Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

สำรวจสุขภาพกาย เรื่องภายในของผู้หญิงที่ไม่ควรมองข้าม

เกิดเป็นผู้หญิง แท้จริงแสนลำบาก แด่ผู้หญิงทุกคนที่ต้องแบกรับอะไรหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์แปรปรวนในแต่ละเดือนที่มีรอบเดือน การตั้งครรภ์ และโรคร้ายที่อาจมาเยือนโดยไม่รู้ตัว

 

การตรวจภายในไม่เพียงแค่เป็นการตรวจวินิจฉัยโรค แต่ยังเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถรักษาสุขภาพได้อย่างยั่งยืน การตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจภายในและการดูแลสุขภาพอย่างถูกต้องจะช่วยให้ผู้หญิงมีชีวิตที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

การตรวจภายใน (Pelvic Examination) เป็นการตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์ที่สำคัญสำหรับผู้หญิง เพื่อประเมินสภาพสุขภาพของอวัยวะสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะ การตรวจภายในช่วยในการวินิจฉัยและป้องกันโรคต่างๆ ที่อาจมีผลต่อสุขภาพของผู้หญิง บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจภายใน ขั้นตอนการตรวจ และวิธีการดูแลสุขภาพหลังการตรวจภายใน

การตรวจภายใน สำคัญอย่างไร

การตรวจวินิจฉัยโรคต่างๆ การตรวจภายในช่วยในการวินิจฉัยโรคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ เนื้องอกในมดลูก และโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) การตรวจพบโรคในระยะแรกช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด

 

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การตรวจ Pap smear เป็นส่วนหนึ่งของการตรวจภายใน ซึ่งช่วยในการตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ที่อาจนำไปสู่มะเร็งปากมดลูก การตรวจนี้มีความสำคัญในการป้องกันมะเร็งปากมดลูก และควรทำเป็นประจำตามคำแนะนำของแพทย์

 

การประเมินสุขภาพทั่วไปของระบบสืบพันธุ์ การตรวจภายในช่วยให้แพทย์สามารถประเมินสุขภาพทั่วไปของระบบสืบพันธุ์ เช่น การตรวจขนาดและรูปร่างของมดลูก รังไข่ และท่อนำไข่ เพื่อหาความผิดปกติหรือการเจริญเติบโตผิดปกติ

 

การวินิจฉัยและรักษาภาวะทางสูตินรีเวช การตรวจภายในสามารถช่วยวินิจฉัยภาวะต่างๆ เช่น ภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) ภาวะช็อกท้อง (Ectopic Pregnancy) และภาวะผิดปกติของรังไข่ (Polycystic Ovary Syndrome – PCOS)

เมื่อไหร่ที่ผู้หญิงควรตรวจภายใน

เริ่มต้นเมื่อเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ผู้หญิงควรเริ่มตรวจภายในเมื่อเริ่มมีเพศสัมพันธ์หรือเมื่อมีอายุประมาณ 21 ปี แม้ว่าอาจจะยังไม่มีอาการผิดปกติ การตรวจคัดกรองในระยะแรกช่วยป้องกันโรคและตรวจพบปัญหาสุขภาพได้เร็วขึ้น

 

การตรวจภายในประจำปี การตรวจภายในควรทำเป็นประจำทุกปีหรือตามที่แพทย์แนะนำ ขึ้นอยู่กับผลการตรวจและประวัติสุขภาพของแต่ละบุคคล หากมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรค เช่น ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปากมดลูก หรือโรคทางพันธุกรรม ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความถี่ในการตรวจ

 

เมื่อมีอาการผิดปกติ หากผู้หญิงมีอาการผิดปกติ เช่น มีเลือดออกระหว่างรอบเดือน มีตกขาวผิดปกติ มีอาการปวดในช่องท้องส่วนล่างหรือกระดูกเชิงกราน ควรตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

 

พฤติกรรมเสี่ยงทางเพศ หากมีคู่ครองใหม่หรือมีการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมทางเพศ ควรพิจารณาตรวจภายในเพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) และตรวจคัดกรองโรคที่อาจเกิดขึ้น

 

เมื่อวางแผนตั้งครรภ์หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์ ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์หรือมีปัญหาในการตั้งครรภ์ ควรตรวจภายในเพื่อประเมินสุขภาพของระบบสืบพันธุ์และรับคำแนะนำจากแพทย์เกี่ยวกับการเตรียมตัวสำหรับการตั้งครรภ์

 

หลังคลอดบุตร หลังคลอดบุตร ผู้หญิงควรตรวจภายในเพื่อตรวจสอบสุขภาพของมดลูกและอวัยวะสืบพันธุ์อื่นๆ การตรวจนี้ช่วยให้มั่นใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนหรือปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นหลังคลอด

 

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในสุขภาพหรือระบบสืบพันธุ์ หากมีการเปลี่ยนแปลงในสุขภาพ เช่น การมีอาการผิดปกติของประจำเดือน การเจ็บปวดในช่องท้องส่วนล่างหรือกระดูกเชิงกราน หรือการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการขับถ่าย ควรตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุและรับการรักษา

โรคร้ายที่พบบ่อยในผู้หญิง

  1. มะเร็งเต้านม (Breast Cancer) ปัจจัยเสี่ยงจากประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งเต้านม การมีรอบเดือนเร็วหรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้า การไม่มีบุตรหรือมีบุตรช้า การใช้ฮอร์โมนทดแทน และการรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
  2. มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) ส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งเป็นไวรัสที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  3. มะเร็งรังไข่ (Ovarian Cancer) ปัจจัยเสี่ยงจากประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งรังไข่ การมีรอบเดือนเร็วหรือเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนช้า และการไม่เคยมีบุตร

การตระหนักถึงโรคร้ายที่พบบ่อยในผู้หญิง และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้ รวมถึงการตรวจสุขภาพภายในที่ผู้หญิงไม่ควรละเลย 

ป้องกันโรคร้ายด้วยตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Co-Test 

 

โรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับ2 ของผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม ด้วยเหตุผลดังกล่าว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันความรุนแรงจากมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากการตรวจคัดกรองจะทำให้พบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหลายวิธี ซึ่งวิธีทีแม่นยำมากที่สุดคือ การตรวจทางเซลล์วิทยาร่วมกับการตรวจเชื้อไวรัสเอชพีวี

(ความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากกว่า99%) 

 

  1. การตรวจทางเซลล์วิทยา หรือที่ที่รู้จักกันในชื่อ ตินแพร็พ แป๊บ เทสต์ (ThinPrep Pap Test) โดยใช้แปรงป้ายเก็บเซลล์จากปากมดลูกแล้วนำมาแกว่งในน้ำยาตินแพร็พ มีลักษณะพิเศษคือ สามารถสลายมูกเลือดและเม็ดเลือดแดงได้ จึงไม่มีมูกเลือดบดบัง เซลล์เรียงตัวแบบบาง ค้นหาเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น ใช้ระบบคอมพิวเตอร์คัดกรองเซลล์และยืนยันเซลล์มะเร็งอีกครั้งด้วยนักเทคนิคการแพทย์ มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากถึง74%
  2. การตรวจเชื้อไวรัชเอชพีวี โดยการนำเซลล์ปากมดลูกที่ได้จากน้ำยาตินเพร็พไปตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูง 14 สายพันธุ์ เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูกในอนาคต โดยมีความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากกว่า96 % 

อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่โดยวิธี Transvaginal Ultrasound

 

การอัลตราซาวด์ คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งความสามารถในการผ่านและการสะท้อนกลับไม่เท่ากัน หัวตรวจจะทำหน้าที่รับสัญญาณคลื่นเสียงสะท้อนกลับระดับต่างๆ ซึ่งบอกถึงความหนาแน่น และความลึกของเนื้อเยื่อนั้นแล้วนำสัญญาณที่ได้รับมาประมวลผลสร้างเป็นภาพขึ้นมา  ซึ่งสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยลักษณะมดลูก เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก ลักษณะรังไข่ที่ปกติและผิดปกติ 

 

โดยแพทย์จะสอดหัวตรวจอัลตร้าซาวด์ที่มีความแตกต่างจากหัวตรวจผ่านเข้าไปทางช่องคลอด ข้อดีคือหัวตรวจจะเข้าไปใกล้ตำแหน่งมดลูกและรังไข่ได้มากกว่าการตรวจทางหน้าท้อง จึงสามารถมองเห็นภาพของมดลูกและรังไข่จากจอมอนิเตอร์ได้ชัดเจนกว่าและไม่ต้องรอเวลาในการกลั้นปัสสาวะ

ดูแลสุขภาพภายในของผู้หญิงที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Women’s Health Centre)

ด้วยประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพสตรีอย่างต่อเนื่องยาวนาน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centre) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมดูแลทุกมิติด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องสุขภาพสตรีเป็นพิเศษ และ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) บริการตรวจคัดกรองโรค ให้คำปรึกษา ตลอดจนป้องกันและรักษา โรคมะเร็งปากมดลูก ในสตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ได้ผลตรวจที่มีความถูกต้องและแม่นยำ

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี

  • รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

  • ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารก

  • นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์

  • พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์

    ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา

  • พญ. กริชา ไม้เรียง

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    มะเร็งนรีเวช

  • พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชื่นกมล ชรากร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่

  • รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี