Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ความเกี่ยวข้องกับต่อมลูกหมากโตและการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะเป็นปัญหาสุขภาพที่สามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตประจำวันของคุณ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาการนี้สามารถนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ เช่น ต่อมลูกหมากโตและการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักนิ่วในกระเพาะปัสสาวะให้ลึกซึ้งมากขึ้น พร้อมวิธีป้องกันและรักษาอย่างเหมาะสม

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะคืออะไร?

นิ่วในกระเพาะปัสสาวะคือก้อนที่เกิดจากการสะสมของแร่ธาตุหรือสารเคมีต่างๆ ที่ตกตะกอนในปัสสาวะภายในกระเพาะปัสสาวะ
ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการทำงานของระบบทางเดินปัสสาวะ การสะสมนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเกิดนิ่วได้แก่ การกลั้นปัสสาวะนานเกินไป ซึ่งทำให้ปัสสาวะที่คั่งอยู่ในกระเพาะปัสสาวะมีเวลามากพอที่จะตกตะกอนและก่อตัวเป็นนิ่ว การมีปัสสาวะคั่งค้างที่เกิดจากการอุดตันของกระเพาะปัสสาวะ เช่น การอุดตันจากต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia – BPH) และการที่ระบบทางเดินปัสสาวะไม่สามารถขับปัสสาวะออกมาได้อย่างเต็มที่

สาเหตุของการเกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

ต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia – BPH):

ภาวะต่อมลูกหมากโตเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัสสาวะคั่งค้างในกระเพาะปัสสาวะ เมื่อปัสสาวะค้างนานขึ้น 

การตกตะกอนของแร่ธาตุในปัสสาวะจึงมีโอกาสสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดนิ่วในที่สุด ปัญหานี้พบได้บ่อยในผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

  • การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ
    การอักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินปัสสาวะไม่เพียงทำให้เกิดอาการเจ็บปวดหรือปัสสาวะขัด แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการสะสมของคริสตัลในปัสสาวะ
    ซึ่งอาจก่อตัวเป็นนิ่วได้ การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมจึงอาจส่งผลต่อการเกิดนิ่วในระยะยาว
  • การดื่มน้ำน้อย
    การที่ร่างกายได้รับน้ำน้อยกว่าที่ต้องการส่งผลให้ปัสสาวะมีความเข้มข้นสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสในการตกตะกอนของแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริก
    ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักที่ก่อให้เกิดนิ่ว การขาดน้ำจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีวิถีชีวิตที่เสี่ยงต่อการขาดน้ำ เช่น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งในสภาพอากาศร้อน

ใครที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง?

  • ผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี (โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาต่อมลูกหมากโต)
  • ผู้ที่เคยมีประวัติการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะบ่อยครั้ง
  • ผู้ที่มีพฤติกรรมการกลั้นปัสสาวะบ่อย

อาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

อาการของนิ่วในกระเพาะปัสสาวะสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ส่วนใหญ่จะมีลักษณะดังนี้:
  • ปัสสาวะเป็นเลือด : การที่ปัสสาวะมีเลือดปนเป็นผลมาจากการที่นิ่วขูดหรือทำให้เยื่อบุผนังกระเพาะปัสสาวะเกิดการระคายเคืองหรือบาดเจ็บ
  • รู้สึกปวดหรือแสบขณะปัสสาวะ : อาการนี้มักเกิดจากนิ่วที่ไปกีดขวางหรือกดดันทางเดินปัสสาวะ ทำให้เกิดความไม่สบายหรือเจ็บปวดทุกครั้งที่ปัสสาวะ
  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะในเวลากลางคืน : นิ่วที่อยู่ในกระเพาะปัสสาวะอาจกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากปัสสาวะบ่อย แม้ว่าปริมาณปัสสาวะจะน้อย
  • ปัสสาวะขัดหรือลำบาก : นิ่วขนาดใหญ่สามารถอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ ทำให้การปัสสาวะลำบากขึ้น และอาจทำให้รู้สึกว่าปัสสาวะออกไม่สุด
  • มีอาการปวดบริเวณท้องน้อย : ความเจ็บปวดที่ท้องน้อยเป็นผลมาจากการที่กระเพาะปัสสาวะต้องทำงานหนักเพื่อขับนิ่วออก หรือจากการอักเสบที่เกิดขึ้น

การวินิจฉัยและการรักษา

วิธีการวินิจฉัย แพทย์จะเริ่มต้นด้วยการสอบถามประวัติสุขภาพและอาการที่คุณมี จากนั้นอาจใช้การตรวจเพิ่มเติม

  • การตรวจปัสสาวะ : เพื่อดูว่ามีเลือดหรือคริสตัลในปัสสาวะหรือไม่
  • การตรวจอัลตราซาวด์ : เพื่อค้นหานิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  • การตรวจ CT Scan : เพื่อดูรายละเอียดที่ชัดเจนมากขึ้น

วิธีการรักษา

  • การดื่มน้ำมากขึ้น
    สำหรับนิ่วขนาดเล็ก แพทย์อาจแนะนำให้ดื่มน้ำในปริมาณมากขึ้น เพื่อช่วยกระตุ้นการขับนิ่วออกจากกระเพาะปัสสาวะ โดยน้ำที่บริสุทธิ์สามารถช่วยเจือจางปัสสาวะและลดการตกตะกอนของแร่ธาตุ
  • การใช้ยา
    ยาที่ช่วยลดการอักเสบ ลดอาการปวด และป้องกันการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะจะถูกสั่งจ่ายตามความเหมาะสม บางกรณีอาจใช้ยาขับปัสสาวะร่วมด้วย
  • การรักษาโดยการผ่าตัด
    หากนิ่วมีขนาดใหญ่หรือเกิดอาการแทรกซ้อน เช่น การอุดตันหรือการติดเชื้อที่รุนแรง แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัด โดยอาจใช้การส่องกล้อง (Cystoscopy) หรือการผ่าตัดเปิดตามความเหมาะสมของผู้ป่วย
  • การรักษาด้วยเลเซอร์
    สำหรับบางกรณี แพทย์อาจใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ในการสลายนิ่ว ซึ่งเป็นวิธีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง

วิธีป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

การป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับพฤติกรรม
  • ดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอในแต่ละวัน : การดื่มน้ำช่วยให้ปัสสาวะเจือจางและลดโอกาสในการเกิดนิ่ว แนะนำให้ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน หรือมากกว่านี้ในวันที่มีกิจกรรมหนักหรืออากาศร้อน
  • หลีกเลี่ยงการกลั้นปัสสาวะนานเกินไป : การปัสสาวะทันทีเมื่อรู้สึกปวดช่วยลดโอกาสที่แร่ธาตุในปัสสาวะจะตกตะกอนและก่อตัวเป็นนิ่ว
  • รับประทานอาหารที่สมดุล : หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูงและอาหารที่มีออกซาเลต เช่น ผักโขม ช็อกโกแลต และถั่ว เพื่อป้องกันการตกตะกอนของแร่ธาตุในปัสสาวะ
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ : โดยเฉพาะผู้ชายที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ควรตรวจสุขภาพต่อมลูกหมากและระบบทางเดินปัสสาวะอย่างสม่ำเสมอ
  • ปรึกษาแพทย์หากมีอาการผิดปกติ : เช่น ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือปัสสาวะเป็นเลือด เพื่อรับคำปรึกษาและการรักษาที่เหมาะสม

การดูแลหลังการรักษา

หลังจากการรักษา สิ่งสำคัญคือการติดตามผลและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ รวมถึงการตรวจสุขภาพเป็นประจำ หากคุณสงสัยว่าตัวเองอาจมีความเสี่ยงต่อการเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ หรือต้องการปรึกษาปัญหาสุขภาพอื่นๆ เช่น ต่อมลูกหมากโตหรือการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ คุณสามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญได้ทันทีที่ [M centre By BNH Hospital] เพื่อรับคำปรึกษาและการรักษาอย่างเหมาะสม

ติดต่อโดยตรงกับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ทีมแพทย์ ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

Dr. Suntchai
นพ. สรรชัย วิโรจน์แสงทอง

ประวัติการศึกษา

  • MD, Chulalongkorn University

วุฒิบัตร

  • Diplomate Thai Board of Urologic Surgery, Chulalongkorn University

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

  • Endourology
  • Retrograde intrarenal surgery
  • Erectile Dysfunction treatment
  • Penile Surgery

ภาษาที่ใช้ :  ไทย, อังกฤษ

Dr. Sakolrat
นพ. สกลรัฐ ทิตอร่าม

ประวัติการศึกษา

  • MD, Siriraj hospital, Mahidol University

วุฒิบัตร

  • Certificate of Proficiency in Urology Mahidol University 2016
  • International preceptorship urologic program, Cleveland Clinic, Ohio 2019

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

  • Laparoscopic Surgery
  • Endourology
  • Prostate Surgery

ภาษาที่ใช้: Thai, English

Dr. Pakkpol
นพ. ภัคพล บำรุงพืช

ประวัติการศึกษา

  • MD, Chiang Mai University

วุฒิบัตร

  • Thai Urology, Chiang Mai University

ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

  • Minimally Invasive Urologic Surgery
  • Endourology

ภาษาที่ใช้: Thai, English

ติดต่อโดยตรงกับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ