Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

“อาการคันช่องคลอด” คันในที่ลับ ที่ไม่ควรปิดเป็นความลับ

อาการคันเป็นความรู้สึกไม่สบายที่ผิวหนังที่กระตุ้นให้เราอยากเกาหรือขยับบริเวณนั้น อาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่การระคายเคืองเล็กน้อยจนถึงโรคร้ายแรง สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือการระคายเคืองจากสิ่งต่าง ๆ เช่น ผ้าอนามัย  น้ำยาทำความสะอาดเฉพาะจุด  สบู่  ผงซักฟอก  สารเคมี  การโกนขน/wax  หรือแมลงกัดต่อย  หรือการติดเชื้อในช่องคลอดเองหรือที่ผิวหนังปากช่องคลอด เช่น การติดเชื้อราหรือแบคทีเรีย สามารถทำให้เกิดอาการคันและแดง อาการคันที่เกิดจากโรคผิวหนัง เช่น โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) หรือ ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Eczema) มักทำให้เกิดอาการคันและมีผื่นแดง และบางครั้งอาการคันอาจเกิดจากโรคภายในก็ได้

คันในร่มผ้า ทรมานทุกครั้งเมื่อคันในที่สาธารณะ

อาการคันที่อวัยวะเพศเป็นปัญหาที่แทบทุกคนล้วนต้องเคยประสบมาบ้าง  อาการคันจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการคัน ซึ่งสามารถเกิดจากหลากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่แล้วหากรู้สึกคันภายในช่องคลอดเป็นหลัก  สาเหตุมักเกิดจากการติดเชื้อในช่องคลอด  แต่หากอาการคันเกิดบริเวณผิวหนังปากช่องคลอดมากกว่า  สาเหตุมักเกิดจากการสัมผัสสิ่งระคายเคือง  แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไป  ดังนั้น  เราจึงควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุที่ถูกต้องและได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีก่อนที่ปัญหาจะลุกลามมากเกินไป

“อาการคันช่องคลอด” อาการคันจากภายในที่ต้องได้รับการรักษา

โดยปกติแล้วภายในช่องคลอดของผู้หญิงนั้นจะมีภาวะสมดุลของเชื้อแบคทีเรียดี หรือ ที่เรียกว่าแบคทีเรียแลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus species) อยู่แล้วเพื่อช่วยปรับสมดุลทำให้เกิดกรดอ่อน ๆ ภายในช่องคลอด แต่เมื่อมีสาเหตุใดก็ตามที่ทำให้ภาวะในช่องคลอดเสียสมดุล  เช่น อาจเกิดจากเกิดติดเชื้อต่างๆ, การสวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นบ่อยๆ  ก็อาจทำให้เกิดตกขาวและเกิดอาการคันตรงช่องคลอดขึ้นมาได้ เป็นต้น

 

อาการคันช่องคลอด (Vaginal Itching) คือ อาการคันบริเวณอวัยวะเพศหญิงซึ่งอาจรู้สึกคันได้ทั้งภายนอกและภายในช่องคลอด  ครอบคลุมตั้งแต่บริเวณเนินอวัยวะเพศหรือเนินหัวหน่าว (mons pubis) บริเวณขน ปุ่มคลิตอริส (Clitoris) แคมใหญ่ (Labia Majora) แคมเล็ก (Labia Minora) กลีบ และคันเข้าไปในช่องคลอด  ท่อปัสสาวะ (Urethral Opening)  ไปจนถึงปากช่องคลอด (Vaginal Opening)  และอาจมีอาการตกขาวผิดปกติ  ปัสสาวะแสบขัด ร่วมด้วยก็ได้

สาเหตุอาการคันช่องคลอด

     1.การติดเชื้อรา- เชื้อราที่ชื่อว่า Candida เป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อยสำหรับอาการคันในช่องคลอด  การติดเชื้อรามักจะมีอาการคัน แสบร้อน  และมักมีตกขาวสีขาว/เหลือง/เขียว  มีลักษณะที่ข้นเหมือนนมข้นแข็งหรือชีสแห้งๆออกมาให้เห็นได้

     2.การติดเชื้อไวรัส/แบคทีเรีย/ปรสิต-  การเสียสมดุลทางเคมี / ความเป็นกรดด่าง / สมดุลแบคทีเรีย ในช่องคลอดจากหลากหลายสาเหตุ  รวมถึงการติดเชื้อจากเพศสัมพันธ์ล้วนอาจทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องคลอดได้  โดยอาการอาจแตกต่างกันตามเชื้อที่เป็นสาเหตุ  ส่วนใหญ่มักทำให้มีอาการคัน, ระคาย, แสบร้อน และตกขาวที่มีสี หรือกลิ่นผิดปกติร่วมด้วย 

 

     3.โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น หนองใน (Gonorrhea) หรือเริมที่อวัยวะเพศ (Genital herpes) สามารถทำให้เกิดอาการคันและเจ็บปวดได้

 

     4.การระคายเคืองจากสารเคมี การใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น สบู่, น้ำยาล้างช่องคลอด, Wax / Spa หรือผ้าอนามัยที่มีสารเคมีที่แรงเกินไปสามารถทำให้เกิดการระคายเคืองและคันได้ 

 

     5.การแพ้สัมผัส การแพ้ต่อผลิตภัณฑ์ เช่น ถุงยางอนามัย น้ำยาซักผ้า หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ  อาจทำให้เกิดการเสียสมดุลในช่องคลอด  จนเกิดอาการคันได้


     6.การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือน อาจทำให้ช่องคลอดแห้งและเกิดการคัน  รวมถึงโรคผิวหนังบางอย่างที่พบได้บ่อยในช่วงใกล้วัยหมดประจำเดือน  ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจรักษาเฉพาะ

การดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อเกิดอาการคันช่องคลอด

หากมีอาการคันผิดปกติในช่องคลอด  วิธีที่ดีที่สุดคือควรเข้าพบแพทย์เพื่อทำการตรวจหาสาเหตุให้ถูกต้อง  ประเมินอาการ และวางแผนการรักษาได้ถูกต้องเหมาะสม  อย่างไรก็ตาม  หากคุณผู้หญิงมีอาการคันอวัยวะเพศภายนอก  โดยไม่มีอาการอื่นร่วม  อาจบรรเทาอาการคันเบื้องต้นได้ดังนี้

 

     1.การใช้ยาต้านเชื้อรา
หากอาการคันเกิดจากการติดเชื้อรา สามารถใช้ยาต้านเชื้อราที่มีขายในร้านขายยา เช่น ครีม ยาเม็ด หรือยาสอด

 

     2.การใช้ยาปฏิชีวนะ
สำหรับการติดเชื้อแบคทีเรีย สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่ง

 

     3.การรักษาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง หากสงสัยว่ามีการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์

 

     4.การหลีกเลี่ยงสารเคมีที่ระคายเคือง
ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีสารเคมีแรง หลีกเลี่ยงสบู่หรือน้ำยาล้างช่องคลอดที่มีกลิ่นหอม

 

     5.การรักษาสุขอนามัยส่วนตัว
ล้างช่องคลอดด้วยน้ำสะอาดและหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าอนามัยที่ชื้นเกินไป เพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย

 

     6.การใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงช่องคลอด
ใช้เจลหรือครีมที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของช่องคลอด

 

     7.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิต
รักษาสุขภาพทั่วไป ดื่มน้ำมาก ๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

 

อาการคันช่องคลอดสามารถเกิดจากหลายสาเหตุ การรักษาความสะอาดส่วนตัวและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ระคายเคืองเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันปัญหานี้ หากอาการยังคงอยู่หรือแย่ลงควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง การดูแลสุขภาพส่วนตัวและการรักษาความสะอาดอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงและบรรเทาอาการได้อย่างมาก

“อาการคันช่องคลอด” คันในที่ลับ ที่อาจจะเป็นสัญญาณกของโรคร้าย

หากมีอาการคันช่องคลอดติดต่อกันเป็นเวลานานหรือเป็นๆหายๆ  ลองรักษาด้วยตัวเองแล้วยังไม่หายดี  บางครั้งอาการคันช่องคลอดนั้นอาจจะเป็นสัญญาณของโรคร้ายที่อาจคาดไม่ถึง ดังเช่น

 

     1.ติดเชื้อแบคทีเรีย (Bacterial vaginosis) มักมีตกขาวสีเหลือง มีกลิ่นคาวร่วมด้วย 

     2.ติดเชื้อรา (Candidal vaginitis) มักมีตกขาวเป็นลิ่มสีขาวๆ คล้ายก้อนแป้ง 

     3.ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น  โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomonas vaginitis) มักจะมีอาการคันมาก ตกขาวมีสีเหลืองเขียว , โรคหนองใน และหนองในเทียม (Gonorrhea / Chlamydial infection) 

     4.โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) โรคเริม (Genital herpes) อาจทำให้เกิดอาการคันได้ในบางกรณี แต่ส่วนมากมักมีอาการปวด แสบ มากกว่า 

     5.โรคมะเร็งปากช่องคลอด (Vulvar cancer) อาจจะมีแผลเรื้อรัง และเลือดออกจากแผลร่วมด้วย

ตรวจภายใน สำคัญสำหรับผู้หญิงอย่างไร

การตรวจภายใน คือการ ตรวจดูอวัยวะสืบพันธุ์ทั้งภายนอก และภายในอุ้งเชิงกราน ด้วยวิธีดูและคลำเพื่อค้นหาความผิดปกติ บริเวณภายในช่องคลอด มดลูก รังไข่ โดยสูตินรีแพทย์ อาการที่คุณผู้หญิงอาจจะคาดไม่ถึงว่าเป็นความผิดปกติ เช่น ปวดประจำเดือนมากกว่าปกติ ปวดท้องน้อยบ่อยๆ ปัสสาวะบ่อย หรือแม้แต่ท้องผูกถ่ายลำบาก อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนที่บอกให้เราต้องรีบพบสูติ-นรีแพทย์ เพื่อรับการตรวจหาความผิดปกติ ที่พบได้บ่อย ได้แก่ เนื้องอกมดลูก (Myoma Uteri) และ ถุงน้ำรังไข่หรือซีสต์ในรังไข่ (Ovarian Cyst) ซึ่งเป็นโรคยอดนิยมในผู้หญิง และการตรวจภายในปกติอาจไม่เพียงพอ อาจต้องใช้ตัวช่วยได้แก่ การตรวจอัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่

การตรวจอัลตร้าซาวด์มดลูกและรังไข่ (Transvaginal ultrasound) คืออะไร

เป็นการตรวจดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง ได้แก่ มดลูก และรังไข่ โดยการอัลตร้าซาวด์ผ่าน ช่องคลอด ซึ่งเข้ามามีบทบาททางการแพทย์มากเพราะสามารถเห็นอวัยวะในอุ้งเชิงกรานได้ชัดเจนกว่าการอัลตร้าซาวด์ผ่านทางหน้าท้อง มีประโยชน์ในการช่วยวินิจฉัยความผิดปกติของมดลูก โพรงมดลูก รังไข่ เช่น เนื้องอกที่มดลูก ซีสต์ที่รังไข่ เป็นต้น

ทำไมต้องตรวจหาความผิดปกติของมดลูกและรังไข่

การตรวจอัลตร้าซาวด์ มดลูกและรังไข่ ไม่ได้เป็นเพียงการหาความผิดปกติ แต่ยังเป็นการป้องกันก่อนที่จะเกิดโรค เช่น ตรวจหาเนื้องอกในมดลูก ซีสต์หรือถุงน้ำของรังไข่ เช่น ช็อคโกแลตซีสต์ ความผิดปกติในโพรงมดลูก เช่น ติ่งเนื้อ ความผิดปกติของปากมดลูกและช่องคลอด มะเร็งปากมดลูก

การตรวจคัดกรองโรคทางนรีเวชที่ BNH

  • การตรวจภายในดูความผิดปกติอวัยวะภายนอก และภายในอุ้งเชิงกราน 
  • การตรวจอัลตร้าซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูก และรังไข่ Transvaginal Ultrasound
  • การคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ที่มีประสิทธิภาพในการตรวจพบความผิดปกติที่ดีที่สุด คือการตรวจ CO-TEST ด้วยวิธี Pap smear ร่วมกับ HPV DNA test 
  • การตรวจวินิจฉัยอื่นๆเพิ่มเติม  เช่น การอัลตราซาวน์ช่องท้องส่วนล่าง
  • การผ่าตัดผ่านกล้องมะเร็งนรีเวช

ดูแลสุขภาพสตรีอย่างครบวงจร ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Women’s Health Centre

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการดูแลสุขภาพ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมให้บริการในทุกมิติของสุขภาพสตรี ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนรีเวชโดยเฉพาะ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) พร้อมให้คำปรึกษา บริการกตรวจคัดกรองโรค ดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค และการผ่าตัดทางนรีเวช อย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและมีประสิทธภาพ ให้คุณผู้หญิงมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ

สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ภาษาที่ใช้

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– วุฒิบัตรสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, 2534


– แพทย์ประจำบ้าน สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, มหาวิทยาลัยมหิดล, 2533
– แพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
อังคาร 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
พฤหัสบดี 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
ศุกร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี