ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก (CKM)
หากคุณน้ำหนักเกิน ความดันสูง ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ความเสี่ยงสุขภาพก็สูงตาม
แต่หากคุณน้ำหนักไม่เกิน ความดันปกติ ระดับน้ำตาลในเลือดก็ปกติ ก็ใช่ว่าจะปราศจากความเสี่ยงสุขภาพ
เพราะไขมันร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างกาย ไม่ว่าจะเกาะอยู่ในหลอดเลือด สะสมในช่องท้องและตับ ล้วนเพิ่มความเสี่ยงสุขภาพ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ผลจากค่าดัชนีมวลกาย ค่าความดัน และระดับน้ำตาลในเลือด
ในบางคน การตรวจเบื้องต้นจึงไม่เพียงพอ
เมื่อรู้ตัวอีกที ภัยเงียบที่เริ่มจากปัญหาของระบบเมตาบอลิกนี้ ก็อาจสร้างปัญหาต่อระบบหัวใจและไตไปเรียบร้อยแล้ว เพราะทั้ง 3 ระบบ ทำงานเกี่ยวเนื่องกัน
โรงพยาบาลบีเอ็นเอชเข้าใจความสัมพันธ์ของระบบร่างกาย เราจึงผสานการดูแลสุขภาพทั้ง 3 ระบบ ไว้ในแผนกเดียวกัน เพื่อมอบการดูแลอย่างบูรณาการที่ครอบคลุม มุ่งเน้นที่การป้องกัน จึงพบสัญญาณโรคในทั้ง 3 ระบบ ได้ตั้งแต่ยังไม่ปรากฏอาการ รักษาได้ต่อเนื่อง และติดตามสุขภาพได้ในระยะยาว
หากคุณไม่แน่ใจสัญญาณอันตรายในร่างกายตัวเอง นัดหมายประเมินความเสี่ยงสุขภาพเชิงลึก ที่ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก (CKM) ชั้น 4 พร้อมรับคำแนะนำเพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพอย่างยั่งยืน
Table of Contents
ผลดี เมื่อดูแลระบบหัวใจ ไต และเมตาบอลิก ไปพร้อมกัน
ระบบหัวใจ ไต และเมตาบอลิก ใช้ชื่อเรียกให้ฟังง่าย คือ CKM
C มาจาก Cardiovascular คือระบบหัวใจและหลอดเลือด
- ความเสี่ยงที่ระบบหัวใจ เมื่อระดับน้ำตาล ไขมัน หรือความดันโลหิตสูงต่อเนื่อง ผนังหลอดเลือดอาจเสื่อมสภาพและเกิดการตีบตัน ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว และหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- วิธีการดูแลของแพทย์ ประเมินความเสี่ยงโดยค้นหาความผิดปกติของโครงสร้างหลอดเลือด จังหวะการเต้นของหัวใจ ไปจนวินิจฉัยและรักษาโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด อาทิ โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจเต้นผิดจังหวะ และหัวใจล้มเหลว
K มาจาก Kidney คือระบบไต
ระบบไต มีบทบาทในการควบคุมความดันโลหิต สมดุลน้ำ เกลือแร่ และการขับของเสีย
- ความเสี่ยงที่ระบบไต ความดันโลหิตสูงและเบาหวานที่ควบคุมได้ไม่ดีอาจทำลายหลอดเลือดขนาดเล็กในไต ทำให้ประสิทธิภาพการกรองลดลง เกิดการคั่งของน้ำและของเสีย จนเกิดโรคไตอักเสบเรื้อรัง และเพิ่มภาระการทำงานของหัวใจ
- วิธีการดูแลของแพทย์ มุ่งติดตามการทำงานของไต ประเมินค่าการกรองของไต โปรตีนรั่ว สมดุลน้ำ เกลือแร่ และความดันโลหิต ควบคุมปัจจัยเสี่ยง ชะลอการเสื่อมของไต และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับระยะของโรค
M มาจาก Metabolic คือระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก
ระบบต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิก ทำงานควบคุมกระบวนการเผาผลาญและดูดซึมสารอาหาร มีผลต่อน้ำหนัก ระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ความดันโลหิต และระดับฮอร์โมน
- ความเสี่ยงที่ระบบเมตาบอลิก อาทิ ภาวะดื้อต่ออินซูลิน เบาหวาน ไขมันผิดปกติ โรคอ้วน ไขมันพอกตับ และความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
- วิธีการดูแลของแพทย์ ดูแลโรคเบาหวาน ไขมัน น้ำหนัก ไทรอยด์ ฮอร์โมน ลดปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อหัวใจ ไต และหลอดเลือดในระยะยาว รวมถึงการควบคุมน้ำหนักอย่างยั่งยืน
ระบบหัวใจ ไต และเมตาบอลิก ทำงานสืบเนื่องกัน ปัญหาที่เริ่มจากหนึ่งระบบ จะเพิ่มความเสี่ยงทางสุขภาพให้อีก 2 ระบบ อย่างเป็นวงจร
ปัญหาของระบบหัวใจ ไต และเมตาบอลิก เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจากพฤติกรรมหรือกรรมพันธุ์ ไม่ว่าเริ่มจากปัญหาที่ระบบใดก่อน จะส่งผลกระทบต่อระบบอื่นเป็นวงจร นำไปสู่ กลุ่มความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกันของ 3 ระบบหลักในร่างกาย (CKM Syndrome) และผลกระทบมีแต่จะหนักขึ้น หากไม่รีบหยุดวงจรนั้น
ดังนั้น การดูแลทั้ง 3 ระบบ ไปพร้อมกัน จะช่วยลดความเสี่ยงในหนึ่งระบบ ไปพร้อมกับสร้างเสริมสุขภาพในอีก 2 ระบบเช่นกัน ซึ่งศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก (CKM) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช มองไกลถึงเป้าหมายในการดูแลสุขภาพระยะยาวของคนไข้ แพทย์เฉพาะทางจึงทำงานร่วมกัน ดูแลครอบคลุมทั้ง 3 ระบบ ไปพร้อมกัน
Sick fat ไขมันป่วย ต้นเหตุโรคเรื้อรัง ที่พบได้แม้ในคนผอม
Sick fat คือไขมันที่อยู่ในภาวะผิดปกติและส่งผลเสียต่อร่างกาย ส่วนมากมักหมายถึงไขมันในช่องท้อง และไขมันพอกตับ ที่เกิดจากไขมันสะสมมากขึ้น จนเซลล์ไขมันทำงานผิดปกติ แล้วหลั่งสารก่อการอักเสบมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงให้ร่างกายดื้อต่ออินซูลิน เกิดเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจ
คนส่วนมาก รับรู้ถึงสัญญาณแห่งการเจ็บป่วยที่ยังไม่แสดงอาการ จากน้ำหนัก ค่าความดัน ไขมันในเลือด และระดับน้ำตาล แต่ก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน ที่จะพบ Sick fat แม้ในคนที่ค่าตัวเลขดังกล่าวปกติ ทำให้กว่าจะรู้ตัวว่าร่างกายมีปัญหา Sick fat ก็ส่งผลต่อระบบหัวใจ และระบบไต ไปเรียบร้อยแล้ว
โรงพยาบาลบีเอ็นเอชมุ่งเน้นที่การป้องกัน ผู้รับบริการจึงได้รับการตรวจวิเคราะห์ร่างกายเชิงลึก เพื่อตรวจหาต้นเหตุของน้ำหนักที่เกินมาตรฐาน และความผิดปกติอื่นในร่างกายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการสะสมของ Sick fat เพื่อวางแผนดูแลควบคุมน้ำหนัก ควบคุม Sick fat และลดความเสี่ยงสุขภาพต่อระบบหัวใจ และระบบไตไปพร้อมกัน
METABOLIC
DEEP DISCOVERY
โปรแกรมประเมินสุขภาพเมตาบอลิก
และฮอร์โมนเชิงลึก
ค้นหาความผิดปกติของระบบเผาผลาญ ฮอร์โมน และความเสี่ยงสุขภาพที่ซ่อนอยู่ เพื่อวางแผนดูแล สุขภาพเฉพาะบุคคล
Detect hidden metabolic, hormonal, and health risks
to develop a personalised approach for long-term wellness.
ความแตกต่างเมื่อดูแล 3 ระบบไปพร้อมกัน ที่ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก (CKM) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
- มุ่งเน้นการดูแลแบบป้องกัน จึงตรวจพบปัญหาได้ตั้งแต่ระยะแรก เพิ่มโอกาสรักษาจนหายขาด
- แพทย์เฉพาะทางครบทั้ง 3 ระบบ ทำงานแบบบูรณาการในแผนกเดียวกัน แบ่งปันข้อมูลการรักษาทั้ง 3 ระบบ คนไข้มารักษาด้วยปัญหาในระบบเดียว ก็เหมือนได้รับการดูแลทั้ง 3 ระบบไปพร้อมกัน
- ลดความซ้ำซ้อนของการตรวจ และวางแผนรักษา จึงประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย
- ดูแลและติดตามสุขภาพในระยะยาว เพิ่มความต่อเนื่องในการรักษาทั้ง 3 ระบบ ทำให้การควบคุมปัจจัยเสี่ยงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
- แผนการตรวจสุขภาพเชิงลึกที่ครอบคลุมทั้ง 3 ระบบ มุ่งเน้นการตรวจเชิงลึกที่ต้นเหตุ นำไปสู่ผลการวินิจฉัยที่แม่นยำ และการรักษาตรงจุด
- วางแผนควบคุมน้ำหนักอย่างยั่งยืนและมีสุขภาพดี โดยแพทย์เฉพาะทาง วิเคราะห์ควบคู่กับระดับน้ำตาล ไขมันในเลือด ฮอร์โมน และโรคประจำตัว
- ประสานการดูแลภาวะหัวใจฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
- เทคโนโลยีการแพทย์ชั้นแนวหน้าระดับโรงเรียนแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพในการวินิจฉัยและรักษา รองรับการตรวจและรักษาผ่าน Cath Lab เมื่อมีข้อบ่งชี้
- การทำงานแบบสหสาขา ร่วมกับบุคลากรการแพทย์ที่ชำนาญการ เช่น แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู นักโภชนาการ นักกายภาพบำบัด เพื่อมอบการดูแลที่ครอบคลุม เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดให้คนไข้
- แผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ไม่เพียงลดความเสี่ยงในร่างกาย 3 ระบบ แต่ยังสร้างเสริมสุขภาพในทั้ง 3 ระบบ เช่น แผนโภชนาการ แผนการออกกำลังกาย
ใช่คุณหรือไม่ ที่ต้องใส่ใจระบบหัวใจ ไต และเมตาบอลิก
วันนี้คุณอาจยังไม่มีสัญญาณโรค ตรวจสุขภาพทั่วไป ค่าความดัน ไขมัน ระดับน้ำตาล ก็ปกติดี แต่ปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน แม้ยังไม่พบ ก็ไม่อาจบอกได้ว่าจะแสดงอาการออกมาเมื่อไร โอกาสหายขาดก็ไม่มากเท่าการจัดการตั้งแต่เนิ่น ๆ
กลุ่มเสี่ยง ที่ยังไม่พบสัญญาณโรค
หากคุณเข้าข่ายเหล่านี้แม้เพียงข้อใดข้อหนึ่ง ร่างกายคุณอาจมีความเสี่ยงด้านปัญหาหัวใจ ไต เมตาบอลิก ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติในตอนนี้
- อายุ 40 ปีขึ้นไป
- ชอบทานอาหารเค็มจัด หวานจัด ของทอด ของมัน อาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูปขั้นสูง (Ultra-Processed Food)
- ดื่มน้ำน้อย
- สูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- พักผ่อนน้อย เครียดสะสม ไม่ค่อยออกกำลังกาย
- มีน้ำหนักเกิน ภาวะอ้วน ขนาดรอบเอวสูง
- ประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ โรคไต เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง หรือเสียชีวิตกะทันหัน
กลุ่มเสี่ยง ที่พบสัญญาณโรคแล้ว
หากคุณกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพเหล่านี้ แสดงว่าร่างกายคุณมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคในระบบอื่นตามมา ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อลดโอกาสเกิดวงจรของโรค
- ค่าความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด ระดับน้ำตาล หรือค่าดัชนีมวลกายสูง (BMI)
- เป็นโรคเบาหวาน หรือภาวะก่อนเบาหวาน
- มีภาวะไขมันป่วย (Sick Fat) อาทิ ไขมันในช่องท้อง ไขมันพอกตับ
- เป็นโรคไตเรื้อรัง หรือเคยตรวจพบค่าการทำงานของไตผิดปกติ
- เหนื่อยง่าย ไม่มีแรง ใจสั่น วูบบ่อย หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
- ต้องการชะลอความเสื่อมของอวัยวะ ป้องกันภาวะแทรกซ้อนและการเกิดโรคซ้ำ
กลุ่มที่ไม่มีความเสี่ยง แต่ต้องการการดูแลตัวเองที่เหมาะสม
หากคุณไม่มีโรค และไม่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงเลย แต่กำลังวางแผนเพื่อดูแลสุขภาพระยะยาว ก็อาจต้องกลับมาดูข้อมูลเชิงลึกของร่างกายว่าเหมาะสมต่อรูปแบบการดูแลตัวเองที่เปลี่ยนไปหรือไม่ เพื่อลดโอกาสเกิดผลเสียจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับร่างกาย
- อยากหันมาออกกำลังกายจริงจัง หรือกำลังวางแผนลงแข่งขันกีฬาที่ท้าทาย เช่น มาราธอน ไตรกีฬา ควรตรวจสุขภาพหัวใจ เพื่อดูความพร้อมของร่างกาย
- วางแผนลดน้ำหนัก โดยการควบคุมอาหาร ควรตรวจสุขภาพของระบบเมตาบอลิกและไต เพราะการลดอาหารบางอย่าง โดยที่ร่างกายมีปัญหาการดูดซึมเป็นทุนเดิม อาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหารจำเป็น ระบบเมตาบอลิกเสียสมดุล และการเพิ่มอาหารบางอย่างเพื่อควบคุมน้ำหนัก เร่งสร้างกล้ามเนื้อ เช่น โปรตีน วิตามิน อาจทำให้ร่างกายเพิ่มภาระให้ระบบไตทำงานหนักขึ้น
- วางแผนลดน้ำหนัก โดยใช้เทคโนโลยีการแพทย์ เช่น ปักปากกา ทานยาหรืออาหารเสริมเพื่อลดน้ำหนัก ควรตรวจดูความพร้อมของร่างกาย และผลกระทบจากวิธีลดน้ำหนัก
- วางแผน Longevity เพื่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ แม้ยังไม่ปรากฏความเสี่ยงสุขภาพ แต่การได้รู้ข้อมูลของร่างกายตัวเอง ทำให้วางแผนดูแลสุขภาพได้เหมาะสมมากขึ้น
กลุ่มฉุกเฉิน ต้องพบแพทย์ด่วนที่สุด
หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ คือภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่โอกาสรอดชีวิต หรือกลับมาใกล้เคียงปกติ ขึ้นอยู่กับความเร็วในการเข้าถึงการรักษา ควรติดต่อแผนกฉุกเฉินในทันที
- เจ็บหรือแน่นหน้าอกเฉียบพลัน
- เจ็บร้าวไปแขน คอ กราม หลัง หรือไหล่
- หายใจเหนื่อยเฉียบพลัน หายใจไม่อิ่ม หรือนอนราบไม่ได้
- เหงื่อแตก ใจสั่น หน้ามืด หรือคล้ายจะเป็นลม
- ใบหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัดอย่างเฉียบพลัน
- ความดันโลหิตสูงมากร่วมกับปวดศีรษะรุนแรง แน่นหน้าอก หรือหายใจลำบาก
- หมดสติขณะออกกำลังกายหรือกำลังออกแรง โดยเฉพาะถ้าไม่เคยเป็นมาก่อน
- หมดสติโดยไม่มีอาการเตือน เช่น หน้ามืด คลื่นไส้ เหงื่อออก หรือรู้สึกจะเป็นลม
สายด่วนแผนกฉุกเฉิน โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โทร 02-632-1000 พร้อมประเมินอาการและประสานทีมแพทย์เฉพาะทางตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงรองรับการตรวจและรักษาผ่าน Cath Lab เมื่อมีข้อบ่งชี้
5 ระยะสุขภาพ CKM ดูแลเมื่อไร ได้ผลอย่างไร
ปัญหาสุขภาพหัวใจ ไต เมตาบอลิก อาจไม่แสดงอาการออกมาในทันที แต่ค่อย ๆ สะสมในร่างกายจนถึงจุดหนึ่ง ค่อยปรากฏรอยโรคออกมา ซึ่งหากรอให้ถึงตอนนั้น โอกาสชะลอการดำเนินโรค และการรักษาหาย อาจไม่มากเท่าการพบปัญหาตั้งแต่ก่อนมีอาการ รวมทั้งส่งผลต่อความเสี่ยงในระบบอื่นไปแล้ว
American Heart Association ได้แบ่งสุขภาพหัวใจ ไต เมตาบอลิก ออกเป็น Stage 0-4 เพื่อช่วยให้ประเมินระดับความเสี่ยง เพื่อวางแผนการดูแลได้ตรงจุด ลดโอกาสเกิดปัญหาต่อเนื่องที่ระบบอื่น
Stage 0 สุขภาพหัวใจ ไต เมตาบอลิก อยู่ในเกณฑ์ดี
ลักษณะสุขภาพ: ยังไม่ปรากฏปัญหาสุขภาพ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ
แนวทางดูแล: รักษาสุขภาพ และตรวจสุขภาพตามช่วงวัย
เป้าหมาย: ป้องกันไม่ให้เกิดปัจจัยเสี่ยง จนเข้าสู่ Stage 1
Stage 1 ระบบเมตาบอลิกเริ่มเสียสมดุล
ลักษณะสุขภาพ: เริ่มมีสัญญาณเตือน อาทิ น้ำหนักเกิน มีไขมันสะสม ขนาดรอบเอวเพิ่ม มีภาวะดื้อต่ออินซูลิน
แนวทางดูแล: ปรับพฤติกรรม หันมาออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร พักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียด และตรวจสุขภาพเป็นประจำ
เป้าหมาย: ลดไขมันสะสม ฟื้นฟูสมดุลเมตาบอลิก และลดโอกาสเกิดเบาหวาน โรคหัวใจ และโรคไต
Stage 2 พบปัจจัยเสี่ยงหรือโรคร่วม
ลักษณะสุขภาพ: เริ่มมีโรคหรือปัจจัยเสี่ยงทางเมตาบอลิกหรือไตอย่างชัดเจน อาจพบความดันโลหิตสูง ค่าไตรกลีเซอไรด์สูง เบาหวานชนิดที่ 2 ปัญหาเมตาบอลิก โรคไตเรื้อรัง หรือหลายภาวะร่วมกัน
แนวทางดูแล: ออกกำลังกายและควบคุมอาหาร เพื่อควบคุมระดับน้ำตาล ความดันโลหิต ไขมัน และน้ำหนัก พร้อมประเมินการทำงานของหัวใจและไต รับการรักษาตามระดับความเสี่ยง
เป้าหมาย: ควบคุมความผิดปกติก่อนเกิดความเสียหายต่ออวัยวะหนักขึ้น
Stage 3 เริ่มพบความเสียหายที่อาจยังไม่มีอาการ
ลักษณะสุขภาพ: คนไข้อาจยังรู้สึกปกติ แต่ระบบเริ่มมีความเสียหายแล้วพบการเปลี่ยนแปลงของหัวใจ หลอดเลือด หรือไต จากการตรวจเฉพาะทาง แม้อาจยังไม่มีอาการชัดเจน
แนวทางดูแล: ประเมินความเสียหายอย่างละเอียด ปรับแนวทางการรักษาและติดตามระบบหัวใจ ไต และเมตาบอลิกอย่างใกล้ชิด
เป้าหมาย: ชะลอหรือหยุดการดำเนินของโรค ลดโอกาสเกิดภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ และลดความเสี่ยงต่อระบบอื่น
Stage 4 เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดแล้ว
ลักษณะสุขภาพ: เป็นระยะที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดและต้องดูแลอย่างเข้มข้น ผู้ป่วยเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดที่แสดงออกทางคลินิกแล้ว อาทิ โรคหลอดเลือดหัวใจ หัวใจล้มเหลว หัวใจห้องบนสั่นพลิ้ว โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดส่วนปลาย หรืออาจมีภาวะไตวายร่วมด้วย
แนวทางดูแล: รักษาตามมาตรฐานของโรค ป้องกันการเกิดซ้ำ พร้อมควบคุมน้ำตาล ความดัน ไขมัน น้ำหนัก และการทำงานของไตควบคู่กัน
เป้าหมาย: ลดการเกิดเหตุการณ์ซ้ำ รักษาการทำงานของอวัยวะ และคงคุณภาพชีวิตให้ดีที่สุด
การดูแลสุขภาพ การทำตามคำแนะนำของแพทย์ การรักษาและติดตามอย่างต่อเนื่อง สามารถชะลอการดำเนินของโรค ลดความเสี่ยงโรคที่ระบบอื่น และเปลี่ยนระยะ CKM บางระยะ ให้ไปอยู่ในระดับความเสี่ยงที่ต่ำลงได้
ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก โรงพยาบาลบีเอ็นเอช มีความพร้อมดูแลสุขภาพของคุณในทุกระยะ ตั้งแต่ก่อนมีอาการ จนถึงภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ เพื่อมอบการดูแลในระยะยาวที่เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตาม ปัญหาของระบบหัวใจ ไต เมตาบอลิกนั้น ยิ่งพบไว ยิ่งมีโอกาสรักษาหาย ยิ่งลดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับระบบอื่น คุณจึงควรตรวจประเมินสุขภาพเป็นประจำ
แผนการดูแลสุขภาพระยะยาว ที่ครอบคลุม 3 ระบบ
กว่าจะมาเป็นแผนการดูแลสุขภาพเฉพาะบุคคล เพื่อลดความเสี่ยงโรค สร้างเสริมสุขภาพทั้งระบบหัวใจ ไต เมตาบอลิก ทีมแพทย์สหสาขาต้องทำงานร่วมกัน เพื่อคัดกรอง ประเมิน วินิจฉัย และออกแบบการรักษา และดูแลสุขภาพระยะยาว
ขั้นที่ 1 ประเมินความเสี่ยงสุขภาพขั้นต้น
ไม่ว่าผู้รับบริการจะมีสัญญาณโรคมาแล้ว หรือยังไม่มี แพทย์จะประเมินความเสี่ยงขั้นต้น จากข้อมูลดังนี้
- ปัจจัยทางพันธุกรรมและประวัติครอบครัว
- โรคประจำตัวและยาที่ใช้
- พฤติกรรมและรูปแบบการใช้ชีวิต
- น้ำหนัก ค่าดัชนีมวลกาย และขนาดรอบเอว
- ผลตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด ค่าไขมัน และความดันโลหิต
- การทำงานของไต
- ผลตรวจสุขภาพเดิม
ผู้รับบริการจึงควรเตรียมผลตรวจเดิม รายชื่อยาและอาหารเสริม รวมถึงประวัติสุขภาพของครอบครัว และประวัติการรักษาที่เกี่ยวข้อง มาให้พร้อมในวันนัดหมาย
ขั้นที่ 2 ตรวจหาความผิดปกติระยะแรก
หากพบความเสี่ยงบางอย่าง แพทย์อาจพิจารณาให้ตรวจคัดกรองเพิ่มเติมที่เหมาะสม เช่น การตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid Doppler Ultrasound) ดูความหนาและไขมันสะสมในหลอดเลือดหัวใจ ในผู้รับบริการที่ไม่พบสัญญาณโรค แต่มีสมาชิกในครอบครัวป่วยด้วยโรคหัวใจ เป็นต้น
การคัดกรองที่ตรงจุด จะช่วยให้แพทย์ทราบระดับความเสี่ยงที่การตรวจสุขภาพขั้นต้นยังบอกได้ไม่ชัดเจนเพียงพอ เพื่อวางแผนการดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค ลดภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสสร้างผลกระทบต่อระบบอื่นที่เกี่ยวข้อง
ขั้นที่ 3 ประเมินระดับสุขภาพหัวใจ ไต และเมตาบอลิก
แพทย์พิจารณาข้อมูลการคัดกรองจากขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 นำมาประเมินระดับความเสี่ยง และเป้าหมายการรักษา
ขั้นที่ 4 วางแผนร่วมกันโดยทีมแพทย์สหสาขา
แพทย์เฉพาะทางระบบหัวใจ ระบบไต และระบบเมตาบอลิก บูรณาการการออกแบบแผนรักษาโรค ชะลอการดำเนินโรค ลดความรุนแรงของโรค ลดความเสี่ยงสุขภาพในระบบอื่น รวมไปถึงแผนการส่งเสริมสุขภาพในระยะยาว ที่ครอบคลุมโภชนาการ และการออกกำลังกาย
ขั้นที่ 5 ติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าในระยะยาว
แพทย์สหสาขาร่วมกันติดตามผล ปรับแผนการดูแล เพื่อป้องกันการเกิดโรคซ้ำ ชะลอการเสื่อมของอวัยวะ และลดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว รวมถึงปรับแผนโภชนาการ และการออกกำลังกาย ให้เหมาะสมกับสุขภาพที่เปลี่ยนไป
บริการตรวจสุขภาพ จากโรงพยาบาลบีเอ็นเอช
ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก มีบริการตรวจสุขภาพที่ครอบคลุม ตั้งแต่การคัดกรองทั่วไป จนถึงการคัดกรองเชิงลึก ให้ผู้ป่วยสามารถตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่ยังไม่แสดงอาการ ทั้งนี้ การตรวจคัดกรองเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์ ที่พิจารณาจากประวัติสุขภาพของแต่ละบุคคล โดยผู้รับบริการจึงไม่จำเป็นต้องตรวจทุกรายการ
ตรวจประเมินระบบเมตาบอลิก
- ตรวจร่างกาย วัดความดัน น้ำหนัก BMI และรอบเอว
- ตรวจระดับน้ำตาลและ HbA1c
- ตรวจระดับไขมันในเลือด
- ตรวจ Creatinine และ eGFR
- ตรวจโปรตีนรั่วในปัสสาวะด้วย uACR
- ตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ตามข้อบ่งชี้
- ประเมินองค์ประกอบร่างกายด้วย InBody
- ตรวจระดับน้ำตาลอย่างต่อเนื่องด้วย CGM ตามข้อบ่งชี้
- ประเมินความเสี่ยงด้วย PREVENT Equations ตามความเหมาะสม
ตรวจประเมินระบบหัวใจและการไหลเวียนของเลือด
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะพัก (Resting ECG/EKG)
- ตรวจการไหลเวียนของหลอดเลือดแขนและขา (ABI)
- อัลตราซาวนด์หัวใจผ่านผนังทรวงอก (TTE/Echocardiogram)
- ตรวจสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย (EST)
- บันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor)
- บันทึกความดันโลหิต 24 ชั่วโมง (ABPM)
ตรวจประเมินระบบไต
- ตรวจการทำงานของไตจากเลือด (BUN, Creatinine, eGFR)
- ตรวจปัสสาวะเพื่อประเมินความผิดปกติ (Urinalysis)
- ตรวจโปรตีนรั่วในปัสสาวะ (Urine Albumin-to-Creatinine Ratio: UACR)
- ตรวจสมดุลเกลือแร่ในร่างกาย (Electrolytes)
- อัลตราซาวนด์ไตและระบบทางเดินปัสสาวะ (Renal & Urinary Tract Ultrasound)
ตรวจเฉพาะทางเชิงลึกตามข้อบ่งชี้
- อัลตราซาวนด์หัวใจผ่านหลอดอาหาร (TEE)
- ตรวจหัวใจขณะกระตุ้นด้วยยา (Dobutamine Stress Echocardiogram)
- ทดสอบหาสาเหตุของภาวะเป็นลม (Tilt Table Test)
- ตรวจปริมาณหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ (CT Calcium Score)
- อัลตราซาวนด์หลอดเลือดแดงคาโรติด (Carotid Doppler Ultrasound)
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจและหลอดเลือด (CTA/CCTA)
- ตรวจและรักษาผ่านห้องปฏิบัติการสวนหัวใจ (Cath Lab)
2C1U แพ็กเกจตรวจสุขภาพเชิงลึกยอดนิยม
เมื่อคนเราอายุมากขึ้น ผนังหลอดเลือดจะมีความยืดหยุ่นที่ลดลง ประกอบกับมีคราบไขมันและหินปูนมาสะสม ทำให้ผนังหลอดเลือดหนา กีดขวางการลำเลียงเลือด ซึ่งประวัติสุขภาพ กรรมพันธุ์ และพฤติกรรมของแต่ละบุคคล แนะนำ อายุ 40 ปีขึ้นไป สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ น้ำหนักมาก โรคเบาหวาน โรคไตเรื้อรัง การติดเชื้อ และการอักเสบของร่างกาย เป็นต้น คือปัจจัยที่ทำให้การสะสมของไขมันและหินปูนในแต่ละคนไม่เท่ากัน
นอกเหนือจากการตรวจสุขภาพขั้นพื้นฐาน ที่ให้ข้อมูลความดันโลหิต ระดับไขมัน ระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งสามารถวิเคราะห์ความเสี่ยงโรคได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่บอกข้อมูลสำคัญ คือ ความหนาของผนังหลอดเลือด ที่แพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและวางแผนป้องกันหรือรักษาได้อย่างตรงจุด ลดโอกาสเกิดการอุดตันในหลอดเลือด ซึ่งหากเกิดที่หัวใจ ก็จะนำไปสู่โรคหัวใจขาดเลือด หากการอุดตันของหลอดเลือดเกิดที่เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง ก็นำไปสู่โรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก
นอกจากนี้ แพ็กเกจ 2C1U ยังรวมการตรวจมะเร็งปอดเชิงลึก ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคยอดนิยมที่เป็นผลมาจากมลภาวะที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบัน การตรวจนี้สามารถเห็นสัญญาณโรคได้ละเอียดกว่าการเอกซเรย์ปอด จึงคัดกรองโรคได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
ผู้รับบริการที่สงสัยภาวะสุขภาพตัวเอง สามารถซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพเชิงลึก 2C1U เพื่อตรวจคัดกรองอย่างตรงจุด โดยแพทย์จะสรุปผลลัพธ์ที่ได้จากการตรวจ และแนะนำแนวทางการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือการรักษาต่อเนื่องหากจำเป็น
การตรวจที่รวมอยู่ในแพ็กเกจ 2C1U ได้แก่
C จาก Cardiac CT Scan for Calcium Scoring คัดกรองโรคหลอดเลือดหัวใจ
การเอกซเรย์ด้วยคอมพิวเตอร์ความเร็วสูง ตรวจหาปริมาณแคลเซียมหรือหินปูนในหลอดเลือดหัวใจ และคำนวณผลตรวจออกมาเป็นค่าตัวเลข ถ้าค่าอยู่ในระดับสูง ก็มีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดโรคหัวใจขาดเลือดสูง และหากไม่ได้รับการรักษา อาจเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย หรือหัวใจวาย ซึ่งเป็นเหตุให้เสียชีวิตกะทันหัน
C จาก Low-dose Computed Tomography (Low-dose CT) คัดกรองมะเร็งปอด
คือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์แบบใช้ปริมาณรังสีต่ำ ให้ผลเป็นภาพสามมิติที่ให้ความละเอียดมากกว่าการตรวจเอกซเรย์ปอดธรรมดา จึงตรวจพบมะเร็งปอดได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นซึ่งยังไม่แสดงอาการ จึงเพิ่มโอกาสรักษาหายถึง 90% และลดอัตราเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้ถึง 20 %
U จาก Carotid Doppler Ultrasound คัดกรองโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก
การตรวจหลอดเลือดแดงบริเวณคอ (Carotid) ด้วยคลื่นเสียงสะท้อนความถี่สูง เพื่อดูการไหลเวียนของเลือดที่ขึ้นไปเลี้ยงสมอง และตรวจดูหลอดเลือดว่ามีคราบหินปูนหรือไขมันที่สะสมอยู่ในหลอดเลือด เพื่อประเมินโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดสมอง หรือสโตรก จากภาวะหลอดเลือดตีบตัน หรือลิ่มเลือดหลุดไปอุดตันหลอดเลือดส่วนปลาย ทำให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้น้อยหรือไม่ได้เลย ทำให้เกิดสมองขาดเลือด เป็นเหตุให้เสียชีวิต หรือเป็นอัมพาตหากรักษาไม่ทัน
ผู้รับบริการสามารถเลือกรับการตรวจประเมินทีละอย่าง แต่การตรวจครบทั้ง 3 อย่าง ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของสุขภาพที่ครอบคลุมความเสี่ยงโรครุนแรงทั้งสาม ซึ่งเป็นภาวะที่สืบเนื่องกัน และวางแผนการดูแลที่เหมาะสม และที่สำคัญคือสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการเลือกตรวจทีละอย่าง
รู้จักทีมสหวิชาชีพประจำศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก
ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เรามอบการดูแลแบบบูรณาการ วางแผนการรักษาอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม เพื่อคัดกรองสัญญาณโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก ชะลอการเกิดโรค ควบคุมอาการ ปกป้องการทำงานของอวัยวะ ลดภาวะแทรกซ้อนและผลกระทบต่อระบบอื่น ส่งเสริมสุขภาพองค์รวมในระยะยาว
ศูนย์หัวใจ ไต เมตาบอลิก ดูแลคนไข้ด้วยความร่วมมือของแพทย์เฉพาะทางหลายสาขา อาทิ
นอกจากนี้ ทีมแพทย์เฉพาะทางโรคหัวใจ ไต เมตาบอลิก ยังทำงานร่วมกับทีมสหสาขา เพื่อการดูแลที่ครอบคลุม และต่อเนื่อง
แพทย์และเจ้าหน้าที่เฉพาะทางด้านโภชนาการและการฟื้นฟูสมรรถภาพ
วางแผนการดูแลด้านอาหาร การควบคุมน้ำหนัก และการออกกำลังกายเฉพาะบุคคล ที่เหมาะสมกับประวัติสุขภาพ เพื่อผลการรักษาที่ได้ผลมากที่สุด และการดูแลสุขภาพในระยะยาว
แพทย์ฉุกเฉินและทีมประสานการรักษา
เพื่อการจัดการภาวะฉุกเฉินที่รวดเร็ว เพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดผลกระทบต่อร่างกายคนไข้