Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI


คิดว่าตรวจภายใน “แปปสเมียร์” ก็พอ

แต่ความจริงคือ…ฉันตรวจไม่ครบ

พออัลตราซาวด์ถึงเจอถุงน้ำรังไข่

สุดท้ายต้องเสียรังไข่ไปข้างหนึ่ง

คุณรู้สึกอย่างไร หากรู้ว่าตัวเองต้องเข้ารับการผ่าตัดรังไข่ไปข้างหนึ่ง?

สำหรับ คุณแหม่ม-พจนา รัตนประชา ที่เพิ่งรับการผ่าตัดถุงน้ำรังไข่ได้ไม่นาน ความรู้สึกแรกเมื่อรู้ตัวว่าต้องเข้ารับการผ่าตัดของเธอนั้น ไม่มีทั้งความกลัวหรือความกังวล อาจเพราะนี่ไม่ใช่การผ่าตัดครั้งแรกในชีวิต ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะการผ่าตัดครั้งนี้เป็นการผ่าตัดส่องกล้อง ที่การันตีว่าให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว อีกทั้งมีความมั่นใจในทีมแพทย์ แต่ก็ยังมีอีกหลายเหตุผลสำคัญที่ทำให้คุณแหม่มผ่านการผ่าตัดครั้งนี้ไปได้อย่างสบายใจ

และประสบการณ์จากการผ่าตัดครั้งนี้ของคุณแหม่ม จะทำให้ใครหลายคนเปลี่ยนมุมมองด้านการดูแลสุขภาพ และการผ่าตัดไปเลย

ตรวจร่างกายทุกปี ทำให้รู้จักร่างกายตัวเองดีกว่าเดิม

ในวัย 48 ปี คุณแหม่มคือผู้หญิงทำงานที่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ชีวิตที่เคยวิ่งออกกำลังกายช่วงว่างเว้นจากงานในตอนเย็นและวันหยุด ต้องชะงักลงด้วยปัญหาข้ออักเสบ ทำให้เธอทำได้เพียงออกกำลังกายเบา ๆ นาน ๆ ครั้ง ด้วยความใส่ใจและตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี
“เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ในวัยที่ควรได้รับการตรวจสมอง หัวใจ และปอด เราก็ลองไปตรวจดูว่ามีความเสี่ยงโรคเส้นเลือดในสมองแตกมั้ย คุณหมอก็ตรวจไทรอยด์ให้ด้วย แล้วเห็นว่าเรามีก้อนที่ต่อมไทรอยด์ ก็เจาะไปตรวจ ถึงยังไม่ได้เป็นเนื้อร้าย แต่หมอก็ให้ทานยาอยู่ตลอด เหมือนเป็นโรคประจำตัว นอกจากนี้ก็มีคอเลสเตอรอลสูง ที่ต้องทานยาเป็นประจำ”
การได้รู้ข้อจำกัดของร่างกายตัวเอง ทำให้คุณแหม่มหันมาให้ความสำคัญกับการรับประทานอาหารมากขึ้น และเป็นผลดีต่อการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งเธอก็ยอมรับว่าเมื่ออายุมากขึ้น ทั้งระบบเผาผลาญอาหารที่มีประสิทธิภาพน้อยลง และปัญหาสุขภาพข้างต้น ทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ง่ายกว่าเดิม

คุณแหม่มที่ยังไม่ถึงวัยหมดประจำเดือน และยังไม่เคยมีปัญหาโรคของผู้หญิง คุณแหม่มคิดมาตลอดว่าการตรวจตรวจภายในและตรวจ “แปปสเมียร์” ก็พอ โดยเธอตรวจเป็นประจำทุกปี ไม่เคยขาด… อีกทั้งไม่เคยมีอาการใด ๆ เกี่ยวกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ จนวันที่เธอได้ตัดสินใจตรวจร่างกายเพิ่มเติมจากปกติตามคำแนะนำของแพทย์ คือการตรวจอัลตราซาวด์มดลูกรังไข่ เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แล้วในที่สุดก็เจอ…ถุงน้ำในรังไข่

…ไม่มีอาการ 

…ไม่มีสัญญาณเตือน 

…ไม่มีอะไรบอกเลยว่ามันอยู่ในตัวมานานแค่ไหน 

…ทั้งที่คิดว่าตัวเองตรวจสุขภาพดีมาตลอด

จากคนปกติ กลายเป็นคนไข้ที่ต้องผ่าตัด และต้องเสียรังไข่ไปหนึ่งข้าง

ในวัยใกล้หมดประจำเดือน ตอนนั้นเพิ่งฉุกคิดว่า การตรวจแปปสเมียร์ ตรวจได้แค่มะเร็งปากมดลูก ไม่สามารถตรวจดูได้ลึกถึงภายในมดลูกและรังไข่…ต้องอัลตราซาวด์ถึงจะเห็นรายละเอียดภายใน เพราะอวัยวะของผู้หญิงมีความซับซ้อน จึงต้องการการตรวจคัดกรองที่ละเอียดพิถีพิถันมากขึ้น ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ คิดว่าจะตรวจให้ครบตั้งนานแล้ว

อย่ามั่นใจว่า “ยังไม่เป็นอะไร” แค่เพราะคุณไม่มีอาการ ในวันที่คุณรู้ตัว มันอาจสายเกินกว่าจะเลือกได้แล้วก็ได้

“ด้วยการตรวจอัลตราซาวด์มดลูกและรังไข่ หมอเลยเห็นว่าเรามีก้อนเล็ก ๆ ราว 1 ซม. ที่ปีกมดลูกด้านขวา ตอนแรกก็ตกใจ แต่หมอว่าไม่น่าเป็นกังวล เพราะอายุเยอะแล้ว ใกล้หมดประจำเดือนแล้ว ถ้าหมดประจำเดือนมันก็จะฝ่อไปเอง เราก็ไม่ได้ทำอะไรเลย ออกกำลังกายปกติ หมอนัดติดตามทุก 3 เดือน ปีแรกมันก็ไม่โต พอเข้าปีที่สอง ก็โตขึ้นเป็น 2 ซม. และในช่วง 6 เดือนสุดท้ายของปีที่สาม เจ้าก้อนเล็ก ๆ ก็โตขึ้นอย่างรวดเร็ว จาก 2 ซม. เป็นก้อน 3 ซม. และขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 4 ซม. ประกอบกับผลการตรวจค่าสารบ่งชี้เป็นมะเร็งเป็นผลบวก Positive คุณหมอจึงแนะนำทางเลือกคือตัดชิ้นเนื้อไปย้อมสีเพื่อดูความผิดปกติ หรือผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้อออกมาตรวจวินิจฉัยเพื่อความปลอดภัย เนื่องจากก้อนเนื้อโตไวเพียงไม่กี่เดือน และมีพังผืดในช่องท้องเยอะมาก”

ถึงแม้ถุงน้ำที่รังไข่จะโตขึ้น แต่คุณแหม่มก็ไม่มีอาการปวดท้อง หรือมีเลือดออกจากช่องคลอดเลย ประจำเดือนก็ยังคงมาเป็นปกติ สุขภาพของเธอดูปกติดีทุกอย่างจนหากไม่ตรวจก็ไม่มีทางรู้ว่าก้อนเนื้อนั้นกำลังเจริญเติบโตอยู่ในร่างกายของเธอ

การผ่าตัดที่ไร้ความกังวล

ก่อนจะตัดสินใจยอมรับการผ่าตัด คุณหมอทราย-พญ. ภัทราพร อุดมพรธนกิจ สูตินรีแพทย์เจ้าของไข้ ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช แนะนำว่าให้เข้ารับการผ่าตัด เนื่องจากขนาดของถุงน้ำรังไข่โตขึ้น ร่วมกับค่าสารบ่งชี้มะเร็งสูงขึ้น การตัดชิ้นเนื้อออกมาตรวจจะช่วยยืนยันผลตัวโรคชัดเจน และแนะนำผ่าตัดทั้งรังไข่และปีกมดลูกออก เนื่องจากคุณแหม่มไม่ต้องการมีบุตรเพิ่มแล้ว

“ตอนแรกก็กังวลว่า ถ้าผ่าไปแล้ว ฮอร์โมนจะมีปัญหามั้ย แต่คุณหมอก็แจ้งว่ารังไข่มันมี 2 ข้าง หากตัดไปข้างหนึ่ง ก็ยังเหลืออีกข้างที่สามารถทำงานทดแทนได้ เราก็คลายกังวลว่ามันไม่ทำให้เราแก่เร็ว จึงตัดสินใจง่ายขึ้น”

คุณหมอทรายจึงแนะนำให้คุณแหม่มเข้ารับการผ่าตัดแบบส่องกล้อง ซึ่งให้แผลเล็ก เจ็บน้อย และฟื้นตัวได้ไวกว่า ดำเนินการโดย คุณหมอหมิง-นพ. สิฐนันท์ ธนินทรานนท์ สูตินรีแพทย์ผู้ชำนาญการผ่าตัดส่องกล้องทางนรีเวช โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

“เราไม่มีความกลัวเลย เราเคยผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องมาแล้ว ทั้งผ่าตัดไส้ติ่ง ผ่าตัดคลอด แต่ผ่าตัดครั้งนี้มันน่าจะดีกว่าที่ผ่านมา เพราะมันเป็นการส่องกล้อง ก็เลยไม่กังวล เสร็จออกมา แผลก็ไม่เจ็บเลย” คุณแหม่มกล่าว

ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดที่เกิดขึ้น มีเพียงการเจ็บคอราว 1 สัปดาห์ จากการใส่ท่อช่วยหายใจซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการดมยาสลบ และอาการแน่นท้องจากการอัดแก๊สเข้าช่องท้อง เพื่อให้แพทย์เห็นอวัยวะภายในระหว่างการผ่าตัดส่องกล้องได้สะดวก ซึ่งก็กินเวลาราว 2 อาทิตย์ กว่าร่างกายจะระบายแก๊สออกหมดตามธรรมชาติ

“แต่ถ้าเทียบกับตอนผ่าตัดเปิดช่องท้อง ก้าวแรกที่ลงมาจากเตียง มันเจ็บแผลมาก เวลาเดินต้องก้มตัวงอ แต่การผ่าตัดแบบส่องกล้อง คือภายใน 24 ชั่วโมง ก็เดินได้แบบช้า ๆ แต่รู้สึกปกติ ไม่ปวด ภายใน 2 อาทิตย์ก็กลับมาเดินได้เร็วเท่าเดิม”
ขณะที่คุณแหม่มให้สัมภาษณ์อยู่นี้ เป็นเวลา 3 สัปดาห์หลังการผ่าตัด ร่างกายของเธอกลับมาเป็นปกติแล้วเกือบ 100% เดินได้ปกติ ออกกำลังกายเบา ๆ ได้ ไม่มีอาการแน่นท้องจากแก๊ส เหลือเพียงข้อควรระวังทั่วไป อย่างการยกของหนักหรือออกกำลังกายหักโหม ที่ต้องรอให้ครบ 6 เดือนก่อน ถึงทำได้
ตลอด 24 ชั่วโมงแรกหลังการผ่าตัด ก่อนที่คุณแหม่มจะลุกเดินได้เอง ทีมพยาบาลก็เข้ามาดูแลความสะอาด ธุระส่วนตัว และวัดความดันทุก 2 ชั่วโมง หากมีปัญหาอะไร พยาบาลก็จะรีบเข้ามาช่วยเหลือ หายาที่จำเป็น คอยมานวด มาถามไถ่ ให้ความรู้เกี่ยวกับผลข้างเคียง เช่น อาการปวดจากการอัดแก๊ส ทำให้ช่วงที่เธอยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้นั้นผ่านไปด้วยดี
“คุณพยาบาลจะไม่ใช่แค่มาวัดไข้ วัดความดัน แล้วก็ออกไป เขาจะคอยถามว่าวันนี้รู้สึกยังไง เจ็บแผลมั้ย หากเรารู้สึกไม่สบายตรงไหน ก็จะได้รับการตอบสนองอย่างทันท่วงที”
ความกังวลเพียงอย่างเดียวของการผ่าตัดครั้งนี้ คือผลการตรวจชิ้นเนื้อที่ผ่าออกมา เพียงวันเดียวผลตรวจก็ออก และหมอทรายก็รีบมาอัปเดตเธอทันที ว่าเป็นช็อกโกแลตซีสต์ ซึ่งไม่ใช่เนื้อร้าย ไม่มีปัญหาอะไร ก็ยิ่งช่วยให้คุณแหม่มคลายความกังวลไปได้อย่างมาก
“พอผ่าตัดออกไปแล้ว เราก็หายกังวล ไม่ต้องมาคิดว่าอีก 3 เดือน มันจะโตไม่โต ถ้ามันโตแล้วจะไปบดบังเอาอวัยวะอื่นด้วยหรือเปล่า ความคิดเหล่านี้ทำให้เราใช้ชีวิตยากขึ้นด้วย เพราะก่อนหน้านี้เวลารู้สึกปวดท้อง หรือปัสสาวะไม่ปกติ เราก็ได้แต่สงสัยว่าเป็นเพราะก้อนนี้หรือเปล่า หลังจากนี้ก็จะได้มั่นใจว่าหากมีอาการเจ็บป่วยอื่น ๆ ก็อาจเป็นความเสี่ยงเรื่องอื่น ไม่ใช่เรื่องก้อนเนื้อนี้แล้ว”

ฝากไว้ ให้ใส่ใจตรวจให้ครบตามช่วงวัย

ถึงแม้ว่าคุณแหม่มจะพบปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะการตรวจสุขภาพประจำปี แต่เธอก็ไม่ได้ตรวจครบทุกอย่าง เธอเลือกเพียงสิ่งที่จำเป็นกับอายุและอาการประจำตัวที่มี ซึ่งแพทย์ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาล BNH สามารถให้คำแนะนำได้ตามความเหมาะสมของผู้หญิงในแต่ละช่วงวัย

“อยากให้ทุกคนหันมาดูแลใส่ใจสุขภาพ โดยการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี ตรวจให้ครบตามช่วงอายุของเรา เราจะได้รู้ว่าร่างกายตัวเองมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน ปัญหาอะไรที่เจอก่อน ก็รักษาได้ก่อนที่มันจะลุกลาม ถ้าเราตรวจไปแล้ว มันไม่มีอะไร ก็ได้ความสบายใจด้วย”

สำหรับคุณแหม่มแล้ว เธอมองว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ลงทุนกับการตรวจสุขภาพนั้นคุ้มค่า เพราะ “ถุงน้ำรังไข่” ของเธอก็ไม่แสดงอาการ หากมาเจอในวันที่สายเกินไป การรักษาอาจไม่ง่าย และการฟื้นตัวอาจไม่เร็วเท่านี้ก็ได้
“ตอนที่ตัดสินใจผ่าตัด เราก็มองโลกในแง่ดีประมาณนึงด้วย ว่าหากมันเป็นเนื้อร้าย รักษาเร็วตั้งแต่เริ่มต้น ก็ดีกว่ารอไปจนอาจต้องไปจบที่คีโมหรือการฉายแสง ซึ่งโชคดีที่ไม่ใช่”

บทสัมภาษณ์ คุณพจนา รัตนประชา 

กุมภาพันธ์ 2569 

ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

ข้อมูลแพทย์

พญ. ภัทราพร อุดมพรธนกิจ

สูตินรีแพทย์ สาขาเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

นพ. สิฐนันท์ ธนินทรานนท์

สูตินรีแพทย์สาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

แพ็กเกจตรวจสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

ราคาปกติ
ราคาพิเศษ
4,950 บาท
3200 บาท

แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Co-test)

แพ็กเกจตรวจ Pap Smear ร่วมกับการตรวจ HPV DNA (Co-test) มีความแม่นยำในการตรวจพบมะเร็งปากมดลูกระยะเริ่มต้นสูงกว่าการตรวจ Pap Smear เพียงอย่างเดียว ลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกมากยิ่งขึ้น เพราะมีความไวในการตรวจหามะเร็งปากมดลูกเกือบ 100%

ราคา
฿6,400 -฿10,000

Lady Ready แพ็กเกจตรวจสุขภาพผู้หญิง

รายละเอียดแพ็กเกจ
  • Lady Ready 1 ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก + อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่ [คลิกที่นี่]
  • Lady Ready 2 ตรวจอัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่ + ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์เต้านม [คลิกที่นี่]
  • Lady Ready 3 ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก + อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่ + ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตร้าซาวด์เต้านม [คลิกที่นี่]
  • Lady Ready 4 ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก + ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยการอัลตร้าซาวด์เต้านม [คลิกที่นี่]

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE