Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

Xolair® (Omalizumab) คือยาอะไร? ใช้รักษาโรคอะไรบ้าง

Xolair® (ชื่อสามัญ omalizumab) เป็นยาฉีดชนิดแอนติบอดีต่อภูมิคุ้มกัน IgE ที่ช่วยลดปฏิกิริยาแพ้ของร่างกาย กลไกคือจับกับ IgE อิสระ ทำให้ IgE ไปกระตุ้นเซลล์ภูมิคุ้มกันน้อยลง จึงลดอาการแพ้และการอักเสบของทางเดินหายใจ/ผิวหนัง/โพรงจมูก

ปัจจุบัน Xolair® ได้รับอนุมัติให้ใช้ในข้อบ่งใช้หลักต่อไปนี้:

  • หอบหืดภูมิแพ้ระดับปานกลางถึงรุนแรง (Allergic asthma): ใช้รักษาโรคหอบหืดชนิดปานกลางถึงรุนแรงที่เป็นต่อเนื่อง (moderate to severe persistent asthma) ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥6 ปี ที่มีผลตรวจผิวหนัง (skin test) เป็นบวก หรือมีผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันการแพ้ต่อสารก่อภูมิแพ้ในอากาศแบบเรื้อรัง (perennial aeroallergen) และมีอาการควบคุมได้ไม่ดีด้วยยาสเตียรอยด์ชนิดสูด (inhaled corticosteroids) ยานี้ไม่ใช้รักษาอาการหอบเฉียบพลัน (acute bronchospasm) หรือภาวะหอบหืดรุนแรงเฉียบพลัน (status asthmaticus)
  • ภาวะแพ้อาหารที่เกิดจาก IgE (IgE-mediated food allergy): ใช้เพื่อลดความรุนแรงของปฏิกิริยาภูมิแพ้ชนิดที่ 1 (type 1 allergic reactions) รวมถึงภาวะอาการแพ้รุนแรง (anaphylaxis) ที่อาจเกิดขึ้นจากการได้รับอาหารที่แพ้โดยไม่ตั้งใจ ในผู้ใหญ่และเด็กอายุ ≥1 ปี ที่มีการแพ้อาหารชนิด IgE-mediated ทั้งนี้ ต้องใช้ร่วมกับการหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสารก่อภูมิแพ้ ยานี้ไม่ได้ใช้ในการรักษาฉุกเฉินของอาการแพ้ รวมถึงแอนาฟิแล็กซิส
  • ไซนัสอักเสบเรื้อรังที่มีติ่งจมูก (Chronic rhinosinusitis with nasal polyps- CRSwNP): ใช้เป็นการรักษาเสริม (add-on maintenance treatment) ในผู้ใหญ่ที่เป็นไซนัสอักเสบเรื้อรังร่วมกับมีติ่งจมูก และไม่ตอบสนองเพียงพอต่อยาสเตียรอยด์ชนิดพ่นจมูก
  • ลมพิษเรื้อรังชนิดไม่ทราบสาเหตุ (Chronic spontaneous urticaria): ใช้รักษาผู้ใหญ่และวัยรุ่นอายุ ≥12 ปี ที่เป็นลมพิษเรื้อรังชนิดไม่ทราบสาเหตุ และยังคงมีอาการแม้ได้รับการรักษาด้วยยาต้านฮีสตามีนแล้ว ยานี้ไม่ได้ใช้รักษาโรคภูมิแพ้ชนิดอื่น หรือโรคลมพิษรูปแบบอื่น

Xolair® เหมาะกับใคร

  • ผู้ป่วยหอบหืด ที่มี “พื้นภูมิแพ้” ชัดเจน (ทดสอบผิวหนังหรือ IgE ต่อสารก่อแพ้ในอากาศเป็นบวก) และยังคงมีอาการหรือกำเริบบ่อย แม้ใช้ยามาตรฐานครบถ้วน
  • ผู้ป่วยลมพิษเรื้อรัง (ผื่นนูนคัน/บวม) ที่กินยาต้านฮีสตามีนขนาดมาตรฐานหรือเพิ่มขนาดแล้วอาการยังไม่ดี
  • ผู้ป่วย CRSwNP ที่คัดจมูก กลิ่นลดลง โพลิปโต แม้ใช้สเตียรอยด์พ่นและล้างจมูกสม่ำเสมอ
  • ผู้ที่มีภูมิแพ้อาหารแบบ IgE หลายชนิด/รุนแรง ต้องการลดความเสี่ยงหากเผลอรับประทาน โดยยังต้อง หลีกเลี่ยงอาหารก่อแพ้ และพกยาฉุกเฉิน (อะดรีนาลีน) ตามเดิม

วิธีใช้และรูปแบบยา

Xolair® เป็น ยาฉีดใต้ผิวหนัง (SC) มีทั้งหลอดฉีดสำเร็จรูปและเข็มฉีดอัตโนมัติ ใช้ในสถานพยาบาลหรือบางรายอาจพิจารณา “ฉีดที่บ้าน” ได้หลังคัดกรองความเสี่ยงและได้รับการสอนอย่างถูกต้อง

  • หอบหืด/CRSwNP/ภูมิแพ้อาหาร:
    • การกำหนดขนาดยาและความถี่ ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวจริงของผู้ป่วยและระดับ IgE ในซีรั่มก่อนเริ่มการรักษา (30–700 หน่วย/มล.)
    • ต้องปรับขนาดยาหากน้ำหนักตัวมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญระหว่างการรักษา
    • เนื่องจากระดับ IgE จะสูงขึ้นในระหว่างการรักษา ห้ามปรับขนาดยาตามค่าระดับ IgE ที่ตรวจได้ในช่วงระหว่างการรักษา หรือภายใน 1 ปีหลังหยุดยา
    • หากหยุดการรักษา ≥1 ปี สามารถตรวจระดับ IgE ซ้ำเพื่อใช้กำหนดขนาดยาใหม่ได้

         ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

    • แนะนำให้ใช้การรักษาอย่างน้อย 3–6 เดือนเพื่อตัดสินประสิทธิผลของยา
    • หากไม่สามารถลดขนาดยากลูโคคอร์ติคอยด์ชนิดรับประทานได้อย่างน้อย 50% หลังจากรักษา 6 เดือน ควรพิจารณาเปลี่ยนไปใช้ยาชนิดอื่น
  • ลมพิษเรื้อรัง (CSU): ขนาด 150 หรือ 300 มก. ทุก 4 สัปดาห์ (ข้อบ่งใช้นี้ ไม่ต้องใช้ตาราง IgE/น้ำหนัก) หากการตอบสนองไม่เพียงพอหลังการรักษา 3–6 เดือน
    • วิธีการเพิ่มขนาดยา: อาจพิจารณาเพิ่มขนาดยาและ/หรือทำให้ช่วงการให้ยาสั้นลงเป็นทุก 2 สัปดาห์ (off-label) โดยให้สูงสุดได้ถึง 600 มก. ทุก 2–4 สัปดาห์ หากยังไม่ได้ผลลัพธ์เพียงพอหลังการใช้ยาขนาดสูงสุดต่อเนื่อง 4 เดือน ควรหยุดการรักษา
    • วิธีการลดขนาดยา: หากอาการหายไปอย่างน้อย 2 เดือน สามารถเริ่มลดขนาดยาได้อย่างช้า ๆ โดยทั่วไปจะยังไม่พยายามลดขนาดยาก่อนครบ 6 เดือน–1 ปี หลังเริ่มการรักษา โดยค่อย ๆ ลดขนาดยาพร้อมกับยืดช่วงเวลาการให้ยาออกทีละ 1 สัปดาห์ต่อครั้ง หยุดยาได้เมื่อผู้ป่วยสามารถทนต่อการให้ยาที่เว้นระยะ 8 สัปดาห์ได้

หมายเหตุ: ระหว่างรักษา ระดับ IgE จะสูงขึ้นเอง และคงสูงได้ถึง ~1 ปีหลังหยุดยา ดังนั้น ห้าม ใช้ค่า IgE ที่ตรวจระหว่างรักษาไปปรับขนาดยา ต้องยึดค่าก่อนเริ่มยาเท่านั้น

ยานี้ ไม่ใช่ ยาฉุกเฉินและมีคำเตือนสำคัญ

  • Xolair® ไม่ใช่ยาช่วยหายใจทันที จึง ไม่ใช้ แทนยาพ่นขยายหลอดลม/สเตียรอยด์เมื่อหอบเฉียบพลัน หรือ ไม่ใช้ แทนอะดรีนาลีนเมื่อเกิดอาการแพ้แบบเฉียบพลัน
  • บนฉลากมี คำเตือนเน้นย้ำเรื่อง “อาการแพ้รุนแรงจากตัวยาเอง” ซึ่งพบได้ ขณะฉีดหรือภายในชั่วโมง–วันหลังฉีด ผู้ป่วยต้องได้รับการสังเกตอาการตามเหมาะสม และได้รับคำแนะนำให้รีบพบแพทย์ถ้ามีผื่นลมพิษ หน้าบวม แน่นหน้าอก หายใจเสียงหวีด เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นต้น

ผลข้างเคียงที่อาจพบ

พบได้บ่อย: ปวดศีรษะ ปวดข้อ อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ปฏิกิริยาบริเวณฉีด (บวม แดง เจ็บ) ไอหรือคออักเสบเล็กน้อย

พบได้ไม่บ่อยแต่สำคัญ:

  • Anaphylaxis (แพ้ยารุนแรง)
  • ภาวะอีโอซิโนฟิลสูง/หลอดเลือดอักเสบ (Churg–Strauss-like) พบได้น้อยมาก
  • อื่น ๆ ตามดุลยพินิจแพทย์จากฉลากยา/เอกสารกำกับยา

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ผื่นลมพิษลามเร็ว หน้าบวม แน่นหน้าอก หายใจมีเสียงหวีด เวียนศีรษะ หน้ามืด ให้ ไปโรงพยาบาลทันที

ก่อนเริ่มฉีด Xolair® ควรรู้อะไรบ้าง

  1. ยืนยันข้อบ่งใช้: แพทย์จะประเมินว่าโรคของคุณเข้าข้อบ่งใช้ตามฉลากหรือไม่ (ดูช่วงอายุและเงื่อนไขเฉพาะโรคด้านบน) เช่น CRSwNP ต้องมี “โพลิป” และอายุ ≥ 18 ปี ไม่ใช่ไซนัสอักเสบเรื้อรังทั่วไป
  2. ตรวจ IgE และชั่งน้ำหนัก: ในข้อบ่งใช้หอบหืด/CRSwNP/ภูมิแพ้อาหาร ขนาดยาจะอิง IgE ก่อนเริ่มยา + น้ำหนักตัว (CSU ไม่ต้องใช้)
  3. ทบทวนยาปัจจุบันและโรคร่วม: โดยเฉพาะผู้ที่เคยมี anaphylaxis จากยาหรือวัคซีน ควรแจ้งแพทย์
  4. วางแผนฉีดและสังเกตอาการ: ช่วงเริ่มยาแพทย์อาจให้ฉีดที่สถานพยาบาลและสังเกตอาการระยะหนึ่งก่อนพิจารณาฉีดที่บ้าน (ถ้าเหมาะสม)
  5. คาดหวังผลอย่างเป็นจริง: Xolair® เป็น “ยาร่วม” ไม่ได้แทนยามาตรฐานทั้งหมด แพทย์อาจค่อย ๆ ปรับลดยาพ่น/ยากินเมื่ออาการคงที่

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: Xolair ใช้รักษา “อาการแพ้รุนแรงและเฉียบพลัน” ได้ไหม?

A: ไม่ได้ Xolair® ไม่ใช่ ยาฉุกเฉินสำหรับหอบกำเริบหรือแพ้เฉียบพลัน แม้ข้อบ่งใช้ใหม่ช่วย “ลดความรุนแรงของปฏิกิริยาแพ้เมื่อได้รับอาหารโดยไม่ตั้งใจ” แต่ถ้าเกิดอาการแพ้รุนแรงต้องใช้ยา อะดรีนาลีน และไปโรงพยาบาลทันทีเสมอ

 

Q: ต้องฉีดบ่อยแค่ไหน และนานเท่าไร?

A: ส่วนใหญ่จะฉีด ทุก 2 หรือ 4 สัปดาห์ ระยะเวลารวมขึ้นกับการตอบสนองและแผนของแพทย์ โดยจะมีการประเมินซ้ำเป็นระยะว่าควร “ต่อ/เว้น/หยุด” หรือไม่

 

Q: เด็กใช้ได้ไหม?

A: ได้ในบางข้อบ่งใช้: หอบหืด (≥ 6 ปี), ลมพิษเรื้อรัง (≥ 12 ปี), ภูมิแพ้อาหาร (≥ 1 ปี). ส่วน CRSwNP ใช้ในผู้ใหญ่ ≥ 18 ปีเท่านั้น

 

Q: ต้องตรวจเลือดอะไรบ้าง?

A: ก่อนเริ่มยาแพทย์จะเจาะเลือดดู IgE รวม เพื่อคำนวณขนาดยา (ยกเว้น CSU) และติดตามอาการ/ความปลอดภัยเป็นหลัก ระหว่างรักษา ไม่ใช้ ค่า IgE มาปรับขนาดยา

 

Q: ฉีดที่บ้านได้ไหม?

A: บางรายสามารถฉีดด้วยอุปกรณ์สำเร็จรูปได้หลังผ่านการคัดกรองและอบรม แต่ยังต้องปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังอาการแพ้ของแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

Q: ราคาแพงไหม?

A: เป็นยาชีววัตถุที่มีค่าใช้จ่ายสูง ขึ้นกับขนาดยา/ความถี่/สิทธิการรักษา ควรสอบถามโรงพยาบาลหรือบริษัทประกันโดยตรง (ราคามีการเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันในแต่ละประเทศ/สิทธิ์)