Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

เรื่องควรรู้ หากมีความกังวลเกี่ยวกับการตรวจมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทย

และผู้หญิงทั่วโลกมากถึง 23% ของผู้ป่วยโรคมะเร็งผู้หญิงทั้งหมดใน 100,000 คน จะมีผู้หญิง 47 คน เป็นมะเร็งเต้านม

ด้วยตัวเลขทางสถิติที่สูง ทำให้ผู้หญิงจำนวนมากกังวลกับมะเร็งเต้านม ทั้งการดำเนินโรค และผลการรักษาที่อาจกระทบรูปลักษณ์และความมั่นใจแต่นวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่สามารถตรวจคัดกรองโรคอย่างแม่นยำได้ตั้งแต่ระยะต้น ทำให้รักษาได้ง่ายกว่า และปัจจุบัน ยังมีทางเลือกการรักษาโรคมะเร็งมากมายที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าภาพจำการรักษามะเร็งแบบเดิม ๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เพิ่มโอกาสหายขาดจากมะเร็งเต้านม คือความใส่ใจในการสังเกตและคัดกรองโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ

Key Takeaways

  • ก้อนเนื้อที่เต้านม การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังตรงหัวนม และก้อนบริเวณรักแร้ คือสัญญาณของมะเร็งเต้านม
  • การตรวจมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ทราบความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรก เพิ่มทางเลือกในการรักษาและโอกาสหายจากโรค
  • นวัตกรรมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน ได้แก่ แมมโมแกรม 3 มิติ อัลตราซาวด์ และ Breast MRI
  • การผ่าตัดแบบสงวนเต้า และการฉายรังสีด้วย Proton Beam Therapy คือทางเลือกการรักษาใหม่
  • โรงพยาบาล BNH เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลไม่กี่แห่ง ที่สามารถรองรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเข้ารับการรักษาด้วย Breast MRI และ Proton Beam Therapy โดยความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์

อาการมะเร็งเต้านมที่พึงระวัง

ในระยะแรก มะเร็งเต้านมอาจยังไม่ปรากฏอาการที่ชัดเจน ผู้หญิงจึงควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของเต้านมอย่างสม่ำเสมอ โดยการดูเต้านมหน้ากระจก และคลำเต้านม ทั้งขณะยืน และขณะนอนราบ

การเปลี่ยนแปลงบริเวณเต้านมที่ต้องระวัง

  • คลำพบก้อนเนื้อที่เต้านม หรือบริเวณรักแร้
  • ขนาดหรือรูปทรงของเต้านมเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
  • ผิวหนังบริเวณเต้านมบุ๋ม ย่น หรือมีลักษณะคล้ายเปลือกส้ม
  • หัวนมบุ๋มผิดปกติ หรือมีของเหลวไหลออกจากหัวนมโดยไม่ได้ให้นมบุตร
  • มีอาการปวด หรือกดเจ็บที่เต้านมโดยไม่ทราบสาเหตุ

อย่างไรก็ตาม หากพบอาการเหล่านี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเต้านมเสมอไป อาจเป็นเพียงซีสต์หรือเนื้องอกธรรมดาได้เช่นกัน จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ชัด

ทางเลือกการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

หากพบอาการเต้านมในข้างต้นแล้ว แพทย์จะทำการตรวจเต้านมเพื่อคัดกรองเชิงลึก ให้ทราบว่าอาการดังกล่าว เป็นเพียงซีสต์หรือเนื้องอกธรรมดา หรือมะเร็งที่ต้องรีบจัดการทันที เทคโนโลยีการตรวจมะเร็งเต้านม ได้แก่

แมมโมแกรม (Mammogram)

แมมโมแกรม คือ การเอกซเรย์เต้านม เพื่อดูความผิดปกติภายในเต้านม เช่น ก้อนขนาดเล็ก หรือจุดหินปูนเล็ก ๆ (Microcalcifications) ที่บางครั้งยังคลำไม่เจอ จึงเป็นการตรวจสำคัญสำหรับการคัดกรองมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มต้น

 

ระหว่างตรวจ เต้านมจะถูกวางบนเครื่องและกดให้แผ่แบนเล็กน้อยชั่วครู่ เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดขึ้น หลายคนอาจรู้สึกตึงหรือเจ็บเล็กน้อยขณะตรวจ แต่ใช้เวลาไม่นานแมมโมแกรม เหมาะสำหรับตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่แพทย์เห็นว่ามีความเสี่ยง

อัลตราซาวด์เต้านม (Breast Ultrasound)

อัลตราซาวด์เต้านม คือ การใช้คลื่นเสียงความถี่สูง สร้างภาพของเนื้อเยื่อเต้านม ไม่ใช้รังสี และไม่ต้องกดเต้านมเหมือนแมมโมแกรม ผู้เข้ารับการตรวจจึงไม่รู้สึกเจ็บ

อัลตราซาวด์เต้านม เหมาะกับการตรวจเมื่อผู้ป่วยคลำเจอก้อน หรือมีอาการผิดปกติ  การตรวจชนิดนี้ช่วยให้แพทย์ทราบว่า ก้อนที่พบเป็นถุงน้ำหรือก้อนเนื้อ รวมถึงช่วยประเมินความผิดปกติบางอย่างได้ละเอียดขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อเต้านมค่อนข้างหนาแน่น ซึ่งอาจทำให้แมมโมแกรมมองเห็นได้ไม่ชัดเท่าที่ควร

Breast MRI

Breast MRI คือ การตรวจเต้านมด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ควบคู่กับการฉีดสารทึบแสง ในการสร้างภาพ 3 มิติออกมาอย่างละเอียด โดยไม่ใช้รังสี สามารถแยกแยะระหว่างเนื้อเต้านมปกติกับก้อนเนื้องอกได้อย่างชัดเจน

แพทย์มักใช้ Breast MRI ร่วมกับแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ เพื่อตรวจสอบข้อสงสัยในจุดที่แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์มองเห็นไม่ชัด หรือใช้สแกนหาจุดมะเร็งขนาดเล็กที่แอบซ่อนอยู่ ทำให้ตรวจจับมะเร็งระยะเริ่มต้นได้แม่นยำมากขึ้น

ผู้ที่เหมาะสมกับการตรวจมะเร็งเต้านมเพิ่มเติมด้วย Breast MRI

  • ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจากพันธุกรรม มีประวัติครอบครัวสายตรงเป็นมะเร็งเต้านมหรือรังไข่หลายคน หรือตรวจพบการกลายพันธุ์ของยีน BRCA
  • ผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่นมาก ซึ่งมักพบในผู้หญิงเอเชีย
  • ผู้ป่วยที่ตรวจพบมะเร็งเต้านมแล้ว แพทย์ต้องการประเมินขนาดก้อนเนื้อที่แท้จริง และตรวจเช็กมะเร็งที่ซ่อนอยู่ในจุดอื่น เพื่อวางแผนการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ
  • ผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการตรวจเช็กเนื้อเต้านมรอบซิลิโคน และตรวจเช็กการรั่วซึมของซิลิโคนโดยไม่เสี่ยงต่อการทำให้แตกชำรุด

คัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย Breast MRI ได้ที่ไหนบ้าง

Breast MRI ต้องอาศัย รังสีแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านม (Breast Radiologist) เท่านั้น ในการอ่านผลตรวจที่ซับซ้อน เพื่อวิเคราะห์รอยโรคได้อย่างแม่นยำ ไม่หลุดเคสที่อันตราย และลดความผิดพลาดจากการวินิจฉัย ที่อาจทำให้คนไข้โดนเจาะชิ้นเนื้อโดยไม่จำเป็น

โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เป็นหนึ่งในสถานพยาบาลที่มีรังสีแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านม ซึ่งมีประสบการณ์สูงในการวินิจฉัยคัดกรองมะเร็งเต้านม
อย่างไรก็ตาม Breast MRI เป็นเครื่องมือช่วยวินิจฉัยที่แม่นยำ แต่ไม่ใช่การตรวจวินิจฉัยมะเร็งขั้นสุดท้าย ผลตรวจยังต้องได้รับการแปลผลและยืนยันเพิ่มเติมโดยแพทย์ ซึ่งอาจรวมถึงการตัดชิ้นเนื้อตรวจในกรณีที่พบความผิดปกติที่น่าสงสัย

เมื่อพบก้อนเนื้อที่เต้านม ควรตรวจที่โรงพยาบาลไหนดี

หากคลำพบก้อนเนื้อหรือความผิดปกติที่เต้านม ผู้ป่วยควรเลือกสถานพยาบาลที่มีครบทั้งเครื่องมือตรวจวินิจฉัยครบวงจร มีทางเลือกในการรักษาที่เหมาะสมกับเงื่อนไขของแต่ละคน และแพทย์เฉพาะทางด้านมะเร็งเต้านมโดยตรง เพื่อให้ได้ผลตรวจที่แม่นยำ และวางแผนการดูแลได้อย่างต่อเนื่อง

ที่ศูนย์สุขภาพเต้านม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เพียบพร้อมด้วยทีมศัลยแพทย์เต้านมและรังสีแพทย์เฉพาะทาง ที่สามารถวินิจฉัยและวางแผนดูแลได้อย่างครบวงจร พร้อมด้วยเครื่องมือตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย ได้แก่ แมมโมแกรม 3 มิติ อัลตราซาวด์ และสามารถรองรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเข้ารับการรักษาด้วย Breast MRI และ Proton Beam Therapy โดยความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์

ทางเลือกการรักษาเมื่อตรวจพบมะเร็งเต้านม

การรักษามะเร็งเต้านมด้วยวิธีทั่วไป คือการใช้เคมีบำบัด และการผ่าตัดเต้านม แต่นวัตกรรมการแพทย์สมัยใหม่ ทำให้ผู้ป่วยมีทางเลือกการรักษามะเร็งที่เหมาะสมกับอาการและข้อจำกัด โดยแต่ละวิธีก็ให้ผลข้างเคียงแตกต่างกัน

การผ่าตัดแบบสงวนเต้า (Breast Conserving Surgery)

เต้านม เป็นมากกว่าอวัยวะ แต่คือความมั่นใจของผู้หญิง การผ่าตัดมะเร็งเต้านมทั่วไป คือ การผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด (Mastectomy) ส่งผลต่อสรีระของผู้หญิง แต่การผ่าตัดแบบสงวนเต้า (Breast Conserving Surgery) เป็นการผ่าตัดนำก้อนมะเร็งและเนื้อเยื่อโดยรอบออกในปริมาณที่เหมาะสม และมั่นใจว่าไม่มีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ โดยยังคงเก็บรักษาเต้านมส่วนใหญ่ไว้ จึงช่วยรักษารูปทรงเต้านมตามธรรมชาติ และให้ผู้หญิงคงความมั่นใจในร่างกายภายหลังการผ่าตัด

ศัลยแพทย์เต้านมจะประเมินความเหมาะสมในการผ่าตัดแบบสงวนเต้า ตามปัจจัยด้านขนาด ตำแหน่ง และระยะของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไปมักตามด้วยการฉายรังสีเพื่อลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ

นวัตกรรมการฉายรังสีโปรตอนขั้นสูง (Proton Beam Therapy)

เต้านม อยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับหัวใจและปอด การรักษาด้วยการฉายรังสีเอกซ์แบบดั้งเดิม (X-ray) พลังงานของรังสีมีโอกาสทะลุผ่านก้อนมะเร็งไปยังเนื้อเยื่อด้านหลัง รวมถึงหัวใจและปอด เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือพังผืดในปอด ได้ในอีก 5-10 ปี

Proton Beam Therapy คือการรักษาด้วยอนุภาคโปรตอนแทนรังสีเอกซ์แบบดั้งเดิม ซึ่งสามารถควบคุมให้ปลดปล่อยพลังงานส่วนใหญ่ที่ก้อนมะเร็งเป้าหมาย จึงจำกัดปริมาณรังสีที่กระจายไปยังเนื้อเยื่อข้างเคียง

ผลการศึกษาพบว่า การฉายรังสีโปรตอน ช่วยลดปริมาณรังสีที่สะสมในปอดได้ถึง 50% และลดรังสีที่เข้าสู่หัวใจได้เกือบทั้งหมด เมื่อเทียบกับการฉายรังสีแบบเดิม

Proton Beam Therapy จึงเป็นนวัตกรรมการฉายรังสีขั้นสูง ที่อุดช่องว่างของผลข้างเคียงทางการรักษามะเร็งเต้านมด้วยการฉายรังสีแบบเดิม และสามารถใช้รักษามะเร็งเต้านมได้ทุกระยะ

Proton Beam Therapy เหมาะกับคนไข้กลุ่มไหน

Proton Beam Therapy สามารถใช้รักษามะเร็งเต้านมได้ทุกระยะ แต่แนะนำเป็นพิเศษสำหรับคนไข้กลุ่มเหล่านี้
  • ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมข้างซ้าย ซึ่งมีตำแหน่งมะเร็งติดกับหัวใจโดยตรง
  • ผู้ป่วยที่มะเร็งลุกลามเข้าสู่ต่อมน้ำเหลือง จำเป็นต้องฉายรังสีเป็นพื้นที่กว้าง ครอบคลุมบริเวณใกล้ทรวงอก
  • ผู้ป่วยอายุน้อย หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวเดิม เช่น มีภาวะโรคหัวใจหรือโรคปอดอยู่ก่อนแล้ว
  • ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชนิดรุนแรง เช่น กลุ่ม Triple-Negative Breast Cancer หรือกลุ่มที่กลับมาเป็นซ้ำในจุดเดิม

ความรู้สึกเมื่อรักษา

Proton Beam Therapy ใช้เวลารักษาแต่ละครั้งราว 30 นาที เป็นหัตถการที่ไม่มีการผ่าตัด ไม่เจ็บปวด และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หลังเสร็จการรักษา คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ และไม่ทำให้เต้านมเสียรูปทรง

รักษามะเร็งเต้านมด้วย Proton Beam Therapy ได้ที่ไหนบ้าง

เทคโนโลยีโปรตอนบีมมีความซับซ้อนอย่างมาก ผู้ที่สามารถรักษาได้คือ แพทย์เฉพาะทางสาขารังสีรักษาและมะเร็งวิทยา (Radiation Oncologist) ที่ผ่านการฝึกอบรมขั้นสูงด้านการใช้อนุภาคโปรตอนโดยเฉพาะ (Proton Therapy Fellowship) โดยต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับ นักฟิสิกส์การแพทย์ (Medical Physicist) เพื่อวางแผนการปล่อยปริมาณรังสีและคำนวณวิถีแสงให้ตรงกับเป้าหมายมะเร็งเต้านมอย่างสมบูรณ์ที่สุด โดยกระทบอวัยวะข้างเคียงน้อยที่สุด

ด้วยข้อจำกัดด้านเครื่องมือ และแพทย์เฉพาะทางที่ต้องผ่านการอบรมขั้นสูง ปัจจุบัน Proton Beam Therapy จึงมีให้บริการในสถานพยาบาลเพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทย และเป็นความภูมิใจของ ศูนย์สุขภาพเต้านม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ที่มีความพร้อมรองรับการรักษาโดยความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์

ความแตกต่างเมื่อรักษามะเร็งเต้านม ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

โรงพยาบาลบีเอ็นเอช มีประสบการณ์การดูแลสุขภาพสตรีมานานกว่า 128 ปี เรามีศูนย์สุขภาพสตรี ศูนย์มะเร็งนรีเวช และศูนย์สุขภาพเต้านม ที่มอบการดูแลแบบองค์รวม ตั้งแต่คัดกรอง ป้องกัน รักษา และฟื้นฟู ออกแบบการดูแลตามความแตกต่างของบุคคล โดยแพทย์เฉพาะทาง บูรณาการร่วมกับแพทย์สหสาขา และนวัตกรรมการรักษาที่ได้มาตรฐาน จึงมั่นใจได้ว่าเราสามารถดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมได้อย่างเหมาะสมในทุกช่วงอาการ

ศูนย์สุขภาพเต้านม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช เพียบพร้อมด้วยทีมศัลยแพทย์เต้านมและรังสีแพทย์เฉพาะทาง ที่สามารถวินิจฉัยและวางแผนดูแลได้อย่างครบวงจร พร้อมด้วยเครื่องมือตรวจวินิจฉัยที่ทันสมัย ได้แก่ แมมโมแกรม 3 มิติ อัลตราซาวด์ และสามารถรองรับผู้ป่วยที่มีความจำเป็นเข้ารับการรักษาด้วย Breast MRI และ Proton Beam Therapy โดยความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรทางการแพทย์

สนใจตรวจคัดกรอง และรักษามะเร็งเต้านมที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

ราคาตรวจขึ้นอยู่กับทางเลือกการรักษา และความจำเป็นทางการแพทย์ของแต่ละบุคคล ผู้สนใจสามารถปรึกษาแพทย์  หรือสอบถามรายละเอียดศูนย์สุขภาพเต้านม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Breast Health Centre) โทร 02-022-0721 ข้อมูลศูนย์สุขภาพเต้านม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

คำถามที่พบบ่อย

A :ผู้ป่วยมักเริ่มจากคลำพบก้อนเนื้อที่ไม่เจ็บ ผิวหนังหรือหัวนมมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม บางรายอาจไม่มีอาการเจ็บปวดเลย จึงควรตรวจคัดกรองสม่ำเสมอแม้ไม่มีอาการ

A : Breast MRI ใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างภาพ 3 มิติ ช่วยแยกเนื้อเต้านมปกติออกจากก้อนเนื้องอกได้ชัดเจนกว่าในบางกรณี จึงใช้เพื่อตรวจสอบข้อสงสัยในจุดที่แมมโมแกรมมองเห็นไม่ชัด โดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่นสูงหรือเสริมซิลิโคน

A : ยังระบุไม่ได้ เพราะผลตรวจจาก Breast MRI ยังต้องได้รับการแปลผลและยืนยันเพิ่มเติมโดยแพทย์ ซึ่งอาจรวมถึงการตัดชิ้นเนื้อตรวจในกรณีที่พบความผิดปกติที่น่าสงสัย

A : เหมาะกับผู้ป่วยที่ก้อนมะเร็งมีขนาดและตำแหน่งที่เหมาะสม โดยศัลยแพทย์เต้านมจะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ทุกกรณีที่สามารถทำวิธีนี้ได้

บทสรุป รับมือมะเร็งเต้านมอย่างเข้าใจ ไม่ใช่เพียงความกังวล

  • การสังเกตอาการผิดปกติ และการตรวจมะเร็งเต้านมอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มโอกาสพบโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งมีโอกาสรักษาหายขาดได้สูงกว่า
  • นวัตกรรมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน ได้แก่ แมมโมแกรม อัลตราซาวด์ และ Breast MRI 
  • ลดกังวล หากจำเป็นต้องรักษามะเร็งเต้านม เพราะนวัตกรรมสมัยใหม่ อย่าง Breast MRI และ Proton Beam Therapy  ช่วยให้การวินิจฉัยและรักษาแม่นยำขึ้น พร้อมลดผลกระทบต่อร่างกายให้น้อยขึ้น

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางมะเร็งเต้านม

นัดหมายล่วงหน้า

สอบถามผ่าน LINE: @BNHhospital

สถานที่: ศูนย์สุขภาพเต้านม ชั้น 1  โรงพยาบาลบีเอ็นเอช