Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

สำรวจสุขภาพกาย เรื่องภายในของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม

เกิดเป็นผู้หญิง แท้จริงแสนลำบาก แด่ผู้หญิงทุกคนที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แปรปรวนในแต่ละเดือนที่มีรอบเดือน การตั้งครรภ์ และโรคร้ายที่อาจมาเยือนโดยไม่รู้ตัว

 

การตรวจภายในไม่เพียงแค่เป็นการตรวจวินิจฉัยโรค แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถรักษาสุขภาพได้อย่างยั่งยืน การตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจภายในและการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้หญิงมีชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

การตรวจภายใน (Pelvic Examination) เป็นการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่สำคัญสำหรับผู้หญิง เพื่อประเมินสภาพสุขภาพของอวัยวะสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะ การตรวจภายในช่วยในการวินิจฉัยและป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจมีผลต่อสุขภาพของผู้หญิง บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจภายใน ขั้นตอนการตรวจ และวิธีการดูแลสุขภาพหลังการตรวจภายใน

การตรวจภายใน สำคัญอย่างไร

การตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ การตรวจภายในช่วยในการวินิจฉัยโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ เนื้องอกในมดลูก และโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) การตรวจพบโรคในระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด

 

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การตรวจ Pap smear เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจภายใน ซึ่งช่วยในการตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่อาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก การตรวจนี้มีความสำคัญในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก และควรทำเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์

 

การประเมินสุขภาพทั่วไปของระบบสืบพันธุ์ การตรวจภายในช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพทั่วไปของระบบสืบพันธุ์ เช่น การตรวจขนาดและรูปร่างของมดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ เพื่อหาความผิดปกติหรือการเจริญเติบโตผิดปกติ

 

การวินิจฉัยและรักษาภาวะทางสูตินรีเวช การตรวจภายในสามารถช่วยวินิจฉัยภาวะต่างๆ เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ภาวะช็อกท้อง (Ectopic Pregnancy) และภาวะผิดปกติของรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome – PCOS)

เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงควรตรวจภายใน

เริ่มต้นเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ผู้หญิงควรเริ่มตรวจภายในเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์หรือเมื่อมีอายุประมาณ 21 ปี แม้ว่าอาจจะยังไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจคัดกรองในระยะแรกช่วยป้องกันโรคและตรวจพบปัญหาสุขภาพได้เร็วขึ้น

 

การตรวจภายในประจำปี การตรวจภายในควรทำเป็นประจำทุกปีหรือตามที่แพทย์แนะนำ ขึ้นอยู่กับผลการตรวจและประวัติสุขภาพของแต่ละบุคคล หากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค เช่น ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปากมดลูก หรือโรคทางพันธุกรรม ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความถี่ในการตรวจ

 

เมื่อมีอาการผิดปกติ หากผู้หญิงมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน มีตกขาวผิดปกติ มีอาการปวดในช่องท้องส่วนล่างหรือกระดูกเชิงกราน ควรตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

 

พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หากมีคู่ครองใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมทางเพศ ควรพิจารณาตรวจภายในเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) และตรวจคัดกรองโรคที่อาจเกิดขึ้น

 

เมื่อวางแผนตั้งครรภ์หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์ ควรตรวจภายในเพื่อประเมินสุขภาพของระบบสืบพันธุ์และรับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์

 

หลังคลอดบุตร หลังคลอดบุตร ผู้หญิงควรตรวจภายในเพื่อตรวจสอบสุขภาพของมดลูกและอวัยวะสืบพันธุ์อื่นๆ การตรวจนี้ช่วยให้มั่นใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังคลอด

 

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในสุขภาพหรือระบบสืบพันธุ์ หากมีการเปลี่ยนแปลงในสุขภาพ เช่น การมีอาการผิดปกติของประจำเดือน การเจ็บปวดในช่องท้องส่วนล่างหรือกระดูกเชิงกราน หรือการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการขับถ่าย ควรตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษา

โรคร้ายที่พบบ่อยในผู้หญิง

  1. มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) ปัจจัยเสี่ยงจากประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านม การมีรอบเดือนเร็วหรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้า การไม่มีบุตรหรือมีบุตรช้า การใช้ฮอร์โมนทดแทน และการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  2. มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  3. มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) ปัจจัยเสี่ยงจากประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งรังไข่ การมีรอบเดือนเร็วหรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้า และการไม่เคยมีบุตร

การตระหนักถึงโรคร้ายที่พบบ่อยในผู้หญิง และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ รวมถึงการตรวจสุขภาพภายในที่ผู้หญิงไม่ควรละเลย 

ป้องกันโรคร้ายด้วยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Co-Test 

 

โรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับ2 ของผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม ด้วยเหตุผลดังกล่าว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันความรุนแรงจากมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากการตรวจคัดกรองจะทำให้พบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหลายวิธี ซึ่งวิธีทีแม่นยำมากที่สุดคือ การตรวจทางเซลล์วิทยาร่วมกับการตรวจเชื้อไวรัสเอชพีวี

(ความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากกว่า99%) 

 

  1. การตรวจทางเซลล์วิทยา หรือที่ที่รู้จักกันในชื่อ ตินแพร็พ แป๊บ เทสต์ (ThinPrep Pap Test) โดยใช้แปรงป้ายเก็บเซลล์จากปากมดลูกแล้วนำมาแกว่งในน้ำยาตินแพร็พ มีลักษณะพิเศษคือ สามารถสลายมูกเลือดและเม็ดเลือดแดงได้ จึงไม่มีมูกเลือดบดบัง เซลล์เรียงตัวแบบบาง ค้นหาเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น ใช้ระบบคอมพิวเตอร์คัดกรองเซลล์และยืนยันเซลล์มะเร็งอีกครั้งด้วยนักเทคนิคการแพทย์ มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากถึง74%
  2. การตรวจเชื้อไวรัชเอชพีวี โดยการนำเซลล์ปากมดลูกที่ได้จากน้ำยาตินเพร็พไปตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูง 14 สายพันธุ์ เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูกในอนาคต โดยมีความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากกว่า96 % 

อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่โดยวิธี Transvaginal Ultrasound

 

การอัลตราซาวด์ คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งความสามารถในการผ่านและการสะท้อนกลับไม่เท่ากัน หัวตรวจจะทำหน้าที่รับสัญญาณคลื่นเสียงสะท้อนกลับระดับต่างๆ ซึ่งบอกถึงความหนาแน่น และความลึกของเนื้อเยื่อนั้นแล้วนำสัญญาณที่ได้รับมาประมวลผลสร้างเป็นภาพขึ้นมา  ซึ่งสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยลักษณะมดลูก เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก ลักษณะรังไข่ที่ปกติและผิดปกติ 

 

โดยแพทย์จะสอดหัวตรวจอัลตร้าซาวด์ที่มีความแตกต่างจากหัวตรวจผ่านเข้าไปทางช่องคลอด ข้อดีคือหัวตรวจจะเข้าไปใกล้ตำแหน่งมดลูกและรังไข่ได้มากกว่าการตรวจทางหน้าท้อง จึงสามารถมองเห็นภาพของมดลูกและรังไข่จากจอมอนิเตอร์ได้ชัดเจนกว่าและไม่ต้องรอเวลาในการกลั้นปัสสาวะ

ดูแลสุขภาพภายในของผู้หญิงที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Women’s Health Centre)

ด้วยประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพสตรีอย่างต่อเนื่องยาวนาน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centre) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมดูแลทุกมิติด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องสุขภาพสตรีเป็นพิเศษ และ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) บริการตรวจคัดกรองโรค ให้คำปรึกษา ตลอดจนป้องกันและรักษา โรคมะเร็งปากมดลูก ในสตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ได้ผลตรวจที่มีความถูกต้องและแม่นยำ

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • นพ. วีรภัทร สมชิต

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

  • รศ.(พิเศษ) ดร. พญ. สมสุข สันติเบ็ญจกุล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

  • นพ. สิฐนันท์ ธนินทรานนท์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์

  • นพ. อธิวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา เวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม