หนองในเป็นหนึ่งในโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบบ่อยที่สุด ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ซึ่งสามารถเกิดได้ในทั้งเพศชายและหญิง โดยเฉพาะในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน การตรวจและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่ระยะแรกสามารถช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้อย่างมาก โรงพยาบาล BNH พร้อมให้บริการดูแล ตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคหนองในโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านสุขภาพทางเพศ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักโรคหนองในตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงแนวทางป้องกันและการรักษาที่ปลอดภัยและทันสมัย
สรุปสาระสำคัญ
หนองในคืออะไร: โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แบ่งเป็นหนองในแท้ (Gonorrhea) และหนองในเทียม (Chlamydia) ติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกันทุกช่องทาง
สัญญาณเตือนและอาการ: ผู้ชายมักมีอาการปัสสาวะแสบขัดและมีหนองไหลชัดเจน ส่วนผู้หญิงส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการในช่วงแรก หรือมีเพียงตกขาวผิดปกติ ทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะแทรกซ้อนหากไม่รีบตรวจ
แนวทางการรักษา: โรคหนองในไม่สามารถหายขาดได้เอง ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะเฉพาะทางภายใต้การดูแลของแพทย์ และสิ่งสำคัญที่สุดคือต้องนำคู่นอนมารักษาพร้อมกันเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
หนองในคืออะไร? ต่างจากหนองในเทียมอย่างไร
| ประเภทของโรค | เชื้อก่อโรค | ลักษณะอาการเด่นที่พบ | ความรุนแรงและข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| หนองในแท้ (Gonorrhea) | แบคทีเรีย Neisseria gonorrhoeae | อาการชัดเจนและเกิดเร็ว (โดยเฉพาะผู้ชาย) มีหนองสีเหลือง/เขียวไหล ปัสสาวะแสบขัด | เชื้อลุกลามเร็ว หากปล่อยไว้าอาจทำให้ท่ออสุจิหรือท่อนำไข่อักเสบจนนำไปสู่ภาวะมีบุตรยาก |
| หนองในเทียม (Chlamydia) | แบคทีเรีย Chlamydia trachomatis | อาการมักซ่อนเร้น (โดยเฉพาะผู้หญิง) ตกขาวผิดปกติ ปวดท้องน้อยเรื้อรัง | ผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ เสี่ยงต่อภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ (PID) ค่อนข้างสูง |
หนองในเกิดจากอะไร?
- การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย
- การมีคู่นอนหลายคน
- การใช้ sex toys ร่วมกันโดยไม่ทำความสะอาด
อาการของหนองใน
อาการของหนองในสามารถแตกต่างกันไปตามเพศและตำแหน่งที่ติดเชื้อ แต่โดยทั่วไปมีลักษณะดังนี้:
อาการหนองในในผู้ชาย
- แสบหรือปวดขณะปัสสาวะ (มักเป็นอาการแรกเริ่มที่ชัดเจน)
- มีหนองสีเหลืองหรือเขียวไหลออกจากปลายอวัยวะเพศ
- อาจรู้สึกเจ็บหรือบวมที่อัณฑะ (บ่งบอกว่าเชื้อเริ่มลุกลาม)
- ปวดหรือมีหนองออกจากทวารหนัก หากมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก
- อาการเจ็บคอหรือมีแผลในช่องปาก หากติดเชื้อจาก Oral Sex”
อาการหนองในในผู้หญิง
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่นเหม็นหรือมีลักษณะคล้ายหนอง
- ปวดท้องน้อยหรือรู้สึกเจ็บบริเวณอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง
- แสบหรือปวดขณะปัสสาวะ
- รู้สึกเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
- เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
- ในกรณีที่ติดเชื้อบริเวณทวารหนักหรือช่องปาก อาจมีอาการเฉพาะที่ เช่น แผล เจ็บคอ หรือคันบริเวณทวารหนัก
อาการที่ไม่แสดง (Silent Symptoms)
ผู้ติดเชื้อหนองในจำนวนมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงและผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางปากหรือทวารหนัก อาจไม่แสดงอาการใด ๆ เลยในช่วงแรก ซึ่งอาจทำให้โรคลุกลามสู่ภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย เช่น อุ้งเชิงกรานอักเสบในเพศหญิง หรือการติดเชื้อในอัณฑะในเพศชาย แม้ไม่มีอาการ ผู้ติดเชื้อยังสามารถแพร่เชื้อให้คู่นอนได้ จึงควรตรวจ STD เป็นประจำทุก 6–12 เดือน หากมีความเสี่ยง
หนองในหายเองได้ไหม?
หนองใน ไม่สามารถหายได้เอง โดยไม่มีการรักษา หากปล่อยไว้ เชื้อจะลุกลามและสร้างภาวะแทรกซ้อนที่อันตราย เช่น:
- ภาวะมีบุตรยาก ทั้งในชาย (จากการอักเสบของหลอดนำอสุจิ) และหญิง (จากการอักเสบของท่อนำไข่ หรือภาวะอุ้งเชิงกรานอักเสบ – PID)
- การติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
- การติดเชื้อเข้าสู่ข้อต่อ ผิวหนัง หัวใจ หรือสมอง ในกรณีที่เชื้อแพร่กระจาย
- เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV สูงขึ้น 2–5 เท่า เนื่องจากเยื่อบุที่อักเสบมีโอกาสรับเชื้อได้ง่ายขึ้น
- การแพร่เชื้อไปยังทารก หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อและไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้ทารกติดเชื้อทางตา หรือปอดในระหว่างคลอด
- ดังนั้น การเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทางตั้งแต่เนิ่น ๆ คือสิ่งสำคัญ หากคุณมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือสงสัยว่าตนเองอาจติดเชื้อ ควรรีบตรวจและงดเพศสัมพันธ์จนกว่าจะได้รับการรักษาครบถ้วน”
วิธีรักษาหนองใน
การรักษาหนองในแท้ (Gonorrhea)
- มักรักษาด้วยการฉีดยา Ceftriaxone 500 มิลลิกรัม เข้ากล้ามเนื้อ
- หากแพ้ยา อาจใช้ Gentamicin ร่วมกับ Azithromycin ตามคำแนะนำแพทย์
การรักษาหนองในเทียม (Chlamydia)
- มักใช้ยา Azithromycin หรือ Doxycycline ซึ่งต้องรับประทานตามขนาดและระยะเวลาที่แพทย์กำหนด
การรักษาคู่นอน
ต้องรักษาพร้อมกันทุกฝ่าย แม้ไม่มีอาการ เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ
คำแนะนำหลังการรักษา
- งดเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 7 วันหลังรับยา
- ตรวจซ้ำภายใน 3 เดือน หากมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเคยติดเชื้อมาก่อน
- การประเมินอาการ การเลือกใช้ยา การติดตามอาการ และการตรวจซ้ำหลังรักษา ควรดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เท่านั้น เพื่อให้แน่ใจว่าการรักษาครอบคลุม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงสุด
หากคุณมีข้อสงสัยหรือกังวลเกี่ยวกับอาการ หรือวิธีรักษาโรคหนองใน
สามารถเข้ารับคำปรึกษาอย่างเป็นส่วนตัว พร้อมบริการตรวจและรักษาโดยแพทย์เฉพาะทาง
ได้ที่ คลินิกสุขภาพทางเพศ โรงพยาบาล BNH – ศูนย์ที่ให้ความสำคัญทั้งในด้านความเป็นส่วนตัว มาตรฐานการแพทย์ และความเข้าใจในทุกมิติของสุขภาพทางเพศ
การป้องกันโรคหนองใน
- ใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
- หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนคู่นอนบ่อย
- หมั่นตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์ทุก 6–12 เดือน
- หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศร่วมกับผู้อื่น
ตรวจหนองในได้ที่ไหน?
ตรวจหนองในได้ที่ไหน?
| สถานที่ | ราคาโดยประมาณ | ความเป็นส่วนตัว |
|---|---|---|
| คลินิกนิรนาม | ฟรี – 500 บาท | สูง |
| โรงพยาบาลเอกชนทั่วไป | 2,000 – 8,000 บาท | สูง |
| คลินิกสุขภาพเพศ BNH | 2,500 – 6,000 บาท | สูงมาก / มีแพทย์เฉพาะทาง / จองคิวล่วงหน้าได้ |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: หนองในหายเองได้ไหม?
A: ไม่หาย ต้องได้รับการรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะภายใต้การดูแลของแพทย์
Q: ต้องรักษาคู่นอนด้วยไหม?
A: ควรรักษาทั้งสองฝ่ายเพื่อป้องกันการติดซ้ำ
Q: รักษาหายแล้ว จะติดอีกได้ไหม?
A: ได้ หากยังมีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน
Q: ผู้หญิงมีอาการน้อยกว่าผู้ชายจริงหรือ?
A: จริง และเป็นเหตุให้หลายคนไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อจนเกิดภาวะแทรกซ้อน
สรุป
หนองในเป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็วและถูกต้อง การป้องกันที่ดีที่สุดคือการใช้ถุงยางอนามัยและการตรวจสุขภาพทางเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ หากคุณหรือคนใกล้ชิดสงสัยว่ามีอาการของโรคนี้ ไม่ควรรอช้า ควรเข้าพบแพทย์ทันทีเพื่อรับคำแนะนำและการดูแลอย่างเหมาะสมจากผู้เชี่ยวชาญ
❝หากคุณกำลังมองหาศูนย์ตรวจที่ปลอดภัย เป็นส่วนตัว และเชื่อถือได้❞
สามารถทำนัดเพื่อปรึกษาแพทย์เฉพาะทางได้ที่ คลินิกสุขภาพทางเพศ โรงพยาบาล BNH
🔗 นัดหมายหรือสอบถามเพิ่มเติมแหล่งข้อมูลอ้างอิง
-
CDC (Centers for Disease Control and Prevention)
https://www.cdc.gov/std/gonorrhea/
(ข้อมูลอัปเดตล่าสุดเรื่องหนองในแท้ (Gonorrhea), อาการ, วิธีการรักษา) -
WHO (World Health Organization)
https://www.who.int/health-topics/sexually-transmitted-infections
(นิยามโรค, แนวทางการป้องกันและข้อมูลสถิติทั่วโลก) -
Mayo Clinic
https://ddc.moph.go.th
(ลักษณะอาการหนองใน, วิธีวินิจฉัย, การรักษา)
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
บทความโดย
พญ. ธนกฤตา สิริพัลลภ
ศูนย์กระดูกและข้อครบวงจร
ความชำนาญพิเศษ
ออร์โธปิดิกส์
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล
ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
ความชำนาญพิเศษ
กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน
ภาษา
ไทย, อังกฤษ
– สาขา กุมารเวชศาสตร์
– สาขา อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน
– อนุมัติบัตรกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
– วุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– ประกาศนียบัตร American Board Certified in Nutritional Wellness
– ปริญญาเอกสาขา Oral Health Science (International Program) คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ตำแหน่งทางวิชาชีพ
– นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(Thailand Asthma Council)
– ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืดและระบบหายใจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ผู้อำนวยการศูนย์ Lifestyle and wellness medical center รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
– หัวหน้าหน่วยวิจัยเฉพาะทางสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหืดและภูมิแพ้
– รองประธานมูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย
ผลงานทางวิชาการ
– ประพันธ์งานวิจัยเกือบ 40 ฉบับ
– เขียนหนังสือเรียน 5 เล่ม รวมหนังสือเรียนนานาชาติ 1 เล่ม
นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการดูแลโรคหอบหืด
– พัฒนา 3 นวัตกรรมสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหอบหืด
– จัดตั้งเครือข่ายการดูแลโรคหอบหืด
รางวัลและการยอมรับ
– ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ 3 รางวัล จากงานเจนีวา เกาหลี ไต้หวัน International Invention Fair
ภารกิจการพูดระหว่างประเทศ
– นำเสนอเป็นวิทยากรระดับนานาชาติในญี่ปุ่น เกาหลี เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย
มุ่งเน้นการวิจัย
– มุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคภูมิแพ้แบบใหม่เป็นหลัก
การมีส่วนร่วมของการทดลองทางคลินิก
– มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 สำหรับยาสมุนไพรที่มุ่งรักษาโรคหอบหืด
ตารางออกตรวจแพทย์
| วัน | เวลา | แผนก |
|---|---|---|
| พฤหัสบดี | 15:00 – 18:00 | ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ |
| เสาร์ | 09:00 – 17:00 | ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ |