Cancer Care
มะเร็ง เป็นโรคที่เกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ในร่างกาย การตรวจคัดกรองมีความสำคัญอย่างยิ่งในการตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มแรก เนื่องจากมะเร็งบางชนิดไม่มีอาการแสดง นอกจากนี้การตรวจพันธุกรรมมะเร็งยังช่วยประเมินความเสี่ยงและวางแผนการป้องกันได้อีกด้วย ปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง ได้แก่ อายุที่เพิ่มขึ้น พันธุกรรม การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะ การดูแลสุขภาพที่ดี เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันมะเร็ง
การตรวจคัดกรองมะเร็งในผู้หญิง – มีความสำคัญอย่างมาก เพราะช่วยให้ตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดี มะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิงและการตรวจที่แนะนำมีดังนี้:
- การตรวจมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear และ HPV Test)
มะเร็งปากมดลูกเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้หญิง การตรวจ Pap Smear เป็นการเก็บเซลล์จากปากมดลูกเพื่อตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ ซึ่งอาจนำไปสู่มะเร็งได้ และการตรวจ HPV Test เป็นการตรวจหาการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูก การตรวจนี้แนะนำให้ทำตั้งแต่อายุ 21 ปีขึ้นไปและควรทำเป็นประจำทุก 3-5 ปี (หากผลปกติ) - ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม (Mammogram and Ultrasound Breast)
การตรวจแมมโมแกรมเป็นการเอกซเรย์เต้านมเพื่อตรวจหามะเร็งเต้านม ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในผู้หญิง การตรวจนี้แนะนำให้เริ่มทำเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป หรือเร็วกว่านั้นในกรณีที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม การตรวจแมมโมแกรมสามารถช่วยตรวจพบมะเร็งในระยะเริ่มต้นได้แม้ยังไม่มีอาการ ควรตรวจร่วมกับอัลตร้าซาวด์เต้านมเพื่อผลที่แม่นยำชัดเจนมากขึ้น - การตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้องและอุ้งเชิงกราน (Ultrasound Pelvis)
การตรวจนี้ใช้เพื่อตรวจหามะเร็งรังไข่และมะเร็งมดลูก ซึ่งมักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น การตรวจอัลตร้าซาวด์จะช่วยตรวจหาความผิดปกติในรังไข่และมดลูก การตรวจนี้แนะนำสำหรับผู้หญิงที่มีความเสี่ยงสูงหรือมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้องเรื้อรังหรือประจำเดือนผิดปกติ - การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
มะเร็งลำไส้ใหญ่พบได้ในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย การตรวจคัดกรองนี้แนะนำให้เริ่มทำตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป การตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่สามารถช่วยตรวจพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ที่อาจกลายเป็นมะเร็งได้ การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด (CT Chest Low-dose)
สำหรับผู้หญิงที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่ การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย CT Scan ชนิด Low-dose เป็นวิธีการตรวจที่แนะนำเพราะสามารถตรวจพบมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นได้ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาการตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP Test)
เช่นเดียวกับผู้ชาย การตรวจระดับ AFP ในเลือดเป็นวิธีที่ใช้ในการตรวจหามะเร็งตับ โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีประวัติความเสี่ยง เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง
การตรวจคัดกรองมะเร็งในผู้หญิงช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งในระยะรุนแรง ดังนั้นจึงควรตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อรักษาคุณภาพชีวิตและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากมะเร็งในอนาคต
รายการตรวจ Examinations
- ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ Physical Examination (Check-up)
- ตรวจภายในโดยสูตินรีแพทย์ Pelvic Examination by an Obstetric – gynecologist
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ Alpha Fetoprotein (AFP)
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด Complete Blood Count
- ตรวจการทำงานของไต Kidney Function Test: Creatinine (plus eGFR), BUN
- ตรวจน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting)
- คัดกรองภาวะเบาหวาน Glycated Hb (HbA1c)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี Hepatitis B Surface Antibody (HBsAb, Anti-HBS)
- ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี Hepatitis B Surface Antigen
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบซี Hepatitis C Antibody
- ตรวจไขมันในเลือด Lipid Set : Chol, Tri, HDL, LDL
- ตรวจการทำงานของตับ Liver Function Test : ALT, AST, ALP, Total Bilirubin, Direct Bilirubin
- ตรวจวิตามินดี Vitamin D (25-Hydroxy Vitamin D Total)
- ตรวจกรดยูริก Uric Acid
- ตรวจปัสสาวะ Urine Examination
- ตรวจอุจจาระ Stool Examination and Occult Blood
- อัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน Ultrasound Upper Abdomen
- อัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง Ultrasound Lower Abdomen
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด (รังสีต่ำ) CT Chest Low Dose
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG (ECG Cardiac)
- ตรวจมะเร็งปากมดลูก Thin Prep Pap Smear + HPV DNA (Co-test)
- แมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์เต้านม Mammograms with Ultrasound Breast
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งรังไข่ CA125 ( plus HE4 )
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งเต้านม Cancer Antigen 15-3 (Breast Cancer)
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับอ่อน Carbohydrate Antigen 19-9 (Digestive Tract)
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ใหญ่ Carcinoembryonic Antigen (CEA)
- คูปองอาหารมูลค่า 300 บาท Food Coupon (300 Baht)
- รายงานผลตรวจสุขภาพ Check-up Report
- ค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล Doctor’s Fee and Hospital and Nursing Services Fee
การตรวจคัดกรองมะเร็งในผู้ชาย – มีความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายและการตรวจที่แนะนำมีดังนี้:
- การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA Test)
PSA (Prostate-Specific Antigen) เป็นโปรตีนที่ผลิตจากต่อมลูกหมาก การตรวจวัดระดับ PSA ในเลือดสามารถช่วยบ่งบอกความผิดปกติของต่อมลูกหมาก ซึ่งเป็นมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป การตรวจนี้จึงสำคัญเพราะสามารถช่วยตรวจพบมะเร็งต่อมลูกหมากได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก - การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy)
การส่องกล้องเพื่อตรวจดูความผิดปกติในลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นวิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยในผู้ชาย การตรวจนี้จะช่วยให้แพทย์ตรวจพบติ่งเนื้อหรือความผิดปกติอื่น ๆ ที่อาจพัฒนาไปเป็นมะเร็งได้ การตรวจคัดกรองนี้แนะนำให้ทำเป็นประจำสำหรับผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป การตรวจคัดกรองมะเร็งปอด (CT Chest Low-dose)
การตรวจคัดกรองมะเร็งปอดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ชายที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่หรือเคยสูบบุหรี่ การใช้ CT Scan Low-dose ช่วยตรวจพบมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นได้ดีกว่าการเอกซเรย์ทั่วไป และสามารถช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดได้
การตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ (AFP Test)
การตรวจระดับโปรตีน AFP (Alpha-Fetoprotein) ในเลือดช่วยในการตรวจหามะเร็งตับ โดยเฉพาะในผู้ที่มีประวัติเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีโรคตับอักเสบเรื้อรังหรือตับแข็ง การตรวจนี้สามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยมะเร็งตับในระยะเริ่มแรกได้
การตรวจคัดกรองเหล่านี้สำคัญต่อการป้องกันและรักษามะเร็งในผู้ชาย เนื่องจากหลายครั้งมะเร็งในระยะเริ่มต้นอาจไม่มีอาการ ดังนั้นการตรวจสุขภาพเป็นประจำจึงช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้
รายการตรวจ Examinations
- ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ Physical Examination (Check-up)
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับ Alpha Fetoprotein (AFP)
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด Complete Blood Count
- ตรวจการทำงานของไต Kidney Function Test: Creatinine (plus eGFR), BUN
- ตรวจน้ำตาลในเลือด Glucose (Fasting)
- คัดกรองภาวะเบาหวาน Glycated Hb (HbA1c)
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบบี Hepatitis B Surface Antibody (HBsAb, Anti-HBS)
- ตรวจเชื้อไวรัสตับอักเสบบี Hepatitis B Surface Antigen
- ตรวจภูมิคุ้มกันไวรัสตับอักเสบซี Hepatitis C Antibody
- ตรวจไขมันในเลือด Lipid Set : Chol, Tri, HDL, LDL
- ตรวจการทำงานของตับ Liver Function Test : ALT, AST, ALP, Total Bilirubin, Direct Bilirubin
- ตรวจวิตามินดี Vitamin D (25-Hydroxy Vitamin D Total)
- ตรวจกรดยูริก Uric Acid
- ตรวจปัสสาวะ Urine Examination
- ตรวจอุจจาระ Stool Examination and Occult Blood
- อัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนบน Ultrasound Upper Abdomen
- อัลตร้าซาวด์ช่องท้องส่วนล่าง Ultrasound Lower Abdomen
- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด (รังสีต่ำ) CT Chest Low Dose
- ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG (ECG Cardiac)
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก Prostatic Specific Antigen (PSA)
- ตรวจฮอร์โมนเพศชาย Testosterone
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งตับอ่อน Carbohydrate Antigen 19-9 (Digestive Tract)
- ตรวจสารบ่งชี้มะเร็งลำไส้ใหญ่ Carcinoembryonic Antigen (CEA)
- คูปองอาหารมูลค่า 300 บาท Food Coupon (300 Baht)
- รายงานผลตรวจสุขภาพ Check-up Report
- ค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาล Doctor’s Fee and Hospital and Nursing Services Fee
การตรวจพันธุกรรมมะเร็ง เป็นการตรวจสอบความผิดปกติของยีนที่อาจทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น การตรวจนี้ช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงได้ล่วงหน้า วางแผนป้องกัน และรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งหรือมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัย การตรวจจะเก็บตัวอย่างเลือดหรือเนื้อเยื่อไปวิเคราะห์ผล ซึ่งผลการตรวจจะช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้มากขึ้น เช่น การตรวจสุขภาพเป็นประจำ หรือการรับประทานยาป้องกัน อย่างไรก็ตาม การตรวจพันธุกรรมไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นเพียงการประเมินความเสี่ยงเท่านั้น
ตรวจยีนมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
การตรวจรหัสพันธุกรรมเพื่อประเมินความเสี่ยงโรคมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งโพรงมดลูก มะเร็งไทรอยด์ เพื่อนำผลมาประกอบการวางแผนตรวจคัดกรองโรคมะเร็งเฉพาะบุคคล ป้องกันก่อนเกิดโรค เพิ่มความแม่นยำในการตรวจยิ่งขึ้น
กลุ่มโรคมะเร็งที่พบบ่อย เช่น
- มะเร็งเต้านม
- มะเร็งระบบสืบพันธุ์เพศหญิง เช่น มะเร็งรังไข่ มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
- มะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย
- มะเร็งระบบทางเดินอาหาร เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะอาหาร
- มะเร็งระบบต่อมไร้ท่อ เช่น มะเร็งไทรอยด์ เนื้องอกต่อมไร้ท่อ เนื้องอกต่อมหมวกไต ต่อมพาราไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง
- ระบบทางเดินปัสสาวะ (ไต ทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมาก)
- มะเร็งผิวหนัง
- มะเร็งระบบประสาทและสมอง
- มะเร็งเซลล์เนื้อเยื่อ
- โลหิตวิทยา (โรคไขกระดูกเสื่อม มะเร็งเม็ดเลือดขาว)
เหมาะสำหรับ
- คนที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุน้อย หรือมีหลายคน หลาย generation ในบ้านเป็นมะเร็ง ควรเข้ามารับคำปรึกษาและพิจารณาข้อบ่งชี้ในการตรวจ
- คนไข้ที่เป็นโรคมะเร็งและต้องการทราบสาเหตุของการเกิดมะเร็งนั้นๆว่าเกิดจาก ยีนที่ถ่ายทอดมาจากครอบครัวหรือไม่
- ผู้ที่สนใจตรวจเพื่อวางแผนการดูแลสุขภาพระยะยาว
รายการตรวจ Examinations
1.ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ Physical Examination by a Specialist
2.ตรวจยีนมะเร็ง 84 ยีน Multi-Cancer Panel (84 genes)
3.ค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลฯ Doctor’s fee, nursing and hospital services fee
|
ราคาปกติ
|
ราคาพิเศษ
|
|---|---|
|
27,820 บาท
|
21,500 บาท
|
การตรวจพันธุกรรมมะเร็ง เป็นการตรวจสอบความผิดปกติของยีนที่อาจทำให้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น การตรวจนี้ช่วยให้เราประเมินความเสี่ยงได้ล่วงหน้า วางแผนป้องกัน และรักษาได้ตรงจุดมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งหรือมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัย การตรวจจะเก็บตัวอย่างเลือดหรือเนื้อเยื่อไปวิเคราะห์ผล ซึ่งผลการตรวจจะช่วยให้แพทย์วางแผนการดูแลสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้มากขึ้น เช่น การตรวจสุขภาพเป็นประจำ หรือการรับประทานยาป้องกัน อย่างไรก็ตาม การตรวจพันธุกรรมไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นมะเร็งเสมอไป แต่เป็นเพียงการประเมินความเสี่ยงเท่านั้น
การตรวจ Circulating Tumor DNA (ctDNA) คือ การตรวจคัดกรองความเสี่ยงโรคมะเร็งระยะเริ่มต้น ใช้สำหรับตรวจเพื่อคัดกรองความเสี่ยงของมะเร็ง 5 ชนิด ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และ มะเร็งกระเพาะอาหาร โดยการตรวจหาสารพันธุกรรมของเซลล์มะเร็งที่ถูกปล่อยออกมาในกระแสเลือดด้วยเทคโนโลยีที่เรียกว่า Next Generation Sequencing ซึ่งมีข้อดีคือ ตรวจคัดกรองมะเร็งหลายชนิดพร้อมกันจากการเจาะเลือดเพียงครั้งเดียวในบุคคลที่ไม่แสดงอาการ
- มีค่าความแม่นยำสูง โดยมีค่าความจำเพาะ ( Specificity) สูงถึง 97%
- มีความไว ( Sensitivity) มากถึง 72.4%
- เป็นวิธีการตรวจที่ง่าย สะดวก และเจ็บตัวน้อย
- เป็นเทคโนโลยีที่ไม่ต้องพึ่งพาการตรวจชิ้นเนื้อ (Biopsy) แบบดั้งเดิม
- การตรวจนี้สามารถช่วยวินิจฉัยประเภทของเนื้องอกและติดตามผลการรักษาของผู้ป่วยโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของการตรวจ ctDNA:
- การวินิจฉัยโรคมะเร็ง การตรวจพบ DNA ที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม ช่วยลดความจำเป็นในการตรวจชิ้นเนื้อที่อาจมีความยุ่งยากหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ เช่น เนื้องอกในสมองหรือปอด
- การวางแผนการรักษา การวิเคราะห์พันธุกรรมของเซลล์มะเร็งผ่าน ctDNA ช่วยให้แพทย์สามารถกำหนดวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
- การติดตามผลการรักษา การลดลงของปริมาณ ctDNA บ่งชี้ว่าเนื้องอกมีขนาดลดลงและการรักษาได้ผลดี
- การเฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำของโรค การไม่พบ ctDNA ในกระแสเลือดแสดงว่ามะเร็งยังไม่กลับมาเป็นซ้ำ
การตรวจนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งในการติดตามการตอบสนองต่อการรักษาและตรวจสอบความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำของโรคมะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงข้อมูลการรักษาได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
รายการตรวจ Examinations
1.ตรวจสุขภาพโดยแพทย์ Physical Examination by a Specialist
2.ตรวจ DNA มะเร็ง SPOT-MAS multi-cancer early detection
3.ค่าแพทย์และค่าบริการโรงพยาบาลฯ Doctor’s fee, nursing and hospital services fee