกล้องทางเดินอาหาร" ของคุณเป็นเรื่องง่าย❗️
หมดกังวลเรื่องคิวนาน ! แผนก Digestive Care Centre โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
บริการเต็มรูปแบบทุกวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น เราก็พร้อมให้บริการส่องกล้องทางเดินอาหารทุกวัน
สะดวกและมั่นใจ ด้วยการเตรียมลำไส้ในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องในช่วงบ่าย
ดูแลพิเศษ โดยพยาบาลเฉพาะทางอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการเตรียมลำไส้
ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับการเตรียมลำไส้
ข้อดีของการส่องกล้องที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- มีทีมแพทย์และพยาบาลเฉพาะทางมากประสบการณ์ทางระบบทางเดินอาหาร คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
- มีเครื่องมือที่ทันสมัย ส่องกล้องด้วย AI และ NBI เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย
- มีห้องพักสำหรับการเตรียมตัวส่องกล้องแบบส่วนตัว หมดความกังวลแม้คุณมาเองเพียงลำพัง
- ทีมพยาบาลเฉพาะทางดูแลและเตรียมยาระบายให้ท่านตามกระบวนการและเวลาที่เหมาะสม หมดกังวลเรื่องถ่ายยาก ถ่ายไม่หมด หรือปวดขับถ่ายระหว่างเดินทาง
- หากตรวจพบความผิดปกติสามารถดูแล รักษาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
- มีการติดตามอาการหลังส่องกล้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยของเราปลอดภัย
- สะดวก สบาย ครบ จบใน 1 วัน ทั้งการเตรียมลำไส้และการส่องกล้อง
-
นพ. สยาม ไทยอุดม
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
ศ.พญ. ดวงพร วีระวัฒกานนท์
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
เวชศาสตร์ครอบครัว , อายุรศาสตร์ , อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
นพ. สุเทพ วนิชผล
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
ศ. พญ. วโรชา มหาชัย
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
รศ.พญ. ศิวะพร ไชยนุวัติ
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ณัฐสุดา เบญจชินชัยกุล
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
รศ. นพ. พรเทพ อังศุวัชรากร
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์ อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. พฤกษา อนันต์ชื่นสุข
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ลักษณา โชครุ่งวรานนท์
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
ระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ศรัณย์รัตน์ เตยวัฒนะชัย
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์ อนุสาขา อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร -
พญ. ศลิษา เวทย์นฤมาณ
ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร
ความชำนาญพิเศษ
โรคทางเดินอาหารและตับ