ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
เพราะเด็กไม่ใช่ผู้ใหญ่ตัวเล็ก สุขภาพของเขาสัมพันธ์กับพัฒนาการและการเจริญเติบโต
การดูแลสุขภาวะเด็กในวันนี้จึงเป็นเหมือนการวางรากฐานสู่คุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต
ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาอย่างยาวนานกว่า 128 ปี ด้านการดูแลแม่และเด็กของโรงพยาบาลบีเอ็นเอช เราจึงได้รับความไว้วางใจจากครอบครัวในระดับสากลมาอย่างยาวนาน ด้วยสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป จำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้น และวิทยาการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช จึงถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมการดูแลสุขภาวะเด็กครบวงจร รวบรวมกุมารแพทย์สาขาเฉพาะทางทุกสาขา เพื่อดูแลครอบคลุมทุกด้านที่เกี่ยวกับเด็ก และครอบครัวส่วนมากไว้ใจให้เราวางแผนสุขภาพให้ลูกอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แรกเกิด จนพ้นช่วงวัยเด็ก
Table of Contents
สุขภาวะลูก ทำไมต้องให้โรงพยาบาลบีเอ็นเอชดูแล
นอกจากประสบการณ์ด้านแม่และเด็กในระดับสากลแล้ว โรงพยาบาลบีเอ็นเอชยังมุ่งมั่นที่จะส่งมอบการดูแลแบบ “Complete Care” ที่ครอบคลุมตั้งแต่ การบำรุงสร้างรากฐาน การรักษาที่แม่นยำ ไปจนถึงการป้องกันก่อนเกิดโรค ผ่านมาตรฐานการดูแลแบบเจาะลึกเฉพาะบุคคล เพราะสุขภาพของลูก ไม่ควรถูกดูแลแค่ในวันที่ป่วย แต่ควรได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงวัย
เหตุผลที่การดูแลเด็กจาก ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช นั้นแตกต่าง
- ทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางครบทุกด้าน
เราจึงสามารถมอบการดูแลได้อย่างแม่นยำ และตรงจุด - วางแผนการดูแลเด็กครบทุกช่วงวัยอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ทารกแรกเกิดจนถึง 15 ปี
มีประวัติสุขภาพต่อเนื่อง แพทย์เห็นแนวโน้มการเติบโตในภาพรวม ไม่ใช่ดูข้อมูลเป็นครั้ง ๆ - การตรวจวินิจฉัยและประเมินความผิดปกติแบบเป็นองค์รวมครบทุกมิติ
ครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวกับเด็ก อาทิ ภูมิคุ้มกัน โภชนาการ การนอน ฟัน สายตา อารมณ์ การเรียนรู้ และสังคมไปพร้อมกัน - มุ่งเน้นการป้องกันปัญหาสุขภาพ
เราให้ความสำคัญกับการประเมินความเสี่ยงล่วงหน้า (Early Detection) และการวางแผนวัคซีนเฉพาะบุคคล เพื่อตัดวงจรความเจ็บป่วยในอนาคต เตรียมร่างกายลูกให้พร้อมรับมือกับทุกความท้าทาย - ดูแลสุขภาพเด็ก อย่างเข้าใจสุขภาพใจพ่อแม่
ทุกปัญหาของลูก ย่อมนำไปสู่ปัญหาทางใจของพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นความกลัวในสิ่งที่อาจเกิดขึ้นกับลูก ความกังวลในการดูแล ความไม่เข้าใจสภาวะที่กำลังเผชิญ เราจึงไม่มองข้ามความรู้สึกพ่อแม่ และใส่มิตินี้ลงในสมการของการดูแลเด็กอย่างครบวงจร - แผนการดูแลเฉพาะบุคคล
นำผลตรวจ อาการ ความเสี่ยง และเป้าหมายการรักษามาประกอบการวางแผนดูแล เพื่อให้เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย เพื่อการดูแลที่ตรงจุด และเหมาะกับรูปแบบครอบครัวที่แตกต่าง - นวัตกรรมการรักษาสำหรับโรคที่ซับซ้อนหรือควบคุมได้ยาก
เทคโนโลยีการรักษาที่แม่นยำระดับโมเลกุล (Precision Medicine) ตรวจวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว เพื่อค้นหาต้นตอของโรคอย่างตรงจุด ช่วยลดเวลาการลองผิดลองถูก และปกป้องร่างกายอันเปราะบางของเด็กจากการรับยาปฏิชีวนะหรือการรักษาที่เกินความจำเป็น - บูรณาการการดูแลร่วมกันกับแพทย์เฉพาะทางสหสาขา
เพราะปัญหาของเด็กมักเชื่อมโยงกัน แพทย์ของเราจะร่วมกันวิเคราะห์และวางแผนโภชนบำบัด ประเมินพัฒนาการ และเสริมสร้างความพร้อมของร่างกายเพื่อปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่สุดให้ลูกรักในจุดเดียว - การดูแลที่ใส่ใจทั้งระบบนิเวศน์ของเด็ก
เราเชื่อว่าพ่อแม่คือส่วนที่สำคัญที่สุดในทุกขั้นตอน ทีมแพทย์ของเราจึงมุ่งเน้นการส่งต่อองค์ความรู้และเทคนิคที่ถูกต้อง เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่สามารถนำไปต่อยอดดูแล บำรุง และปกป้องลูกที่บ้านได้อย่างมั่นใจ
- ทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางครบทุกด้าน
เน้นป้องกันปัญหา ด้วยการวางแผนสุขภาพเด็กตามช่วงวัย
ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เราให้ความสำคัญกับการดูแลเด็กที่มุ่งเน้น การป้องกัน (Preventive Care) เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพ และเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษา
การป้องกันปัญหาสุขภาพที่สำเร็จ ทำได้จาก การวางแผนสุขภาพตามช่วงวัย ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น เพื่อให้เด็กเติบโตสมวัยทั้ง ร่างกาย สมอง อารมณ์ และสังคม ซึ่งกุมารแพทย์จะดูแลสุขภาวะเด็กได้ครอบคลุม ตั้งแต่
- ติดตามการเจริญเติบโต พัฒนาการ โภชนาการ อารมณ์ การเรียนรู้ และการเข้าสู่วัยรุ่นอย่างต่อเนื่อง
- ตรวจพบความผิดปกติที่พ่อแม่อาจยังไม่สังเกตเห็น เช่น ปัญหาการได้ยิน สายตา ฟัน ภาวะซีด โภชนาการ พัฒนาการล่าช้า สมาธิสั้น หรือภาวะหนุ่มสาวก่อนวัย
- รักษาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม ลดความรุนแรงของการดำเนินโรค เพิ่มความสำเร็จในการรักษา
- ไม่พลาดการรับป้องกันวัคซีนหลักและวัคซีนเสริมตามช่วงวัย เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อรุนแรง
ผลประโยชน์ที่เด็กและครอบครัวจะได้รับ เมื่อดูแลสุขภาพโดยมุ่งเน้นการป้องกัน
การประเมินพัฒนาการตามช่วงวัย ให้วัคซีนตามช่วงอายุที่เหมาะสม ตรวจคัดกรองโรคและความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ คือการดูแลเด็กเชิงป้องกัน ตั้งแต่ยังไม่แสดงสัญญาณความผิดปกติ ที่ทำให้แพทย์ตรวจพบความเสี่ยงหรือสัญญาณผิดปกติที่ยังไม่แสดงออกมา รวมถึงวางแผนป้องกันโรค และส่งเสริมการเจริญเติบโตให้เด็กได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละบุคคล มีเป้าหมายคือสุขภาวะในระยะยาว ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงอนาคต เพื่อให้เด็กแข็งแรงเติบโตสมวัย พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว โดยผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการวางแผนสุขภาพเด็กกับทีมแพทย์และพยาบาล
การดูแลเด็กเชิงป้องกันนี้ ต่างจากการสังเกตอาการผิดปกติของลูกแล้วพามาหาหมอ โดยมุ่งเน้นให้เด็กหายจากการเจ็บป่วยเป็นครั้ง ๆ ไม่ใช่เน้นคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ความเสี่ยงสุขภาพเด็กที่ต้องป้องกันในแต่ละช่วงวัย
- วัยแรกเกิด (อายุ 0 – 28 วัน) ต้องการการปกป้องสูงสุดเพื่อปรับตัวเข้าสู่โลกภายนอก ระบบอวัยวะต่างๆ ยังเปราะบางและต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด
- วัยทารกและเตาะแตะ (อายุ 1 เดือน – 3 ปี) ต้องการโภชนาการที่ถูกต้องและการกระตุ้นประสาทสัมผัส เพื่อสร้างเซลล์สมองและโครงสร้างร่างกายที่เป็นรากฐานของชีวิต
- วัยเรียนและวัยรุ่น (อายุ 4 – 15 ปี) ต้องรับมือกับความท้าทายด้านพัฒนาการ พฤติกรรม การเข้าสังคม ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนและการเจริญเติบโตที่อาจมาเร็วกว่าปกติ
เติบโตสมวัย สุขภาพดีทั้งกายและใจ ด้วยการดูแลครบทุกมิติ
ที่โรงพยาบาล BNH เราดูแลครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่เกี่ยวกับเด็ก อาทิ ภูมิคุ้มกัน โภชนาการ การนอน ฟัน สายตา อารมณ์ การเรียนรู้ และสังคมไปพร้อมกัน รวมไปถึงการดูแลสุขภาพใจของผู้ปกครอง ที่ต้องเผชิญกับความกังวลในการเลี้ยงดูลูก เพื่อมอบสุขภาวะของเด็กนั้นสมบูรณ์พร้อมที่จะส่งเสริมความสำเร็จของเขาในอนาคต
การดูแลครบทุกมิติ ดีกับสุขภาวะของเด็กอย่างไร
- ป้องกันก่อนป่วย เด็กได้รับวัคซีนและคำแนะนำที่เหมาะสมตามวัย ลดความเสี่ยงของโรคที่ป้องกันได้
- พบความเสี่ยงเร็ว หลายปัญหาเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ ที่พ่อแม่ไม่ทันสังเกต เช่น ซีด น้ำหนักขึ้นช้า สายตาผิดปกติ พูดช้า สมาธิสั้น เข้าสู่วัยรุ่นเร็ว หรือแม้กระทั่งความเสี่ยงเชิงลึกที่ต้องอาศัยแพทย์เป็นผู้ประเมิน
- ไม่พลาดช่วงทองของพัฒนาการ การแก้ไขความผิดปกติเร็ว ได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสมทันช่วงเวลาที่เด็กจะมีพัฒนาการในด้านนั้น ๆ ได้ดีที่สุด ทำให้เด็กเติบโตสมวัย ดีต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว
- ดูเด็กเป็นองค์รวม ไม่ใช่แค่รักษาอาการ แต่ดูภูมิคุ้มกัน โภชนาการ การนอน ฟัน สายตา อารมณ์ การเรียนรู้ และสังคมไปพร้อมกัน
- สร้างประวัติสุขภาพต่อเนื่อง แพทย์เห็นแนวโน้มการเติบโต ไม่ใช่ดูข้อมูลเป็นครั้ง ๆ
เสริมสุขภาวะให้ครอบคลุม ด้วยการตรวจเสริมร่างกายที่มากขึ้น และการเสริมภูมิคุ้มกันทางเลือก
ตามข้อมูลกำหนดการรับภูมิคุ้มกันตามแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ปี 2569 ของกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีรายการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันถึง 12 รายการ ที่เด็กจำเป็นต้องได้รับ และหลายรายการต้องรับการกระตุ้นซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงโรครุนแรงในเด็ก
และข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุข ยังกำหนดการประเมินพัฒนาการและการตรวจสุขภาพเด็กพื้นฐาน อาทิ ตรวจติดตามการเจริญเติบโต ประเมินประสิทธิภาพการได้ยิน คัดกรองปัญหาสายตา ตรวจฟันน้ำนม เป็นต้น เพื่อสร้างเสริมให้เด็กมีพัฒนาการสมวัย
การเสริมภูมิคุ้มกันหลัก และการตรวจหลักนี้ คือขั้นพื้นฐานที่เด็กจำเป็นต้องได้รับ แต่หากต้องการการดูแลที่ครอบคลุมมากขึ้น หรือการประเมินสุขภาพที่ละเอียดยิ่งขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับความแตกต่างของเด็กแต่ละคน และการสร้างเสริมสุขภาพเชิงลึก ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอชก็มีบริการโปรแกรมเหล่านี้
การเสริมภูมิคุ้มกันทางเลือกในเด็ก
การเสริมภูมิคุ้มกันทางเลือกช่วยเพิ่มชั้นการป้องกันตามความเสี่ยงของเด็กแต่ละคน เช่น การเข้าโรงเรียน การเดินทาง การระบาดตามฤดูกาล หรือประวัติสุขภาพเฉพาะบุคคล
- RSV: ป้องกันไวรัส RSV ที่ก่อโรคทางระบบทางเดินหายใจ แนะนำให้รับตั้งแต่แรกเกิด
- EV71: ป้องกันโรคมือ เท้า ปาก แนะนำรับ 2 ครั้ง ในช่วงอายุ 6 เดือน และ 9 เดือน
- ไข้หวัดใหญ่: แนะนำรับการเสริมภูมิช่วงอายุ 6 เดือน 9 เดือน 18 เดือน 3 ปี และควรติดตามเป็นประจำ อาจกระตุ้นซ้ำในเด็กที่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะเด็กวัยเรียน
- HAV: ป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ แนะนำรับช่วงอายุ 2 ปี
- ไทฟอยด์: แนะนำรับช่วงอายุ 3 ปี โดยพิจารณาตามความเสี่ยงด้านอาหาร น้ำดื่ม และการเดินทาง
- ไข้เลือดออก: ป้องกันตามความเหมาะสมในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรค แนะนำรับ 2 ครั้ง ช่วงอายุ 4 ปี
- HPV: แนะนำรับ 2 ครั้ง ช่วง 10–14 ปี เพื่อป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ในอนาคต
การตรวจเสริม
| อายุ | การตรวจเสริม | วัตถุประสงค์ |
|---|---|---|
| แรกเกิด | ตรวจคัดกรองการได้ยินทารกแรกเกิด | คัดกรองการได้ยิน |
| 1 เดือน | ประเมินการนอน การขับถ่าย และพฤติกรรมทารก | ติดตามสุขภาพโดยรวม |
| 2 เดือน | ประเมินการตอบสนองต่อเสียง การมองเห็น และกล้ามเนื้อมัดใหญ่ | ติดตามพัฒนาการตามวัย |
| 4 เดือน | ประเมินทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย | ประเมินการเคลื่อนไหว |
| 6 เดือน | ตรวจคัดกรองสายตา, ทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย, ประเมินอาหารเสริม | คัดกรองสายตาและโภชนาการ |
| 9 เดือน | ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), ตรวจคัดกรองโภชนาการ, ระดับวิตามินดี, ตรวจคัดกรองออทิสติก | คัดกรองเลือด โภชนาการ และพัฒนาการ |
| 12 เดือน | ตรวจฟันน้ำนม 1 ขวบ, การเคลื่อนไหวร่างกาย, พัฒนาการทางภาษา | ติดตามฟันและพัฒนาการ |
| 15 เดือน | พัฒนาการทางภาษา, การเคลื่อนไหวร่างกาย | ติดตามภาษาและการเคลื่อนไหว |
| 18 เดือน | ตรวจสุขภาพฟัน, ตรวจคัดกรองพัฒนาการ | คัดกรองพัฒนาการรอบด้าน |
| 2 ปี | ประเมินอารมณ์และพฤติกรรม | ประเมินอารมณ์และพฤติกรรม |
| 3 ปี | ตรวจสุขภาพก่อนเข้าเรียน, ทักษะเตรียมความพร้อมก่อนวัยเรียน | เตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียน |
| 4 ปี | ตรวจคัดกรองสายตา, ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC), ตรวจคัดกรองโภชนาการ, ตรวจคัดกรองสมาธิ | คัดกรองสุขภาพและสมาธิ |
| หญิง 7 ปี / ชาย 8 ปี | ตรวจอายุกระดูก, ประเมินประสิทธิภาพการเรียน | ติดตามการเจริญเติบโตและการเรียนรู้ |
| วัยรุ่นตอนต้น | การเตรียมความพร้อมสู่วัยรุ่น, ประเมินการเจริญเติบโตและพฤติกรรมการใช้ชีวิต | เตรียมความพร้อมสู่วัยรุ่น |
ศูนย์รักษาที่ครอบคลุมทุกปัญหาสุขภาวะเด็ก
เช่นเดียวกับสุขภาพผู้ใหญ่ ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาล BNH เราดูแลระบบต่าง ๆ ของร่างกายครบถ้วน ด้วยแพทย์เฉพาะทางที่เชี่ยวชาญระบบร่างกายนั้น ๆ โดยตรง อาทิ
- กุมารเวชกรรมทั่วไป (General Paediatrics)
- กุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหารและโภชนาการ (Paediatrics Gastroenterology and Nutrition)
- กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ (Paediatrics Allergy)
- กุมารเวชศาสตร์โรคหัวใจ (Paediatrics Cardiology)
- ตจวิทยาเด็ก หรือ โรคผิวหนังเด็ก (Paediatrics Dermatology)
- กุมารเวชศาสตร์ระบบประสาท (Paediatrics Neurology)
- กุมารเวชศาสตร์โรคไต (Paediatrics Nephrology)
- กุมารเวชศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ (Paediatrics Respiratory Disease)
อย่างไรก็ตาม ร่างกายของเด็กนั้นยังมีมิติที่เกี่ยวข้องกับพัฒนาการ และการเจริญเติบโต เราจึงจัดทีมกุมารแพทย์ที่เกี่ยวของทำงานแบบบูรณาการวางแผนการดูแลสุขภาวะของเด็กตั้งแต่เกิดจนถึง 15 ปี ที่ร่างกายเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์อย่างเต็มที่ เพื่อให้สุขภาพของเขาในวันนี้ ได้เป็นรากฐานที่ดีในอนาคต อันได้แก่
9. ทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
เพราะทุกวินาทีของทารกแรกเกิดนั้นสำคัญที่สุด โรงพยาบาลบีเอ็นเอชจึงเพิ่มความมั่นใจให้คุณ ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางทารกแรกเกิดและวิกฤต (Neonatologist)
ช่วง 28 วันแรกหลังคลอด คือช่วงเวลาทองของการชี้ชะตาสุขภาพและพัฒนาการทั้งชีวิตของเด็ก ทารกแรกเกิดไม่ได้ต้องการเพียงแค่ตู้อบอุ่นทั่วไป แต่พวกเขาต้องการระบบนิเวศน์จำลองที่สมบูรณ์แบบที่สุดในการปรับตัวเข้าสู่โลกภายนอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มทารกคลอดก่อนกำหนด ทารกน้ำหนักตัวน้อยวิกฤต หรือมารดามีภาวะครรภ์เสี่ยงสูง ซึ่งมักต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ภาวะหายใจลำบาก (RDS) จากการขาดสารลดแรงตึงผิวในปอด และความเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายขั้นวิกฤตที่อาจทำลายเซลล์สมองและจอประสาทตาของลูกน้อยอย่างถาวร
รับมือเหตุฉุกเฉินอย่างทันท่วงที ด้วยหอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) มาตรฐานระดับสูงสุด
เมื่อทารกแรกเกิดเผชิญภาวะวิกฤต ความพร้อมของสถานที่และอุปกรณ์คือสิ่งสำคัญที่ช่วยให้แพทย์รับมือได้รวดเร็ว โรงพยาบาลบีเอ็นเอชจึงเตรียมความพร้อมด้วย หอผู้ป่วยวิกฤตทารกแรกเกิด (NICU) ระดับสูงสุด ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิ ความชื้น และระบบป้องกันเชื้อโรคขั้นเด็ดขาด ทิศทางการดูแลรักษาเน้นการใช้นวัตกรรมและการรักษาเชิงลึกระดับโมเลกุล เพื่อรองรับเคสทารกวิกฤตในทุกรูปแบบ อาทิ
- การจัดการภาวะขาดออกซิเจนแต่กำเนิดอย่างทันท่วงที ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ทารกมีภาวะขาดออกซิเจนและชักหลังคลอด ทีมแพทย์สามารถช่วยชีวิตด้วยเทคโนโลยีการทำให้อุณหภูมิร่างกายเย็นลง (Cooling Therapy) และการใส่ท่อช่วยหายใจอย่างแม่นยำ เพื่อป้องกันเนื้อสมองถูกทำลาย และฟื้นฟูสัญญาณชีพให้กลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว
- นวัตกรรมการดูแลทารกวิกฤต สำหรับเคสวิกฤตที่ทารกคลอดก่อนกำหนดรุนแรง ทีมแพทย์จะทำการดูแลรักษาและติดตามสัญญาณชีพอย่างละเอียดตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งการอัลตราซาวนด์ประเมินหลอดเลือดสมอง ตรวจเช็กระบบหัวใจ และประเมินการทำงานของอวัยวะภายในทุกระบบแบบวันต่อวัน เพื่อตรวจพบและยับยั้งความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ
- ทีมผู้เชี่ยวชาญสหสาขา เพื่อการรักษาแบบบูรณาการ ความใกล้ชิดของบุคลากร ทำให้กระบวนการปรึกษาและส่งต่อเคสผ่าตัดฉุกเฉินในทารกแรกเกิดสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว
ทำไมการดูแลทารกแรกเกิดจากเราจึงแตกต่าง
- บริการ Complete Care ด้านโภชนาการและนมแม่ บูรณาการการดูแลรอบด้านตั้งแต่ก่อนที่ทารกจะลืมตาดูโลกเพื่อปูรากฐานจากในครรภ์สู่การเติบโต โดยเชื่อมโยงศาสตร์แห่งทารกแรกเกิดเข้ากับระบบโภชนาการและพัฒนาการ
- แพ็กเกจ Premium ANC เตรียมความพร้อมก่อนคลอด ทำงานร่วมกับสูตินรีแพทย์ในการดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ ให้คุณแม่เข้าพบกุมารแพทย์ทารกแรกเกิดตั้งแต่ก่อนคลอด เพื่อประเมินปัญหาโครงสร้างเต้านมและหัวนม พร้อมให้คำแนะนำและเตรียมความพร้อมในการเอาลูกเข้าเต้าทันทีในวันคลอด เพื่อให้ทารกได้รับ “หัวน้ำนม” หรือโคลอสตรุม (Colostrum) ซึ่งเป็นวัคซีนธรรมชาติหยดแรกที่ดีที่สุดของชีวิต
- พาร์ทเนอร์ร่วมกับครอบครัวเพื่อประคับประคองจิตใจ หากมีเหตุจำเป็นที่ทารกต้องอยู่ในตู้อบของห้อง NICU ทีมแพทย์และพยาบาลจะคอยสื่อสารอัปเดตอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อลดความวิตกกังวลและเยียวยาจิตใจของคุณพ่อคุณแม่ พร้อมส่งเสริมให้คุณแม่มีส่วนร่วมในการปั๊มนมมาส่งให้ลูกและเข้ามาจับมือให้กำลังใจ เพราะทางการแพทย์พบว่า มารดาที่มีความสุขและไม่เครียดจะมีปริมาณน้ำนมที่สมบูรณ์ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการสร้างภูมิคุ้มกันและการฟื้นตัวที่รวดเร็วของทารกในตู้อบ
- การติดตามพัฒนาการระยะยาวอย่างต่อเนื่อง การดูแลที่ไม่ได้จบลงเมื่อทารกออกจากโรงพยาบาลแต่ทีมแพทย์ทารกแรกเกิดจะทำงานร่วมกับกุมารแพทย์ด้านพัฒนาการเด็กอย่างเป็นระบบ เพื่อติดตามผลการเจริญเติบโต การรับวัคซีนที่จำเป็น และการกระตุ้นพัฒนาการในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้มั่นใจว่าทารกจะเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กที่แข็งแรง มีสุขภาวะที่ดีในอนาคต
ใส่ใจทุกการเติบโตของลูกน้อย ตั้งแต่วินาทีแรกของชีวิต ดูแลทารกทุกคนประหนึ่งลูกหลานของเราเอง คือหัวใจและอุดมการณ์ของทีมกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด พร้อมด้วยทีมพยาบาลวิชาชีพที่มีประสบการณ์สูงของศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
10. โภชนาการเด็ก
เด็กตัวเล็ก ผอมบาง อาจมีแนวโน้มสูงว่าจะมีปัญหาขาดสารอาหาร เด็กน้ำหนักปกติหรือจ้ำม่ำ ก็ไม่ได้หมายความว่าได้รับสารอาหารครบถ้วน เพราะเด็กอาจเพียงแค่ได้รับอาหารเพียงพอ แต่ยังขาดสารอาหารจำเป็น จนเกิดปัญหา ความหิวซ่อนเร้น (Hidden Hunger) ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพัฒนาการโครงสร้างร่างกาย ระดับสติปัญญา (IQ) และภูมิต้านทานโรคไปตลอดชีวิต
ไม่ว่าเด็กผอมไป หรืออ้วนไป ก็มีโอกาสขาดสารอาหาร
- ภาวะน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์และผอมเกินไป (Underweight) มีสาเหตุหลักจากการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอ หรือร่างกายมีปัญหาในการดูดซึมสารอาหาร รวมถึงกลุ่มเด็กที่มีโรคภูมิแพ้อาหาร ส่งผลให้การพัฒนาโครงสร้างร่างกายล่าช้าและตัวเตี้ย (Stunting) อาจส่งผลให้เด็กเรียนรู้ช้า สติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอจนเจ็บป่วยบ่อย และส่งผลต่อสภาพจิตใจทำให้ขาดความมั่นใจในตนเอง
- ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนในเด็ก (Overweight) มักเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารฟาสต์ฟู้ด ของทอด ของหวาน และเครื่องดื่มน้ำตาลสูงในปัจจุบัน ประกอบกับการขาดกิจกรรมทางกายภาพ อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันพอกตับ และทางเดินหายใจอุดตัน ยิ่งไปกว่านั้น ปริมาณไขมันที่สะสมมากเกินไปจะกระตุ้นฮอร์โมนเพศให้หลั่งก่อนเวลา เกิดภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย ทำให้กระดูกปิดเร็วและหยุดสูงในที่สุด พร้อมทั้งอาจสร้างปมทางจิตใจจากการถูกล้อเลียนในหมู่เพื่อน
ทำไมการดูแลโภชนาการเด็กจากเราจึงแตกต่าง
- เรามองลึกเข้าไปถึงการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย
มากกว่าการประเมินที่ดูแค่น้ำหนักและส่วนสูง แต่เราช่วยวางรากฐานการเติบโตที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ติดตามน้ำหนักและความสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อใช้ข้อมูลจากอดีต มาเชื่อมโยงกับปัจจุบัน และวิเคราะห์ศักยภาพการเจริญเติบโตในอนาคต - นวัตกรรมการดูแลและออกแบบโภชนาการอย่างเหมาะสม
- การตรวจให้ละเอียดเพื่อหาสารอาหารหรือแร่ธาตุที่ขาดหรือพร่อง ใช้เทคโนโลยีการตรวจวิเคราะห์ที่ทันสมัยเพื่อค้นหา “ความหิวซ่อนเร้น” เช่น การตรวจหาภาวะขาดธาตุเหล็กโดยเฉพาะในช่วง 2 ปีแรก ซึ่งอาจส่งผลให้ระดับ IQ ลดลง หรือเกิดภาวะสมาธิสั้น การขาดวิตามินดีและสังกะสี ซึ่งส่งผลต่อมวลกระดูก ความสูง และภูมิคุ้มกัน รวมถึงการตรวจหาโรคแพ้อาหาร เพื่อแก้ไขปัญหาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
- โภชนบำบัดเฉพาะบุคคล (Personalised Nutrition) ออกแบบแผนการรับประทานอาหารและการทดแทนสารอาหารที่เหมาะสมกับร่างกายและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน โดยเฉพาะในเด็กกลุ่มพิเศษ เช่น เด็กที่แพ้อาหาร เด็กที่มีภาวะเลือกกินหรือไวต่อรสสัมผัส เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคำที่ลูกรับประทานจะกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญในการสร้างและพัฒนาร่างกายและสมอง เพื่อการเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพทางพันธุกรรม
- การปรับพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อมในการกินอาหารของครอบครัว ร่วมมือกับผู้ปกครองในการวางแผนและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม เพื่อสร้างนิสัยการกินที่ดีอยู่กับพวกเขาอย่างต่อเนื่องจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่
อย่าปล่อยให้ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์นี้ บดบังปัญหาโภชนาการที่กำลังลดทอนโอกาสเติบโตของลูกรัก มอบความไว้วางใจให้ทีมกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโภชนาการเด็ก ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นคู่คิดในการตรวจสุขภาพและประเมินภาวะการเจริญเติบโตอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างรากฐานสุขภาพที่แข็งแรงให้ลูกรักตั้งแต่วันนี้
11. ต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึม
เด็กบางคนตัวสูงวัย ซึ่งเหมือนจะเป็นเรื่องน่าดีใจ แต่ในทางพัฒนาการเด็ก นี่อาจเป็นปัญหาที่ทำให้ลูกหยุดสูงก่อนใคร และกลายเป็นผู้ใหญ่ตัวเตี้ย
กลไกการเจริญเติบโตของมนุษย์ถูกควบคุมด้วยโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) และฮอร์โมนเพศ ซึ่งผลิตโดยต่อมไร้ท่อ หากเด็กเข้าสู่ “ภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย (Precocious Puberty)” ฮอร์โมนเพศที่หลั่งออกมาก่อนเวลาอันควรจะเข้าไปเร่งกระบวนการเจริญเติบโตของกระดูกอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ปลายกระดูก (Growth Plate) เชื่อมปิดตัวเร็วกว่าปกติ ยิ่งกระดูกปิดเร็วเท่าไร โอกาสเพิ่มส่วนสูงก็จะหมดลงเร็วเท่านั้น
สัญญาณเตือนภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย
- เด็กหญิง เริ่มมีเต้านมขึ้นพานก่อนอายุ 8 ปี หรือมีประจำเดือนก่อนอายุ 9 ปีครึ่ง
- เด็กชาย มีการขยายขนาดของอัณฑะ มีพัฒนาการทางเพศ หรือเสียงแตกหนุ่มก่อนอายุ 9 ปี
- อาการร่วม ตัวสูงเร็วขึ้นอย่างผิดปกติแบบก้าวกระโดด มีกลิ่นตัว เริ่มมีสิว หรือมีขนขึ้นตามร่างกายก่อนวัยอันควร
ประเมินอายุกระดูกเชิงลึก เพิ่มโอกาสสูงทันเวลา
นอกจากการสังเกตความผิดปกติทางการเจริญเติบโตโดยผู้ปกครองแล้ว การวางแผนสุขภาพตามช่วงวัย ร่วมกับทีมกุมารแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ยังช่วยให้ลูกไม่พลาดโอกาสมีความสูงตามศักยภาพ ด้วยนวัตกรรมการแพทย์ที่ทันสมัย
Bone Age Assessment หรือ การประเมินอายุกระดูก เป็นเครื่องมือมาตรฐานสากลในการสแกนโครงสร้างร่างกายผ่านการตรวจทางรังสีวิทยา (X-ray) บริเวณมือและข้อมือซ้ายเพียงจุดเดียว เนื่องจากเป็นศูนย์รวมของกระดูกชิ้นเล็กๆ และปุ่มกระดูกอ่อน (Epiphyses) จำนวนมาก สามารถสะท้อนภาพรวมการเปลี่ยนแปลงและความสมบูรณ์ของกระดูกทั้งร่างกายได้อย่างแม่นยำที่สุด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะนำภาพเอกซเรย์ดังกล่าวมาวิเคราะห์เปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานเพื่อประเมินว่า อายุกระดูก (Bone Age) ของเด็ก สอดคล้องกับ อายุจริงตามปฏิทิน (Chronological Age) หรือไม่
หากผลการตรวจพบว่าอายุกระดูกล้ำหน้ากว่าอายุจริง เช่น เด็กอายุ 8 ปี แต่มีอายุกระดูกเท่ากับเด็กอายุ 11 ปี นั่นหมายความว่าร่างกายของเด็กเหลือกำหนดเวลาในการเพิ่มส่วนสูงน้อยกว่าเพื่อนวัยเดียวกัน และกระดูกกำลังจะปิดตัวลงในไม่ช้า
นวัตกรรมการแก้ปัญหาภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัยจากโรงพยาบาลบีเอ็นเอช
เมื่อตรวจพบความผิดปกติจากการประเมินอายุกระดูก ทีมกุมารแพทย์จะใช้วิธีบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุอย่างเหมาะสมด้วยหลากนวัตกรรมการแพทย์ อาทิ
- การเจาะเลือดตรวจระดับฮอร์โมนเชิงลึก (Advanced Endocrine Testing) ร่วมกับการเอกซเรย์อายุกระดูก เพื่อค้นหาต้นตอว่าภาวะโตเร็วนั้นเกิดจากความผิดปกติของต่อมใต้สมอง ต่อมหมวกไต หรือต่อมไทรอยด์
- นวัตกรรมยาฉีดชะลอฮอร์โมนเพศ (GnRH Analogues) ในกรณีที่เด็กมีภาวะเป็นหนุ่มเป็นสาวก่อนวัย แพทย์จะพิจารณาใช้ยาฉีดสูตรเฉพาะเพื่อเข้าไปกดการหลั่งฮอร์โมนเพศชั่วคราว เพื่อหยุดเวลาอายุกระดูกไม่ให้ปิดตัวเร็วเกินไป ช่วยยืดระยะเวลาให้กระดูกสามารถพัฒนาความยาวได้ต่อไป
- โกรทฮอร์โมนบำบัด (Growth Hormone Therapy) ในเด็กบางรายที่มีภาวะตัวเตี้ย (Short Stature) ร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาเสริมโกรทฮอร์โมนทดแทนเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของกระดูกอ่อนอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด
แก้ปัญหาส่วนสูง นำไปสู่สุขภาวะรอบด้าน
ด้วยแนวทางการดูแลแบบ Complete Care ที่มุ่งเน้นการรักษาและติดตามผลอย่างเป็นระบบ ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสให้เด็กได้เติบโตจนได้ส่วนสูงสูงสุดตามศักยภาพทางพันธุกรรม แต่ยังสร้างผลลัพธ์เชิงบวกในมิติอื่นๆ ทั้งร่างกายและจิตใจ อาทิ
- ปกป้องจิตใจและ Self-esteem เด็กที่ร่างกายโตเกินวัยมักเผชิญความเครียด ความไม่มั่นใจ หรือการถูกล้อเลียนจากกลุ่มเพื่อน การรักษาที่ทันท่วงทีช่วยให้เด็กเติบโตในจังหวะที่เหมาะสมร่วมกับเพื่อนในวัยเดียวกันได้อย่างมีความสุข
- ลดปัญหาด้านสุขอนามัย ช่วยชะลอการมีประจำเดือนในเด็กหญิงก่อนวัยอันควร ป้องกันปัญหาการดูแลตัวเองที่ยังไม่พร้อมตามวุฒิภาวะ
- ดูแลระบบเมแทบอลิซึม ป้องกันความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคอ้วน และโรคเบาหวาน ที่อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อในอนาคต
การเจริญเติบโตของโครงสร้างร่างกายเด็กมีเวลาจำกัด และไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้เมื่อกระดูกเชื่อมปิดสนิทแล้ว มอบความไว้วางใจให้ ทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านโรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึมในเด็ก ร่วมกับทีมกุมารแพทย์สหสาขาที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นพาร์ทเนอร์ในการตรวจเช็กและวางแผน เพื่อให้มั่นใจว่าทุกวินาทีแห่งการเติบโตของลูกรักจะเป็นไปอย่างสมบูรณ์แบบและมั่นคงที่สุด
12. พัฒนาการและพฤติกรรม
เด็กรุ่นใหม่โตมากับหน้าจอ จนนำไปสู่การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของเด็กที่มีภาวะพูดช้า โรคสมาธิสั้น (ADHD) และออทิสติกเทียม อาการเหล่านี้ไม่ใช่เพียงพฤติกรรมชั่วคราวที่จะหายไปเองเมื่อเติบโตขึ้น แต่กำลังสะท้อนว่าระบบการสื่อสารและการจัดการอารมณ์ของเด็กมีปัญหา หากผู้ปกครองปล่อยผ่านไป พฤติกรรมเหล่านี้จะลุกลามไปบั่นทอนความมั่นใจและส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการศึกษาในระยะยาว
ที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เราเชื่อว่าเด็กทุกคนมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน เราจึงมุ่งเน้นให้จิตใจของเด็กมีความมั่นคง รู้สึกปลอดภัย และได้รับความเข้าใจที่ถูกต้องจากครอบครัว เพื่อให้สมองส่วนการเรียนรู้จึงจะเปิดรับการพัฒนาศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ด้วยแนวคิดที่ว่า “ความสุขของลูก คือพื้นฐานของพัฒนาการ”
การแก้ไขปัญหาพัฒนาการอย่างตรงจุด เพื่อปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็ก
แนวทางการดูแลที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช คือการทำงานเชิงลึก เพื่อถอดรหัสความคิดและจิตใจของเด็ก พร้อมทำงานร่วมกับครอบครัวอย่างใกล้ชิด ผ่านมาตรฐานการดูแล 4 ขั้นตอนหลัก
- ประเมินเจาะลึกเฉพาะบุคคล (Personalised Assessment & Solution)
เราไม่ได้เริ่มต้นจากการมองหาว่าเด็กผิดปกติตรงไหน แต่มุ่งเน้นไปที่การหาจุดติดขัดของเด็กแต่ละคน เช่น พฤติกรรมก้าวร้าวที่แท้จริงแล้วอาจเกิดจากความอึดอัดที่สื่อสารไม่ได้ ทีมแพทย์จะใช้เครื่องมือประเมินระดับสากลเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง และออกแบบโปรแกรมกระตุ้นพัฒนาการที่สอดรับกับโครงสร้างสมองของเด็กอย่างตรงจุด - ปรับพฤติกรรมเชิงลบ ด้วยการสร้างทักษะสมอง (Behavioral & EF Training)
สำหรับเด็กที่มีอารมณ์รุนแรง ขาดความอดทน หรือขาดสมาธิ แนวทางการรักษาจะไม่ใช้ยาเป็นทางออกแรก แต่มุ่งเน้น การฝึกทักษะสมองระดับสูง EF (Executive Functions) ควบคู่กับโปรแกรม ESDM (Early Start Denver Model) เพื่อเข้าไปปรับโครงสร้างและสร้างวงจรสมองใหม่ ให้เด็กรู้จักยับยั้งชั่งใจและควบคุมอารมณ์ได้ด้วยตนเองอย่างเป็นธรรมชาติ - โค้ชชิ่งผู้ปกครอง (Parent Empowerment)
แพทย์คือผู้เชี่ยวชาญในคลินิก แต่คุณพ่อคุณแม่คือผู้เชี่ยวชาญในชีวิตจริงของลูก การให้คำปรึกษาแก่ผู้ปกครองจึงเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อปรับวิธีการเลี้ยงดูให้เข้ากับจริตและธรรมชาติของลูก ช่วยเปลี่ยนความตึงเครียดในบ้าน ให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน - เคียงข้างในทุกรอยต่อของการเติบโต (Life Transition & Learning Support)
ความเครียดในใจเด็กมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลง ทีมแพทย์พร้อมเป็นที่ปรึกษาในการเตรียมความพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการมีน้องใหม่ การเตรียมตัวเข้าโรงเรียน ไปจนถึงการประเมินและแก้ปัญหาด้านการเรียน เช่น การอ่าน เขียน คำนวณ หรือภาวะ LD เพื่อให้เด็กก้าวผ่านทุกช่วงวัยได้อย่างมั่นคง
- ประเมินเจาะลึกเฉพาะบุคคล (Personalised Assessment & Solution)
เด็กทุกคนมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่ รอเพียงความเข้าใจและกุญแจที่ถูกต้องในการปลดล็อก มอบความไว้วางใจให้ทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม และทีมกุมารแพทย์จากศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นคู่คิดของคุณพ่อคุณแม่ เพื่อสร้างพื้นฐานความสุข และความสำเร็จที่ยั่งยืนให้ลูกรัก
13. โรคติดเชื้อและแบคทีเรียวิทยา
อาการเจ็บป่วยสามัญในเด็กที่พบได้บ่อย คือ เจ็บคอ เป็นหวัด ไข้ขึ้น ซึ่งวิธีรับมือของผู้ปกครองที่พบได้บ่อย คือการให้เด็กทาน “ยาฆ่าเชื้อ”
อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้มักเกิดจากเชื้อไวรัส ในขณะที่ยาฆ่าเชื้อ ใช้จัดการกับเชื้อแบคทีเรีย ไม่สามารถรักษาโรคที่เกิดจากไวรัสได้ และหากใช้พร่ำเพรื่อ ก็อาจทำให้ร่างกายดื้อยาหากถึงคราวที่เกิดติดเชื้อแบคทีเรียขึ้นมาจริง ๆ และยังไปรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ชนิดดีในลำไส้ ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของเด็ก
ด้วยอาการแรกเริ่มของโรคติดเชื้อจากทั้งไวรัสและแบคทีเรียนั้นใกล้เคียงกัน โรงพยาบาลบีเอ็นเอช จึงมุ่งเน้นการวินิจฉัยโรคติดเชื้ออย่างแม่นยำตั้งแต่ระยะแรก ค้นหาสาเหตุของโรคให้รวดเร็ว และเลือกใช้ยาปฏิชีวนะอย่างเหมาะสมและเท่าที่จำเป็น โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้อ เพื่อรักษาเด็กให้หายจากอาการป่วยในวันนี้ ควบคู่กับสุขภาวะที่ดีในอนาคต
แนวทางการดูแลโรคติดเชื้อในเด็ก โดยกุมารแพทย์เฉพาะทางโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
แนวทางการดูแลที่ศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช คือการทำงานเชิงลึก เพื่อถอดรหัสความคิดและจิตใจของเด็ก พร้อมทำงานร่วมกับครอบครัวอย่างใกล้ชิด ผ่านมาตรฐานการดูแล 4 ขั้นตอนหลัก
- การวินิจฉัยแม่นยำ รู้ผลรวดเร็ว
อาศัยการซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด ร่วมกับการตรวจเชื้อในห้องปฏิบัติการมาตรฐานสากล ตั้งแต่ Rapid Antigen Test ที่ทราบผลภายใน 15-30 นาที ไปจนถึงการตรวจระดับชีวโมเลกุลด้วย Real-Time Muliple PCR ซึ่งมีความไวและความจำเพาะสูง สามารถตรวจหาเชื้อโรคได้หลายชนิดพร้อมกัน - รักษาได้ตรงจุด
ลดโอกาสเชื้อดื้อยาและภาวะแทรกซ้อน เมื่อทราบสาเหตุของการติดเชื้ออย่างชัดเจนแพทย์สามารถวางแผนการรักษาและเลือกใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างเหมาะสมเฉพาะราย ลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น ช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยา และลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากโรค - ดูแลครอบคลุมทุกมิติของโรคติดเชื้อ
นอกจากการดูแลรักษา กุมารแพทย์โรคติดเชื้อยังให้คำแนะนำ ด้านการป้องกันและควบคุมการแพร่กระจายเชื้อ ทั้งในครอบครัว โรงเรียน และชุมชน เพื่อช่วยลดการติดเชื้อซ้ำและการแพร่ระบาดของโรค - เสริมเกราะป้องกันเชิงรุก
การป้องกันเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพเด็ก ทีมแพทย์พร้อมให้คำแนะนำเรื่องวัคซีนและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละช่วงวัย รวมถึงสมาชิกในครอบครัว เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
- การวินิจฉัยแม่นยำ รู้ผลรวดเร็ว
อาการของโรคติดเชื้อในเด็กอาจดูธรรมดา แต่หากรับมือผิดวิธีก็อาจส่งผลเสียในระยะยาว พาลูกมารับการดูแลและป้องกันโรคติดเชื้ออย่างครบทุกมิติ โดยทีมกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อและแบคทีเรียวิทยา และทีมกุมารแพทย์จากศูนย์สุขภาพเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงทั้งในวันนี้และในอนาคต
ความบกพร่องในการมองเห็นสามารถส่งผลต่อพัฒนาการเด็กหลายๆ ด้าน เช่น ด้านการอ่าน ทักษะภาษา พัฒนาการทางการเข้าสังคม หรือแม้แต่พัฒนาการทางร่างกายที่ล่าช้าของเด็กเล็กได้ เพราะการเรียนรู้และพัฒนาการล้วนเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ของระบบการทำงานที่ประสานกันของมือและดวงตา
ปัญหาเกี่ยวกับโรคตาในเด็กมีหลากหลาย บางโรคผู้ปกครองอาจสามารถสังเกตได้เอง เช่น เด็กมีอาการปวดตา ตาลอยไปมา ตาเหล่ หรือ กรอกตาได้ไม่สุด หนังตาตก น้ำตาไหลตลอดเวลา มีขี้ตามากกว่าปกติ ตาวาว ตาแดง หรือมีจุดขาวในตา อย่างไรก็ตาม ความผิดปกติบางอย่างเด็กอาจไม่สามารถสื่อสารออกมาได้เอง หรือยากที่พ่อแม่จะสังเกตเห็น จึงควรพาเด็กไปพบจักษุแพทย์ด้านตาเด็ก เพื่อตรวจตาอย่างละเอียดเป็นประจำ เพื่อหาความผิดปกติและจัดการปัญหาสายตาได้ก่อนที่จะสายเกินไป
โรคตาในเด็กที่พบบ่อย
1. สายตาสั้น
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของลูกตา โดยเฉพาะการยืดของกระบอกตา ซึ่งไม่เพียงเกิดปัญหาในการมองเห็น ที่ส่งผลต่อการเรียน แต่ยังสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงต่อโรคตาร้ายแรงในอนาคต อาทิ จอประสาทตาหลุดลอก จุดรับภาพชัดเสื่อม ต้อหิน ต้อกระจกก่อนวัย
สายตาสั้นเกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรม และพฤติกรรมที่เป็นตัวเร่งให้เกิดอาการเร็วขึ้น และแรงขึ้น ได้แก่ การใช้สายตาระยะใกล้ต่อเนื่องนานวันละ 8-10 ชั่วโมง เช่น อ่านหนังสือ ใช้จอโทรศัพท์ เรียนออนไลน์ และการขาดกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะแสงธรรมชาติช่วยกระตุ้นฮอร์โมนโดปามีนในจอประสาทตา ช่วยชะลอการยืดของลูกตา
ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เราได้จัดตั้งศูนย์ชะลอสายตาสั้น เพื่อแก้ปัญหาเด็กสายตาสั้นโดยเฉพาะ โดยมุ่งเน้นรักษาโดยการชะลอสายตาสั้น เพื่อลดความเร็วของการเพิ่มสายตาสั้น และชะลอการยืดของกระบอกตา ซึ่งไม่ใช่แค่ทำให้มองเห็นชัดขึ้น แต่ยังปกป้องสายตาไปอีก 30-40 ปีข้างหน้า โดยจักษุแพทย์ด้านตาเด็กจะออกแบบวิธีการดูแลที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละคน ตั้งการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง การรักษาด้วยยา การรักษาด้วยเลนส์พิเศษ ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม และมีการปรับแผนการรักษาอยู่ตลอด เพื่อให้เกิดผลลัพธ์สูงสุดและยั่งยืนที่สุด เพราะพฤติกรรมและพัฒนาการของเด็กเองก็เปลี่ยนแปลงทุกวัน
2. ตาเข
ตาเข, ตาเหล่, ตาส่อน มีความหมายเดียวกัน คือการที่ตาทั้งสองข้างตาไม่ตรง ไม่ได้อยู่ในแนวการมองเห็นที่ขนานกัน
เด็กจะมีพัฒนาการการมองเห็นที่เป็นปกติ จำเป็นอย่างยิ่งที่ตาทั้งสองข้างต้องทำงานประสานกันอย่างดี โดยมี 2 ปัจจัย คือตาทั้งสองข้างต้องมีการมองเห็นที่เท่ากัน และตาทั้งสองข้างต้องตรง หากขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไป ก็จะส่งผลให้การพัฒนาการการมองเห็นเสียไป เกิดภาวะตาขี้เกียจ หรืออาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดได้
การรักษาโรคตาเข นอกจากนี้จะจำเป็นด้านความสวยงาม ซึ่งส่งผลต่อบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และการเข้าสังคม นอกจากนี้ยังสำคัญต่อพัฒนาการในการมองเห็น ซึ่งการรักษาจะได้ผลดีต่อเมื่อเด็กได้รับการรักษาภายในช่วงอายุ 4 ปีแรกที่เด็กยังมีพัฒนาการอยู่ ซึ่งหากเด็กได้รับการรักษาแก้ไขตั้งแต่ต้นๆก็จะสามารถป้องกัน หรือรักษาให้หายเป็นปกติได้
การรักษาโรคตาเขโดยจักษุแพทย์ตาเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช สามารถทำได้ทั้งการผ่าตัด และไม่ต้องผ่าตัด โดยการสวมแว่นสายตา สวมแว่นปริซึม ซึ่งช่วยหักเหแสงให้ตกลงพอดีที่จุดรับภาพที่จอตา การฝึกกล้ามเนื้อตา และการรักษาด้วยยา เช่น การฉีดโบท็อกซ์
3. ตาขี้เกียจ
เป็นความผิดปกติของการมองเห็นที่เกิดขึ้นตั้งแต่วัยเด็ก หากไม่สามารถที่จะวินิจฉัยและรักษาในช่วง 10 ปีแรกของชีวิต ซึ่งเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาการมองเห็น และต้องการภาพที่คมชัดเป็นตัวกระตุ้น ก็จะส่งผลให้เกิดการบกพร่องของการมองเห็นอย่างถาวรตลอดชีวิต
เด็กที่มีภาวะตาขี้เกียจ จะมีระดับการมองเห็นที่ลดลง แม้แก้ไขค่าสายตาได้ถูกต้องแล้ว รวมถึงสามารถระบุสาเหตุที่ทำให้เกิดตาขี้เกียจได้ เช่น ตาเข หนังตาตก เป็นต้น
ในเด็กตาเขที่มีภาวะตาขี้เกียจ จำเป็นต้องรีบให้การรักษาทันที และต้องรักษาก่อนที่จะผ่าตัดแก้ไขตาเข ซึ่งการรักษาจะได้ผลดีที่สุดก่อนอายุ 8 ปี
เหตุผลที่คุณจะไว้ใจให้จักษุแพทย์ตาเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ดูแลการมองเห็นของลูก
- ดูแลโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านตาเด็กโดยเฉพาะ ซึ่งต้องอาศัยทักษะและความชำนาญที่ต่างจากการตรวจตาผู้ใหญ่ เพื่อวินิจฉัยได้อย่างแม่นยำ และรักษาอย่างตรงจุด
- ให้ความสำคัญต่อสุขภาพโดยองค์รวม ไม่เพียงแต่ตรวจสุขภาพตา แต่จักษุแพทย์เราจะวินิจฉัยหาต้นตอของโรค ป้องกัน ดูแลและรักษาอย่างถูกจุด รวมถึงส่งต่อการดูแลไปยังกุมารแพทย์เฉพาะทางด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กุมารแพทย์เฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
เพื่อสุขภาพตา ประสิทธิภาพในการมองเห็น และสุขภาวะทั้งในวันนี้และในอนาคต พาลูกมาตรวจตากับทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านตาเด็กเป็นประจำ ที่ศูนย์โรคตาเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
15. ทันตกรรมสำหรับเด็ก (Paediatric Dentistry)
ทันตแพทย์เด็ก ประจำโรงพยาบาลบีเอ็นเอช มุ่งเน้นเสริมสร้างความมั่นใจและทัศนคติเชิงบวกต่อการเข้ารับการรักษาสุขภาพช่องปากโดยไม่รอให้ปวดฟัน เพื่อป้องกันก่อนเกิดโรค และสร้างทัศนคติให้เด็ก ๆ เติบโตไปโดยไม่กลัวหมอฟัน
ความโดดเด่นในการดูแลสุขภาพช่องปากให้เด็ก จากทีมทันตแพทย์ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- ป้องกันฟันผุตั้งแต่เริ่มต้น ตรวจสุขภาพฟัน เคลือบฟลูออไรด์ เคลือบหลุมร่องฟัน ให้คำแนะนำเรื่องการแปรงฟัน อาหาร ขนม และเครื่องดื่มหวาน
- สร้างประสบการณ์ที่ดีต่อการทำฟัน ใช้วิธีพูดคุยและอธิบายอย่างเป็นมิตร เพื่อสร้างความคุ้นเคย ให้เด็กเปิดใจ และมองการพบทันตแพทย์เป็นเรื่องสนุกและปลอดภัย
- รักษาฟันน้ำนมให้ใช้งานได้จนถึงเวลาหลุดตามธรรมชาติ เพราะฟันน้ำนมมีผลต่อการเคี้ยว การพูด การเจริญเติบโตของขากรรไกร ช่วงเวลาที่ฟันน้ำนมหลุดตามธรรมชาติ จะเป็นการเว้นที่ให้ฟันแท้ขึ้นอย่างเหมาะสม
- ติดตามการขึ้นของฟันแท้และการสบฟัน ประเมินฟันซ้อน ฟันเก ฟันล้ม การสบฟันผิดปกติ หรือปัญหาขากรรไกร เพื่อวางแผนดูแลตั้งแต่ระยะแรก
- ดูแลตามความเสี่ยงของเด็กแต่ละคน เด็กบางคนเสี่ยงฟันผุมากกว่าปกติ เช่น แปรงฟันไม่สะอาด กินหวานบ่อย ใส่อุปกรณ์จัดฟัน หรือมีโรคประจำตัว จึงควรมีแผนดูแลเฉพาะราย
- การทำงานร่วมกับครอบครัว การดูแลที่บ้านมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งการช่วยแปรงฟัน ควบคุมอาหาร และการพาเด็กมาตรวจฟันตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
เด็กควรเริ่มพบทันตแพทย์ตั้งแต่ฟันซี่แรกขึ้น หรือไม่เกินอายุ 1 ปี เพื่อเริ่มต้นการดูแลเชิงป้องกันและสร้างความคุ้นเคย ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญให้พวกเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ใส่ใจสุขภาพช่องปาก ให้ศูนย์ทันตกรรมเด็ก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช อยู่เคียงข้างลูกของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพช่องปาก และทุกพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับปากและฟัน
รู้จักทีมแพทย์เฉพาะทางประจำ BNH Child Health Centre
ทีมกุมารแพทย์
พญ. ณัฏฐิญา ชูเมือง กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านทารกแรกเกิดและปริกำเนิด
นพ. จรัสพงศ์ เอื้ออริยะพานิชกุล กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการเด็ก
พญ. นวลพรรณ ชูประเสริฐสุข กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคต่อมไร้ท่อและเมแทบอลิซึมในเด็ก
พญ. อลีนา เอื้อสุวรรณกุล กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์พัฒนาการและพฤติกรรม
ผศ. พญ. พิณทิพย์ สุชาติลิขิตวงศ์ กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อและแบคทีเรียวิทยา
-
ศ.เกียรติคุณ นพ. กิตติ อังศุสิงห์
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
โรคเบาหวานและต่อมไร้ท่อ -
ผศ.นพ. คมสันต์ เกียรติรุ่งฤทธิ์
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
จิตเวชศาสตร์ทั่วไป, จิตเวชเด็กและวัยรุ่น -
นพ. จรัสพงศ์ เอื้ออริยะพานิชกุล
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์, โภชนาการเด็ก -
คุณ ชุติมณฑน์ ปัญญาคำ
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
นักจิตวิทยาคลินิก -
นพ. ถิรชัย ตันสันติวงศ์
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยาในเด็ก -
นพ. วัชรพงษ์ วันวัฒน์สันติกุล
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
โรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อในเด็ก -
ผศ. นพ. สุเทพ วาณิชย์กุล
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
โรคหัวใจในเด็ก -
นพ. เทอดพงศ์ เต็มภาคย์
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
โรคผิวหนังในเด็ก -
พญ. ปาริชาต ขาวสุทธิ์
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
โรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกันและโรคข้อ -
พญ. ขวัญเมือง ณ ตะกั่วทุ่ง
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์ -
พญ. ปริชวัน จันทร์ศิริ
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
เวชศาสตร์มารดาและทารก -
พญ. พรพิมล เรียนถาวร
แผนกกุมารเวช
ความชำนาญพิเศษ
สาขาโรคไตในเด็ก
ทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางเด็ก
พญ. รัติยา พรชัยสุรีย์
นพ. วรากร เทียมทัด
นพ. วิทวัส ทรัพย์ธนากร
นพ. ปัญชรัช ปรีชาหาญ
พญ. เบญจวรรณ วุฒิวรวงศ์
นพ. พฤกษ์ วิชัยยะ
ทีมทันตแพทย์เด็ก
ทพญ. เพียงจันทร์ จินตนาสวัสดิ์
ทพญ. โสพิศสุดา สุวรรณรุ่งเรือง
ทพญ. นนทิยา พุ่มชูศรี
ทพญ. อภิชญา เจียมกิม
ด้วยทีมกุมารแพทย์ครอบคลุม 15 ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เรายังมีการทำงานบูรณาการร่วมกับแพทย์เฉพาะทางแผนกอื่นอย่างใกล้ชิด อาทิ ศัลยแพทย์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู แพทย์กระดูกและข้อ เพื่อมอบการดูแลที่สมบูรณ์และตรงจุด เพื่อการเติบโตอย่างสมวัย
ตรวจสอบสารก่อภูมิแพ้ที่หลากหลายและเจาะลึกถึงระดับโมเลกุล
แพ็กเกจตรวจสุขภาพเด็ก
- แพ็กเกจตรวจสุขภาพและภูมิคุ้มกันในเด็ก (อายุ 9 เดือน – 14 ปี) Smart Kids Basic Screening & Immunity Check Package (9 Months – 14 Years Old)
- แพ็กเกจตรวจสุขภาพเด็กน้ำหนักเกินเกณฑ์ (อายุ 6 – 14 ปี) Smart Kids Overweight Screening Package (Aged 6-14 Years Old)
- แพ็กเกจตรวจสุขภาพเด็กน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ (อายุ 6 – 14 ปี) Smart Kids Underweight Screening Package
- แพ็กเกจตรวจสุขภาพเด็กหนุ่มสาวก่อนวัย (อายุ 6 – 14 ปี) Smart Kids Precocious Puberty Screening Package
ตรวจสอบสารก่อภูมิแพ้ที่หลากหลายและเจาะลึกถึงระดับโมเลกุล
แพ็กเกจตรวจคัดกรองสุขภาพตาเด็ก
ตรวจสายตาลูกอย่างมั่นใจ ด้วยโปรแกรมคัดกรองสุขภาพตาเด็ก ดูแลโดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางเด็ก
แนะนำตรวจเป็นประจำทุกปี เพื่อค้นหาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะแรก และป้องกันปัญหาสายตาในอนาคต