Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

HPV คืออะไร? อาการ สาเหตุ วิธีการรักษา และวิธีป้องกันที่คุณควรรู้

HPV หรือ Human Papillomavirus คือเชื้อไวรัสที่ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ โดยมักเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ เชื้อ HPV มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์อาจทำให้เกิดหูดหงอนไก่ และบางสายพันธุ์เป็นกลุ่มเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศชาย และมะเร็งบริเวณช่องปากหรือลำคอ ผู้ติดเชื้อ HPV จำนวนมากอาจไม่มีอาการ จึงควรป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน HPV ใช้ถุงยางอนามัย และตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์ เช่น Pap smear หรือ HPV DNA Test เพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

ตารางสรุป HPV แบบตอบเร็ว

คำถาม คำตอบแบบสั้น
HPV คืออะไร? HPV คือเชื้อไวรัส Human Papillomavirus ที่ติดต่อได้ผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ
HPV ติดต่อทางไหน? ติดต่อได้จากเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก ทางปาก หรือการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศ
HPV มีอาการไหม? หลายคนไม่มีอาการ แต่บางรายอาจมีหูดหงอนไก่ ตกขาวผิดปกติ หรือเลือดออกผิดปกติ
HPV อันตรายไหม? บางสายพันธุ์อาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งลำคอ
HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 สำคัญอย่างไร? เป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งบางชนิด
HPV รักษาได้ไหม? ไม่มีการรักษาเชื้อไวรัสโดยตรง แต่สามารถรักษาอาการหรือโรคที่เกิดจาก HPV เช่น หูดหงอนไก่ หรือรอยโรคก่อนมะเร็งได้
HPV ป้องกันได้ไหม? ป้องกันได้ด้วยวัคซีน HPV การใช้ถุงยางอนามัย และการตรวจคัดกรองสม่ำเสมอ
ควรตรวจ HPV เมื่อไหร่? ควรตรวจตามอายุ ความเสี่ยง และคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงอายุตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

การติดเชื้อ HPV เกิดได้จาก เพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือการสัมผัสผิวหนังที่ติดเชื้อ โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสูงจะติดเชื้อสายพันธุ์ที่เป็นอันตรายมากขึ้น โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเกี่ยวกับ HPV ตั้งแต่ สาเหตุ, อาการ, วิธีรักษา, วิธีป้องกัน, การตรวจเชื้อ HPV และคำแนะนำสำหรับผู้ติดเชื้อ

HPV คืออะไร? และทำไมจึงเป็นอันตราย?

HPV เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือการมีเพศสัมพันธ์ เชื้อ HPV มีหลายสายพันธุ์ บางสายพันธุ์ทำให้เกิด หูดหงอนไก่ และบางสายพันธุ์สามารถก่อให้เกิด มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งลำคอ, หรือมะเร็งปาก ในผู้ชายและผู้หญิง

บางสายพันธุ์อาจไม่แสดงอาการในระยะแรก ทำให้ผู้ติดเชื้อไม่รู้ตัวและสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้ การตรวจเชื้อ HPV เป็นประจำจึงมีความสำคัญในการป้องกันโรคร้ายแรงในอนาคต

สาเหตุของการติดเชื้อ HPV ในเพศหญิงและเพศชาย

  1. เพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

เพศหญิง :

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยเป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อ HPV
  • การเริ่มมีเพศสัมพันธ์ในวัยรุ่นหรือมีคู่นอนหลายคนเพิ่มความเสี่ยง
  • HPV สามารถแพร่เชื้อได้แม้ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการใด ๆ

เพศชาย :

  • การมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด, ทวารหนัก หรือทางปาก โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัยสามารถติดเชื้อ HPV ได้
  • ผู้ชายที่มีคู่นอนหลายคนหรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ HPV มีโอกาสติดเชื้อสูง
  1. สัมผัสผิวหนังที่ติดเชื้อ

เพศหญิง :

  • HPV สามารถติดผ่าน การสัมผัสบริเวณผิวหนังอวัยวะเพศ โดยตรง แม้จะไม่ได้มีเพศสัมพันธ์เต็มรูปแบบ
  • การใช้ของใช้ร่วมกัน เช่น ผ้าเช็ดตัว, ผ้าอนามัย, หรือเซ็กส์ทอย ที่ไม่ได้ทำความสะอาด สามารถแพร่เชื้อได้

เพศชาย :

  • การสัมผัสผิวหนังอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้ติดเชื้อโดยตรง
  • การใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้ติดเชื้อ เช่น เซ็กส์ทอย โดยไม่ทำความสะอาด”
  1. การแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูก

  • ในบางสายพันธุ์ HPV สามารถแพร่เชื้อจากแม่สู่ลูกขณะตั้งครรภ์หรือคลอด
  • แม้ความเสี่ยงนี้พบได้ไม่บ่อย แต่สายพันธุ์บางชนิดสามารถทำให้ทารกเกิด หูดหงอนไก่ในช่องปากหรือคอ ได้
  1. ปัจจัยเสริมที่เพิ่มความเสี่ยง

  •  ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • การสูบบุหรี่ เพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อและพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก
  • ประวัติการติดเชื้อ STD อื่น ๆ ทำให้เยื่อบุอวัยวะเพศอ่อนแอและไวต่อ HPV”การรู้จักสาเหตุของการติดเชื้อ HPV ในเพศหญิงและเพศชายช่วยให้เราสามารถป้องกันและจัดการความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม

อาการติดเชื้อ HPV ในผู้หญิงและผู้ชาย

HPV บางสายพันธุ์อาจทำให้ ผู้หญิง เกิดอาการที่สามารถสังเกตได้ เช่น หูดหงอนไก่ หรือ มะเร็งปากมดลูก แต่ผู้หญิงบางคนอาจไม่มีอาการใด ๆ ในระยะแรกทำให้การตรวจ HPV เป็นสิ่งสำคัญ

 อาการในผู้หญิงที่เกี่ยวข้องกับ HPV:

  • หูดหงอนไก่: พบได้ที่อวัยวะเพศหรือทวารหนัก
  • ตกขาวผิดปกติ หรือ เลือดออกจากช่องคลอด หลังจากมีเพศสัมพันธ์

อาการในผู้ชายที่เกี่ยวข้องกับ HPV:

  • หูดหงอนไก่ ที่อวัยวะเพศหรือตรงทวารหนัก
  • อาการปวดหรือแสบร้อนบริเวณอวัยวะเพศ”

HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 อันตรายอย่างไร?

HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิด มะเร็งปากมดลูก ในผู้หญิง และยังสามารถก่อให้เกิด มะเร็งลำคอ, มะเร็งช่องปาก, มะเร็งอวัยวะเพศชาย และมะเร็งบางชนิดในทวารหนักได้ในผู้ชาย โดยเฉพาะเมื่อผู้ติดเชื้อไม่ได้ตรวจพบและไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

HPV สายพันธุ์อื่นที่เสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

 

นอกจากสายพันธุ์ 16 และ 18 ที่เป็นสาเหตุหลักของมะเร็งปากมดลูกแล้ว
ยังมี สายพันธุ์อื่น ๆ ที่จัดอยู่ในกลุ่ม High-Risk HPV ได้แก่

 

HPV 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58, 59, 66 และ 68

 

สายพันธุ์เหล่านี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด
มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งในช่องอวัยวะสืบพันธุ์
แม้ความเสี่ยงจะน้อยกว่าสายพันธุ์ 16 และ 18 แต่ก็ไม่ควรมองข้าม

 

การตรวจ HPV DNA Test ช่วยระบุการติดเชื้อสายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูงเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ
เพื่อให้สามารถ ประเมินความเสี่ยง วางแผนการดูแล และรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

แนวทางป้องกันการติดเชื้อ HPV 

 

วัคซีน HPV:

  • วัคซีนรุ่น 9-valent HPV vaccine สามารถป้องกัน HPV สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 รวมถึงสายพันธุ์ low-risk 6 และ 11 ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่
  • การฉีดวัคซีนตั้งแต่อายุยังน้อย หรือก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อและลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งในอนาคต

 

ตรวจ Pap smear หรือ HPV DNA test:

  • สำหรับผู้หญิงอายุ 21 ปีขึ้นไป ควรตรวจ Pap smear ทุก 3 ปี
  • สำหรับผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป สามารถตรวจ Pap smear + HPV DNA test (Co-test) ทุก 3-5 ปี
  • การตรวจสม่ำเสมอช่วยค้นหาการติดเชื้อสายพันธุ์ high-risk ก่อนที่จะพัฒนาเป็นมะเร็ง

 

พฤติกรรมป้องกัน:

  • ใช้ ถุงยางอนามัยทุกครั้ง ที่มีเพศสัมพันธ์
  • หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน
  • แจ้งคู่นอนให้ตรวจร่วม หากมีความเสี่ยง

วิธีรักษา HPV และหูดหงอนไก่

การรักษา HPV มุ่งเน้นที่การกำจัด หูดหงอนไก่ และลดความเสี่ยงในการพัฒนาเป็นมะเร็ง ได้แก่:

  • สเปรย์ฉีดหรือยาทาเฉพาะที่: ช่วยทำลายหูดหงอนไก่ ลดขนาด และยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ
  • การผ่าตัดหรือเลเซอร์: สำหรับหูดขนาดใหญ่หรือสายพันธุ์ที่เสี่ยงต่อมะเร็ง
  • การตรวจและติดตามเป็นประจำ: ป้องกันการกลับมาเกิดหูดหรือการพัฒนาของมะเร็ง

การตรวจ HPV เป็นประจำและรักษาแต่เนิ่น ๆ ช่วยป้องกันความเสี่ยงต่อการเกิดโรคร้ายแรงได้

เชื้อ HPV หายไหม?

HPV อาจหายได้เองในหลายกรณี โดยเฉพาะในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันแข็งแรง เนื่องจากร่างกายสามารถจัดการกับการติดเชื้อ HPV ได้เอง แต่หากไม่สามารถกำจัดไวรัสได้ การติดเชื้ออาจกลายเป็นปัญหาระยะยาวและทำให้เกิด โรคมะเร็ง หรือ หูดหงอนไก่ ที่มีผลต่อสุขภาพ

วิธีป้องกันการติดเชื้อ HPV

การป้องกัน HPV สามารถทำได้โดย:

  • การใช้ถุงยางอนามัย ทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • การฉีดวัคซีน HPV ซึ่งสามารถป้องกัน HPV สายพันธุ์ 16, 18 และสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็ง
  • การตรวจสุขภาพทางเพศ เป็นประจำ เพื่อการตรวจและรักษาเชื้อ HPV อย่างทันท่วงที

สิทธิการตรวจ HPV DNA Test สำหรับคนไทย

สำหรับประเทศไทย การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA Test เป็นหนึ่งในสิทธิประโยชน์ด้านการตรวจคัดกรองโรค โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ระบุว่า ผู้ที่เข้าเกณฑ์สามารถรับบริการตรวจคัดกรองได้ตามเงื่อนไข ได้แก่ เพศหญิงอายุ 30–59 ปี หรือ เพศหญิงอายุ 15–29 ปีที่เป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย มีคู่นอนหลายคน หรือมีเพศสัมพันธ์ที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อ โดยสามารถตรวจได้ 1 ครั้ง ทุก 5 ปี ตามเงื่อนไขของสิทธิและหน่วยบริการที่เข้าร่วม

 

ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิสามารถติดต่อหน่วยบริการหรือสถานพยาบาลในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พร้อมแสดงบัตรประชาชน หรือจองคิวผ่านแอปพลิเคชัน เป๋าตัง ในเมนูสุขภาพ นอกจากนี้บางพื้นที่อาจมีบริการ HPV Self-Sampling หรือการเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเองผ่านหน่วยบริการที่เข้าร่วม

 

สำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวก รวดเร็ว หรือต้องการตรวจคัดกรองในโรงพยาบาลเอกชน สามารถพิจารณาการตรวจ Pap smear ร่วมกับ HPV DNA Test หรือ Co-test ได้ที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ซึ่งเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ช่วยค้นหาความผิดปกติของเซลล์ปากมดลูกและตรวจหาเชื้อ HPV ระดับ DNA เพื่อประเมินความเสี่ยงได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

 

ทั้งนี้ การเลือกตรวจด้วยสิทธิภาครัฐหรือการตรวจในโรงพยาบาลเอกชนขึ้นอยู่กับความสะดวก ระยะเวลาที่ต้องการเข้ารับบริการ และคำแนะนำของแพทย์ หากไม่แน่ใจว่าควรตรวจแบบใด สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงและเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมกับตนเอง

 

หมายเหตุ: ข้อมูลสิทธิการตรวจคัดกรองอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามนโยบายของหน่วยงานรัฐ ควรตรวจสอบรายละเอียดล่าสุดกับ สปสช. หรือหน่วยบริการก่อนเข้ารับบริการ

คำถามที่พบบ่อย

A: HPV คือเชื้อไวรัส Human Papillomavirus ที่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสผิวหนังหรือเยื่อบุบริเวณอวัยวะเพศ โดยมักเกี่ยวข้องกับการมีเพศสัมพันธ์ และพบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย

A: HPV ติดต่อได้จากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก ทางปาก หรือการสัมผัสผิวหนังบริเวณอวัยวะเพศกับผู้ที่มีเชื้อ แม้ผู้ติดเชื้อจะไม่มีอาการก็สามารถแพร่เชื้อได้

A: ผู้ติดเชื้อ HPV หลายคนอาจไม่มีอาการ แต่บางรายอาจพบหูดหงอนไก่บริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก ตกขาวผิดปกติ เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือมีอาการเจ็บ แสบ หรือระคายเคืองบริเวณอวัยวะเพศ

A: HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 เป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปากมดลูก และยังอาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งทวารหนัก มะเร็งอวัยวะเพศชาย และมะเร็งบริเวณช่องปากหรือลำคอ

A: ในหลายกรณี ร่างกายสามารถจัดการกับเชื้อ HPV ได้เอง โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรง แต่หากเป็นสายพันธุ์ความเสี่ยงสูงและติดเชื้อเป็นเวลานาน อาจเพิ่มโอกาสเกิดความผิดปกติของเซลล์หรือมะเร็งได้

A: ปัจจุบันยังไม่มีการรักษาที่กำจัดเชื้อ HPV โดยตรง แต่สามารถรักษาโรคหรืออาการที่เกิดจาก HPV ได้ เช่น การรักษาหูดหงอนไก่ การติดตามรอยโรคก่อนมะเร็ง หรือการรักษาความผิดปกติของเซลล์ตามคำแนะนำของแพทย์

A: วัคซีน HPV ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์สำคัญ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งปากมดลูก และสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดหูดหงอนไก่ การฉีดวัคซีนก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์จะช่วยให้ได้ประโยชน์สูงสุด

A: HPV DNA Test เหมาะสำหรับการตรวจคัดกรองความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูก โดยเฉพาะผู้หญิงในช่วงอายุที่แพทย์แนะนำให้ตรวจคัดกรอง หรือผู้ที่มีความเสี่ยงตามดุลยพินิจของแพทย์ สำหรับสิทธิในประเทศไทย สปสช. ระบุว่ากลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ เพศหญิงอายุ 30–59 ปี หรือเพศหญิงอายุ 15–29 ปีที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โดยตรวจได้ 1 ครั้ง ทุก 5 ปี ตามเงื่อนไขสิทธิและหน่วยบริการที่เข้าร่วม

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

  • Centers for Disease Control and Prevention (CDC)
    https://www.cdc.gov/hpv
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ HPV สายพันธุ์ อาการ การติดเชื้อ และวิธีป้องกันด้วยวัคซีน HPV
  • World Health Organization (WHO)
    https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/human-papillomavirus
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับระบาดวิทยาของ HPV อาการ สาเหตุ และแนวทางป้องกันการติดเชื้อ
  • Mayo Clinic
    https://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/hpv
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการ HPV การวินิจฉัย การรักษา หูดหงอนไก่ และสายพันธุ์ HPV ที่มีความเสี่ยงสูง
  • สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
    https://www.nhso.go.th/th/population-th/2024-08-20-15-19-43/2026-03-06-08-38-22
    ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิการตรวจ HPV DNA Test สำหรับคนไทย และเงื่อนไขการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก

บทความโดย

นพ. อธิวัฒน์ ทรงศิริพันธุ์

ศูนย์สุขภาพสตรี

สาขาเฉพาะทาง

สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา เวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– สูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
– เวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม


– สาขาสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยา
– อนุสาขาเวชศาสตร์เชิงกรานสตรีและศัลยกรรมซ่อมเสริม


– คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
อังคาร 08:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
พุธ 08:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
อาทิตย์ 08:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี

แพ็กเกจที่เกี่ยวข้อง

แพ็กเกจตรวจมะเร็งปากมดลูก ด้วยวิธี CO-TEST (Pap Smear & HPV DNA)

แพ็กเกจประกอบด้วย

  • การตรวจ HPV DNA เป็นการตรวจหาเชื้อไวรัส HPV ที่เป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปากมดลูก ถึง 90% ซึ่งถือว่าเป็นการตรวจที่มีความแม่นยำ ลดโอกาสเสี่ยง มะเร็งปากมดลูกมากยิ่งขึ้น เพราะมีความไวในการตรวจหามะเร็งปากมดลูกเกือบ 100%
  • ในขณะที่การตรวจ Pap smear เป็นการตรวจดูความผิดปกติของเซลล์ ที่อาจเปลี่ยนเป็นมะเร็งในอนาคต ดังนั้นการตรวจทั้ง 2 วิธีร่วมกัน จะช่วยให้แพทย์มีโอกาสตรวจเจอมะเร็งในระยะเริ่มต้นได้สูงกว่า การตรวจด้วย Pap smear อย่างเดียว

*ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

เข้ารับบริการได้ที่
ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาล BNH โทร 02-022-0778 หรือ 02-022-0850

3,200  บาท / ปกติ 4,966 บาท

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE