Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

เตี้ยลง หลังค่อม ไม่ใช่เรื่องปกติ ระวัง กระดูกสันหลังอาจยุบ

ภาวะกระดูกสันหลังยุบ

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับภาวะกระดูกสันหลังยุบตัว

ภาวะกระดูกสันหลังยุบตัว (Vertebral compression fracture) คือ ภาวะที่ข้อกระดูกสันหลังส่วนหน้าแตก หัก หรือยุบ เพราะมีแรงกดต่อกระดูกสันหลัง เช่น อุบัติเหตุ ล้มก้นกระแทก หรืออาจเกิดเพราะโรคกระดูกพรุนก็ได้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อความหนาแน่นของกระดูกลดลงจากการสลายของมวลกระดูก หรืออาจเกิดจากเนื้องอกก็ได้ ภาวะกระดูกสันหลังยุบตัวมักเกิดขึ้นที่รอยต่อระหว่างกระดูกสันหลังระดับอกและกระดูกสันหลังระดับเอว เมื่อข้อกระดูกส่วนหน้าแตก กระดูกนี้จะยุบตัวลง ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลังบริเวณบั้นเอวส่วนบนและอาจมีรูปร่างของร่างกายที่เปลี่ยนไป อาจเตี้ยลงหรือหลังค่อม หากภาวะกระดูกสันหลังยุบก่อให้เกิดการกดทับเส้นประสาทร่วมด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนแรงที่ขา ขาชา ปวดร้าวที่ขา มีปัญหาในการควบคุมการขับถ่าย หรือเนื้องอกที่ทำให้กระดูกอ่อนแอ

การยุบตัวของกระดูกมีกี่ประเภท

แบ่งตามลักษณะการยุบได้ดังนี้

  • การยุบแบบโค้งงอ (Wedge) เกิดจากการที่กระดูกส่วนหน้าแตกและยุบตัวจนทำให้กระดูกอยู่ในรูปโค้งงอการยุบตัวชนิดนี้พบได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของภาวะกระดูกยุบทั้งหมด
  • การยุบที่เกิดจากข้อกระดูกแตกทั้งอัน (Crush) การยุบตัวชนิดนี้เกิดจากกระดูกสันหลังแตกทั้งข้อ ไม่ใช่แค่เพียงข้างเดียวและกระดูกจะยุบตัวลง
  • การยุบที่เกิดจากการแตกและกระจายของกระดูก (Burst) ภาวะกระดูกยุบตัวชนิดนี้เกิดจากการแตกของกระดูกและเศษกระดูกกระจายไปหลายทิศทาง กระดูกที่แตกแบบนี้เป็นการแตกที่รุนแรงและควรได้รับการรักษาทันที

การแตกของกระดูกอาจแบ่งได้สองประเภท

  • ไม่เคลื่อนออกจากตำแหน่ง (Stable) กระดูกแตกแต่ยังไม่เคลื่อนที่ออกจากตำแหน่งเดิม
  • เคลื่อนออกจากตำแหน่ง (Unstable) เศษกระดูกเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมและอาจรบกวนเส้นประสาทและเนื้อเยื่อที่อยู่ใกล้เคียง

ผู้ที่มีภาวะกระดูกสันหลังยุบจะมีอาการอย่างไร

  • อาการปวดหลังที่เกิดขึ้นทันที อาการปวดอาจทุเลาลงเมื่อพักผ่อนและแย่ลงเมื่อขยับตัว
  • ความยากลำบากในการเคลื่อนไหวร่างกาย ความยืดหยุ่นของร่างกายอาจมีได้จำกัด เช่น ยืน, เดิน, ก้มตัว หรือบิดตัว
  • อาการเหน็บหรือชาที่หลัง 
  • ความบอบช้ำที่จุดที่กระดูกหัก
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือเป็นตะคริว

อาการของกระดูกยุบอาจมีตั้งแต่เบาถึงรุนแรง คุณอาจไม่รู้สึกถึงอาการ หากกระดูกหักหรือแตกไม่รุนแรง

  • ความสูงของร่างกายที่ลดลง เป็นสัญญาณทั่วไปของภาวะกระดูกยุบ

ภาวะกระดูกสันหลังยุบเกิดขึ้นได้อย่างไร

ภาวะกระดูกสันหลังยุบอาจเกิดจากสาเหตุต่อไปนี้ ได้แก่:

  • โรคกระดูกพรุน โดยสภาพธรรมชาติ กระดูกจะอ่อนแอลงและเสื่อมไปตามวัย ความหนาแน่นของกระดูกจะลดลงจากการสลายของมวลกระดูก อย่างไรก็ตาม โรคกระดูกพรุนอาจเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น กิจวัตรประจำวัน อาหาร ภาวะขาดแคลเซียมและวิตามินดี การใช้ยาบางชนิด กระดูกที่หักเพราะโรคกระดูกพรุนอาจเกิดขึ้นระหว่างกิจกรรมทั่วไป หรืออุบัติเหตุที่สร้างความกระทบกระเทือนต่อกระดูกสันหลังที่เบามาก เช่น การจาม, สะดุดแต่ยังไม่ล้ม, การลงจากรถ, การบิดตัว
  • การได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ เช่น การล้ม, อุบัติเหตุทางรถยนต์ ล้มก้นกระแทก นั่งรถตกหลุม
  • มะเร็ง เนื้องอกบางชนิดสามารถแพร่กระจายไปยังกระดูกสันหลังได้และทำให้กระดูกสันหลังอ่อนแอลง

มีปัจจัยเสี่ยงอะไรบ้างที่ทำให้เกิดภาวะกระดูกสันหลังยุบตัวง่ายขึ้น

  • อายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป
  • ผู้หญิงในช่วงวัยหมดประจำเดือน เพราะขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen)
  • มีภาวะที่ส่งผลกระทบต่อความแข็งแรงของกระดูก เช่น ผู้ที่มีรูปร่างผอมหรือน้ำหนักน้อยเกินไป การขาดแคลเซียมและวิตามินดี ภาวะกระดูกพรุน
  • เคยมีภาวะกระดูกสันหลังยุบมาก่อน
  • การขาดการเคลื่อนไหว ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและยืดหยุ่นน้อยลง

ผู้มีภาวะกระดูกสันหลังยุบอาจมีภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง

ภาวะแทรกซ้อนอาจมีได้ดังนี้

  • หลังค่อม (Kyphosis) กระดูกสันหลังโค้งไปข้างหน้า 
  • ปัญหาในการควบคุมการขับถ่ายหรือปัสสาวะ หากกระดูกที่แตกหรือหักกดทับเส้นประสาท
  • ปวดเรื้อรัง 
  • อาจกระดูกหักในอนาคต

การตรวจวินิจฉัยภาวะกระดูกสันหลังยุบมีวิธีการอย่างไร

ในเบื้องต้น แพทย์อาจตรวจร่างกาย ดังนี้

  • ตรวจสอบการเรียงตัวของกระดูกสันหลังและความสูงและท่าทางของร่างกาย
  • กดเบา ๆ ที่หลังเพื่อหาบริเวณที่มีอาการปวด
  • ตรวจสอบสัญญาณที่แสดงว่าเส้นประสาทมีปัญหา เช่น อาการเหน็บหรือชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • แพทย์อาจตรวจด้วยภาพถ่ายเพื่อตรวจสอบการแตกหรือหักของกระดูกสันหลังและตำแหน่งที่พบ ได้แก่ 
  • การตรวจด้วยการเอกซเรย์กระดูกสันหลัง 
  • การตรวจด้วยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เป็นการยิงรังสีเอกซเรย์ที่กระดูกสันหลัง แล้วใช้คอมพิวเตอร์สร้างเป็นภาพ
  • การตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งใช้สนามแม่เหล็กความเข้มสูงและคลื่นวิทยุความถี่จำเพาะร่วมกับการคำนวณด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์   
  • การตรวจวัดความหนาแน่นกระดูก (DEXA scan) เป็นการถ่ายภาพเอกซเรย์ชนิดหนึ่งเพื่อวัดการสูญเสียมวลกระดูก
  • การฉีดสารทึบแสงเข้าช่องไขสันหลัง (Myelogram) แพทย์จะฉีดสีทึบแสงเข้าไปที่ช่องไขสันหลังเพื่อตรวจดูความผิดปกติที่ไขสันหลัง รากประสาท และโครงสร้างโดยรอบ

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาภาวะกระดูกสันหลังยุบ

การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

  • การรับประทานยาแก้ปวด เช่น ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Non-steroidal antiinflammatory drugs: NSAIDs) หรือยาแก้ปวดข้อ ยาคลายกล้ามเนื้อ 
  • การสวมเสื้อเกราะพยุงหลัง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหลังโดยจะทำให้กระดูกสันหลังกระทบกระเทือนน้อยลงเมื่อขยับตัว
  • การรับประทานยารักษาโรคกระดูกพรุน มีหลายประเภท ได้แก่  
    • ยากลุ่มบิสฟอสโฟเนต (Bisphosphonate) ซึ่งเป็นยารักษาโรคกระดูกพรุน ออกฤทธิ์ช่วยชะลอหรือป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกโดยจะยับยั้งการทำงานของเซลล์สลายกระดูก  
    • ยากระตุ้นการสร้างกระดูก (Teriparatide) เป็นยาที่เลียนแบบการทำงานของฮอร์โมนพาราไทรอยด์ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีหน้าที่ควบคุมแคลเซียมและกระบวนการสร้างกระดูก ยานี้จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก (osteoblast)
      ยาทั้งสองประเภทช่วยให้กระดูกแข็งแรงขึ้น การสั่งยาขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน
  • การกายภาพบำบัด เพื่อช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลัง
  • การผ่าตัดรักษากระดูกสันหลังยุบ ได้แก่
  • การฉีดซีเมนต์เข้าไปในกระดูกที่ยุบ (Vertebroplasty) วิธีนี้จะช่วยรักษาด้วยการยึดและสมานกระดูกสันหลัง กระดูกจะหยุดเคลื่อนตัว ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากอาการปวดได้อย่างรวดเร็ว และใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน
  • การฉีดซีเมนต์เข้าไปในกระดูกที่ยุบโดยการยกถ่างกระดูกสันหลัง (Kyphoplasty) วิธีนี้จะใช้เข็มที่ใช้ฉีดซีเมนต์ฉีดวัสดุคล้ายบอลลูนเข้าไปในกระดูกสันหลัง เมื่อบอลลูนพองตัวขึ้น จะช่วยพยุงกระดูกสันหลังไว้และสร้างช่องว่างเพื่อฉีดซีเมนต์เข้าไปในส่วนที่ยุบ

เราจะป้องกันไม่ให้มีภาวะกระดูกสันหลังยุบได้อย่างไร

แม้อาจไม่สามารถป้องกันทุกสาเหตุได้ แต่เราอาจปฏิบัติตัวได้ตามนี้  

  • ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เช่น กำจัดสิ่งกีดขวางทางเดิน การสวมเข็มขัดนิรภัยขณะอยู่บนรถ
  • รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วนเพื่อจะได้รับวิตามินดีและแคลเซียมอย่างเพียงพอเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ เพราะสารนิโคตินทำให้กระดูกอ่อนแอลง
  • ตรวจสุขภาพเป็นประจำ

Ref: mahidol | clevelandclinic | 

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • ศ. นพ. วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง

  • นพ. อาทิตย์ หงส์วานิช

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง

  • นพ. เอกปฏิภาณ เอี่ยมสกุลนนท์

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยศาสตร์ออโธปิดิกส์

  • นพ.ปัตย์ ปั้นเหน่งเพ็ชร

    แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีวิทยา เวชศาสตร์การระงับปวด

  • รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.พญ. พรพรรณ เฉลิมกิจพานิชย์

    แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีวิทยา อนุสาขา เวชศาสตร์ความปวด

  • นพ. มาร์วิน เทพโสพรรณ

    แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีวิทยา

  • รศ. พญ. สุปราณี นิรุตติศาสน์

    ศูนย์กระดูกสันหลัง | แผนกห้องผ่าตัด

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีแพทย์ และ ผู้เชี่ยวชาญการบำบัดความปวด

  • นพ. ณัฐพัฒน์ ตั้งจิตเจริญ

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมกระดูกและโรคกระดูกสันหลัง