โรคไทรอยด์

 

ไทรอยด์ เป็นอวัยวะหนึ่งในระบบต่อมไร้ท่อตั้งอยู่ด้านหน้าของลำคอ มีรูปร่างคล้ายผีเสื้อ ประกอบด้วย 2 กลีบใหญ่คือ กลีบด้านซ้ายและกลีบด้านขวา ซึ่งทั้งสองกลีบเชื่อมต่อถึงกันได้ด้วยเนื้อเยื่อบางๆที่เรียกว่า อิสธ์มัส ซึ่งต่อมไทรอยด์ปกติไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าและไม่สามารถคลำพบได้

เมื่อต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ จะส่งผลให้ระบบในร่างกายแปรปรวน ทั้งร่างกาย จิตใจ และสมอง  โดยเฉพาะต่อระบบการทำงานอัตโนมัติ  ซึ่งโรคของต่อมไทรอยด์ แบ่งคร่าว ๆ ได้เป็น 2 กลุ่มโรค ด้วยกันคือ 1. กลุ่มอาการไทรอยด์ที่เกิดจากความผิดปกติของฮอร์โมน โดยแบ่งเป็น ต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมนมากเกินไป หรือโรคไทรอยด์เป็นพิษ และต่อมไทรอยด์สร้างฮอร์โมน น้อยเกินไป ทำให้เกิดโรคไทรอยด์ต่ำ 2. กลุ่มที่เกิดก้อนขึ้นกลางคอ มีอาการคอโต คอพอก หรือมีก้อนเดี่ยว ซึ่งกลุ่มโรคที่มีก้อน จำเป็นต้องตรวจแยกโรคว่าเป็นโรคมะเร็งไทรอยด์หรือไม่ โดยการเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ

สาเหตุที่ต่อมไทรอยด์เกิดความผิดปกติ โดยเบื้องต้นต้องแยกภาวะออกเป็นสองชนิดคือ

  1. โรคไทรอยด์เป็นพิษ มักจะพบว่ามีสาเหตุมาจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ที่กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์หลั่งฮอร์โมนมากเกินหรือน้อยเกินไป ก่อให้เกิดความผิดปกติของร่างกาย ซึ่งภาวะความผิดปกติของต่อมไทรอยด์จะพบในเพศหญิงบ่อยกว่าเพศชาย และพบว่าผู้ป่วยบางรายมีญาติพี่น้องเป็นต่อมไทรอยด์ผิดปกติด้วยเช่นกัน
  2. โรคเนื้องอกไทรอยด์ สำหรับโรคเนื้องอกไทรอยด์ จากการศึกษาจะพบว่า สาเหตุในการเกิดจะแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม สำหรับกลุ่มแรกคือเกิดความผิดปกติจากพันธุกรรม ที่เกิดการแปรเปลี่ยนกลายไปจากเดิมซึ่งอาจได้รับพันธุกรรมผิดปกติมาจากบรรพบุรุษ หรือมีการกลายด้วยตัวของพันธุกรรมเอง ส่วนกลุ่มที่สอง จะพบว่าเนื้องอกเกิดขึ้นได้เอง โดยที่ไม่มีลักษณะของพันธุกรรมที่ผิดปกติ อาจเกิดจากปัจจัยหลายๆ อย่างรวมกัน เช่นสภาวะแวดล้อม อาหาร เป็นต้น

อาการต่อมไทรอยด์ผิดปกติเราสามารถสังเกตอาการได้ดังนี้

  • มีก้อนเกิดขึ้นที่กลางลำคอ และสามารถเคลื่อนที่ขึ้น เวลากลืนน้ำลาย สำหรับกลุ่มนี้ ส่วนมากจะเป็นเนื้องอกไทรอยด์ ซึ่งมีโอกาสที่เนื้องอกจะเป็นมะเร็งได้ จำเป็นจะต้องเจาะตรวจเพื่อให้ทราบผลชิ้นเนื้อและทำการรักษาต่อไป
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น เหงื่อออกง่าย เนื่องจากหัวใจถูกกระตุ้นให้ทำงานหนัก จากภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • ภาวะนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย
  • ท้องเสียง่าย จากการที่ทางเดินอาหารถูกกระตุ้นให้ทำงานมากขึ้น
  • ตาโปนกว่าปกติ โดยเนื้อเยื่อหลังนัยน์ตาขยายขนาดขึ้นจากภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ มีทั้งประจำเดือนขาด หรือมาไม่ตรง มาแบบกะปริบกะปรอย
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงเฉียบพลัน พบในรายที่ไทรอยด์เป็นพิษแล้วเกิดเกลือแร่โพแทสเซียมต่ำอย่าง เฉียบพลัน ทำให้เกิดอาการคล้ายอัมพาต ขยับแขน ขา และลำตัวไม่ได้
  • อารมณ์หดหู่, สมาธิไม่ดี
  • เส้นผมและขนผิวหนังร่วง (โดยเฉพาะหางคิ้ว) ผิวแห้ง
  • เจ็บตามข้อ บวมน้ำ (โดยเฉพาะที่มือและเท้า)
  • เสียงแหบ จากมะเร็งไทรอยด์กินเส้นเสียง
  • ความดันโลหิตสูง
    หากพบว่ามีสัญญาณเตือนความผิดปกติของร่างกายดังที่กล่าวมาข้างต้น ก็ควรเข้ารับการวินิจฉัยจากแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของความผิดปกตินั้นโดยเร็วที่สุด

การดูแลตัวเองของผู้ป่วยโรคไทรอยด์
– เลี่ยงรับประทานไขมันชนิดไม่ดี
– งดสูบบุหรี่
– ไม่ดื่มแอลกอฮอล์
– งดการออกกำลังกายหนัก
– หมั่นสังเกตอาการตัวเอง
– ตรวจเลือดปีละครั้ง

การรักษาต่อมไทรอยด์ผิดปกติ มีอยู่หลายวิธี ซึ่งขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงในอาการของผู้ป่วย รวมถึงลักษณะของโรคที่มาด้วย การรักษาก็จะมีตั้งแต่

  1. การให้ยารักษา

สำหรับในกลุ่มเนื้องอกไทรอยด์นั้น ความสำคัญที่สุดคือต้องแยกโรคเนื้องอกไทรอยด์ก่อนโดยการเจาะชิ้นเนื้อไปตรวจ ซึ่งถ้าเป็นมะเร็ง จะไม่สามารถรักษาด้วยยาได้ สำหรับการรักษาชนิดที่ไม่เป็นมะเร็งนั้นพบว่า การให้ยา Eltroxin เพื่อรักษาให้ก้อนเล็กลง พบว่ามีผู้ป่วยส่วนน้อยเท่านั้นที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา

ส่วนผู้ป่วยในกลุ่มไทรอยด์เป็นพิษ การรักษาด้วยยาส่วนมากจะได้รับการตอบสนองที่ดี แต่ก็มีผู้ป่วยบางกลุ่มที่การรักษาด้วยยาไม่ตอบสนอง ทำให้จำเป็นต้องได้รับการรักษาชนิดอื่นเพิ่มเติม เช่นการกลืนแร่รักษา หรือการผ่าตัดต่อมไทรอยด์ เป็นต้น

  1. การกลืนแร่รักษา

การกลืนแร่จะใช้รักษาในผู้ป่วยที่เป็นไทรอยด์เป็นพิษ เพื่อลดการผลิตไทรอยด์ฮอร์โมน ทำให้ผู้ป่วยอาการดีขึ้น สำหรับข้อดีของการกลืนแร่คือ ไม่ต้องเจ็บตัวเพื่อรับการผ่าตัด แต่ก็มีผู้ป่วยส่วนหนึ่งที่การกลืนแร่ไม่สามารถตอบสนองได้ ทำให้ต้องเข้ารับการผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยที่มีขนาดไทรอยด์เป็นพิษที่ใหญ่มากจนเกินไป หรือได้รับการกลืนแร่มาหลายครั้ง อาการก็ยังกลับเป็นซ้ำอีก หลังการกลืนแร่ ถ้าได้รับการตอบสนองที่ดี ต่อมไทรอยด์จะหยุดผลิตไทรอยด์ฮอร์โมน และทำให้กลายเป็นภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน จำเป็นต้องทานยาเพื่อทดแทน

  1. การผ่าตัด

อย่างที่ได้กล่าวไปข้างต้น สำหรับภาวะไทรอยด์เป็นพิษ การผ่าตัดจะเป็นทางเลือกที่การรักษาด้วยยา หรือการรักษาด้วยการกลืนแร่ไม่สามารถรักษาโรคได้ ส่วนในกรณีที่เป็นเนื้องอกไทรอยด์ ถ้าผลการเจาะชิ้นเนื้อไทรอยด์ออกมาผิดปกติ จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษาในกรณีที่มีโอกาสเป็นมะเร็งไทรอยด์ สำหรับการผ่าตัดมีข้อดีคือ สามารถรักษาโรคให้หายได้ไม่ว่าจะเป็นไทรอยด์เป็นพิษหรือก้อนเนื้องอกไทรอยด์ แต่ข้อเสียคือจำเป็นต้องเข้ารับการดมยาสลบเพื่อผ่าตัด รวมถึงโอกาสในการเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่น เลือดออกผิดปกติหลังการผ่าตัด (1%), เสียงแหบ (1-2%) หรือภาวะแคลเซียมต่ำหลังการผ่าตัด ต้องได้รับการทานยาทดแทน

การผ่าตัดไทรอยด์นั้น อย่างที่เราทราบกันดีว่าวิธีการผ่าตัดแบบปกติ คือการผ่าตัดเข้าที่บริเวณกลางลำคอโดยการลงใต้ต่อลูกกระเดือกประมาณ 1-2 เซนติเมตร สำหรับการผ่าตัดแบบนี้เป็นการผ่าตัดมาตรฐาน ซึ่งข้อดีคือ สามารถผ่าตัดได้ทุกภาวะของต่อมไทรอยด์ โดยไม่ขึ้นกับขนาด ไม่ขึ้นกับว่าจะเป็นพิษหรือเป็นมะเร็ง แต่ข้อเสียมีเพียงอย่างเดียวคือ มีแผลเป็นที่กลางลำคอ ทำให้ผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยผู้หญิง ขาดความมั่นใจในการดำเนินชีวิต เพราะแผลเป็นเห็นได้ชัด

การผ่าตัดส่องกล้องไทรอยด์ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงแผลเป็นที่บริเวณกลางลำคอ โดยการผ่าตัดส่องกล้องสามารถทำได้หลายช่องทาง เช่นทางรักแร้ ทางหลังหู และส่องกล้องผ่าตัดไทรอยด์ทางปาก บทความนี้จะกล่าวถึงการผ่าตัดไทรอยด์ทางปาก ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ถูกพัฒนาขึ้นล่าสุด สำหรับการผ่าตัดไทรอยด์ส่องทางปาก จะใส่กล้องและเครื่องมือผ่าตัดเข้าทางช่องปากทั้งหมด ผู้ป่วยจะไม่มีแผลเป็นบริเวณภายนอกร่างกาย ทำให้เป็นการผ่าตัดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในปัจจุบันและได้รับการยอมรับจากสากลโลกโดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งผลที่ออกมานั้นพบว่า ไม่มีภาวะแทรกซ้อนที่ผิดปกติหรือแตกต่างจากการผ่าตัดไทรอยด์แบบเปิดธรรมดา โดยการใช้กล้องผ่าตัดนั้น ยังมีข้อดีอีกคือ สามารถขยายให้เห็นเส้นเสียงที่ใช้ควบคุมการออกเสียง ทำให้สามารถให้ความมั่นใจในเรื่องของความปลอดภัยในการรักษาเส้นเสียงระหว่างการผ่าตัด และยังไม่ต้องกังวลใจเรื่องที่จะมีแผลเป็นบริเวณกลางลำคอที่จะทำให้ขาดความมั่นใจในการทำงาน เพราะแผลจะถูกซ่อนไว้ในปากและประมาณ 1-2 อาทิตย์ บาดแผลก็จะสมานเป็นปกติ

ภาพ: แสดงก่อนและหลังการผ่าตัด 1 อาทิตย์ ของผู้ป่วยมีก้อนเนื้องอกไทรอยด์ที่ข้างซ้าย (ลูกศร) ที่ได้รับการผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องทางปาก หลังผ่าตัดผู้ป่วยเสียงเป็นปกติ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน และไม่ต้องทานยาฮอร์โมนตลอดชีวิตทดแทน เนื่องจากผ่าตัดต่อมไทรอยด์แค่เพียงข้างเดียว

โดยสรุปคือ การผ่าตัดไทรอยด์ส่องกล้องไร้แผลเป็นทางปาก นั้นถือเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดเกี่ยวกับการผ่าตัดไทรอยด์ที่เป็นมาตรฐานสากล ทำให้ผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้หญิงได้มีทางเลือกในการรับการผ่าตัดมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องแผลเป็นที่กลางคออีกต่อไป