Key Takeaways
- โรคภูมิแพ้เกิดจากระบบภูมิคุ้มกันที่ไวเกินไป: ร่างกายจะตอบสนองต่อสารที่คนทั่วไปมองว่าไม่อันตราย เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรืออาหาร จนทำให้เกิดการอักเสบ
- พันธุกรรมเป็นปัจจัยสำคัญ: หากมีคนในครอบครัวสายตรง (พ่อหรือแม่) มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ บุตรจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคภูมิแพ้สูงถึง 30-50%
- แม้ไม่หายขาด แต่จัดการได้: โรคภูมิแพ้สามารถควบคุมอาการไม่ให้กำเริบได้ ผ่านการหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นและการใช้ยาอย่างถูกต้อง
- การหาสาเหตุคือหัวใจสำคัญ: การรับการตรวจภูมิแพ้ช่วยให้ทราบต้นตอที่แน่ชัด นำไปสู่การปรับพฤติกรรมและการวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
โรคภูมิแพ้ คืออะไร?
โรคภูมิแพ้ คือภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนองต่อสารที่ปกติแล้วไม่เป็นอันตราย (เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ หรืออาหาร) มากเกินไป จนเกิดการอักเสบและแสดงอาการต่างๆ เช่น จาม คัดจมูก หรือผื่นคัน แม้โรคนี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมและป้องกันไม่ให้กำเริบได้ด้วยการดูแลที่ถูกต้องและตรงจุด
โรคภูมิแพ้เกิดจากอะไร
โรคภูมิแพ้สามารถเกิดจากทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม
- ปัจจัยทางพันธุกรรม มาจากการถ่ายทอดทางยีน (genetic predisposing) และเอพิเจเนติก (epigenetic) ซึ่งเป็นการแสดงออกของยีนโดยกระบวนการเหนือพันธุกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงยีนโดยที่ไม่มีการเปลี่ยนลำดับของเบสดีเอ็นเอ ทั้งนี้ ถ้าพ่อหรือแม่เป็นโรคภูมิแพ้จะทำให้ลูกมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณร้อยละ 30-50 แต่ถ้าทั้งพ่อและแม่เป็นโรคภูมิแพ้ โอกาสที่บุตรเป็นโรคภูมิแพ้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยละ 50-70 โดยครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลย เด็กจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณร้อยละ 10
- ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม (environmental exposure) เกี่ยวกับจากการรับประทานอาหาร การใช้ยาปฏิชีวนะ การติดเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด การสัมผัสมลภาวะ การสูบบุหรี่ เป็นต้น นอกจากนั้นระยะเวลาที่สัมผัส (timing of exposure) เช่น ช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ช่วงเวลาหลังคลอด หรือขวบปีแรกของเด็ก ส่งผลสำคัญต่อการเปลี่ยนภูมิและก่อให้เกิดภูมิแพ้ (allergic programming)
แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคภูมิแพ้ของประเทศไทยได้ให้นิยามของเด็กที่ความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ โดยการการประเมินจากครอบครัว ดังนี้
สมาชิกในครอบครัว | คะแนนประเมินความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ | |||||
โรคหลัก** | โรครอง* | |||||
อาการชัดเจน | ไม่แน่ใจ | ไม่มีอาการ | อาการชัดเจน | ไม่แน่ใจ | ไม่มีอาการ | |
พ่อ | 2 | 1 | 0 | 1 | 0.5 | 0 |
แม่ | 3 | 2 | 0 | 1 | 0.5 | 0 |
พี่น้อง | 2 | 1 | 0 | 1 | 0.5 | 0 |
**โรคหลัก: โรคหอบหืด, ผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้, จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือภาวะแพ้นมวัว
*โรครอง: ลมพิษ, แพ้ยา, แพ้อาหารอื่นๆ หรือโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้
คะแนนรวม คือนำคะแนนสูงสุดของโรคหลักและโรครองมารวมกันในแต่ละสมาชิกครอบครัวและนำคะแนนของทุกคนมารวมกัน ถ้าคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ขึ้นไปแสดงว่าเด็กมีความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้
สรุปชนิดของโรคภูมิแพ้ สิ่งกระตุ้น และอาการที่พบบ่อย
| ชนิดของโรคภูมิแพ้ | สิ่งกระตุ้นที่พบบ่อย | อาการที่มักแสดงออก |
|---|---|---|
| ภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ | ไรฝุ่น, ขนสัตว์, ละอองเกสร, ฝุ่น PM2.5, อากาศเปลี่ยน | จาม, คัดจมูก, น้ำมูกไหล, หายใจหอบเหนื่อย, แน่นหน้าอก |
| ภูมิแพ้ผิวหนัง | สารเคมี, อากาศแห้ง, เหงื่อ, ฝุ่นละออง | ผื่นแดง, คันตามผิวหนัง, ผิวแห้งอักเสบ |
| ภูมิแพ้อาหาร | อาหารทะเล, ถั่วประเภทต่างๆ, นมวัว, แป้งสาลี | ผื่นขึ้น, ปากบวม, คันตามตัว, หายใจไม่ออก (ในรายที่รุนแรง) |
| ภูมิแพ้แมลงสัตว์กัดต่อย / ยา | พิษจากแมลง, ยาบางชนิด (เช่น เพนิซิลลิน) | ปฏิกิริยาบวมแดงเฉพาะจุด, หรือแพ้รุนแรงทั่วร่างกายเฉียบพลัน |
สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ "โรคภูมิแพ้" กำเริบ
การ เข้าใจโรคภูมิแพ้ อย่างแท้จริง เริ่มต้นจากการรู้สาเหตุที่ทำให้ร่างกายของเราเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ซึ่งที่โรงพยาบาล BNH เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพเหมือนคนในครอบครัว คือการให้ความรู้เพื่อให้คุณป้องกันตัวได้อย่างยั่งยืน ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ ได้แก่:
ปัจจัยทางพันธุกรรม (Genetics): โรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หากคุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกน้อยจะมีโอกาสเกิดภูมิแพ้ตามมาได้สูงถึง 30-50%
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment): การใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องสูดดมมลภาวะ เช่น ฝุ่น PM2.5, ควันบุหรี่, ไรฝุ่นบนที่นอน, หรือขนสัตว์เลี้ยง ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
สภาพอากาศ (Weather Conditions): อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่สูงเกินไป มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการภูมิแพ้อากาศกำเริบได้ง่ายขึ้น
โรคภูมิแพ้มีการดำเนินโรคอย่างไรในแต่ช่วงละอายุ
การดำเนินโรคตามธรรมชาติ (natural history) ของโรคภูมิแพ้ เรียกว่า “Allergic march”หรือ “Atopic march”เริ่มจาการแพ้อาหารในเด็กเล็ก ซึ่งมักเกิดก่อนอายุ 1 ขวบ และอาการของโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ซึ่งอาจพบได้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรก อาจเกิดหลังการแพ้อาหารเล็กน้อย มักเริ่มที่ก่อนอายุ 1 ขวบ จนเข้าสู่อายุ 2 ขวบ ทั้งนี้โรคผื่นผิวหนังอักเสบและการแพ้อาหารอาจพบสัมพันธ์กันได้ประมาณ 30% ตามมาด้วยโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหอบหืดและภูมิแพ้จมูกและเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งมักพบตั้งแต่อายุ 1-2 ปีขึ้นไป พบมากในช่วงวัยเข้าโรงเรียนจนถึงวัยผู้ใหญ่ ดังรูป
สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นที่ทำให้ "โรคภูมิแพ้" กำเริบ
การ เข้าใจโรคภูมิแพ้ อย่างแท้จริง เริ่มต้นจากการรู้สาเหตุที่ทำให้ร่างกายของเราเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน ซึ่งที่โรงพยาบาล BNH เราเชื่อว่าการดูแลสุขภาพเหมือนคนในครอบครัว คือการให้ความรู้เพื่อให้คุณป้องกันตัวได้อย่างยั่งยืน ปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้เกิดภูมิแพ้ ได้แก่:
ปัจจัยทางพันธุกรรม (Genetics): โรคภูมิแพ้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ หากคุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นโรคภูมิแพ้ ลูกน้อยจะมีโอกาสเกิดภูมิแพ้ตามมาได้สูงถึง 30-50%
ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม (Environment): การใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องสูดดมมลภาวะ เช่น ฝุ่น PM2.5, ควันบุหรี่, ไรฝุ่นบนที่นอน, หรือขนสัตว์เลี้ยง ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่กระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ
สภาพอากาศ (Weather Conditions): อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศที่สูงเกินไป มักทำให้ผู้ป่วยมีอาการภูมิแพ้อากาศกำเริบได้ง่ายขึ้น
แนวทางการดูแลและการรักษาโรคภูมิแพ้ อย่างปลอดภัย
แม้โรคภูมิแพ้จะสร้างความรำคาญใจและกระทบต่อการใช้ชีวิต แต่ด้วยความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ในปัจจุบัน เราสามารถควบคุมอาการเหล่านี้ให้คุณกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ด้วยแนวทางดังนี้:
1. การดูแลตนเองและการหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้
หัวใจสำคัญที่สุดคือการจัดสภาพแวดล้อมให้สะอาด หมั่นซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนเพื่อกำจัดไรฝุ่น ใช้เครื่องฟอกอากาศในห้องนอน และในเบื้องต้น หากมีอาการแพ้อากาศ สามารถใช้ น้ำเกลือล้างจมูก เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและสารก่อภูมิแพ้ที่ตกค้างอยู่ในโพรงจมูกได้
2. การใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์
การรับประทานยาแก้แพ้ (Antihistamines) หรือการใช้ยาพ่นจมูกตามที่แพทย์เฉพาะทางสั่ง จะช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
3. การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
เพื่อการรักษาที่แม่นยำและตรงจุดที่สุด แพทย์มักจะแนะนำให้ผู้ป่วยเข้ารับ การทดสอบภูมิแพ้ (Allergy Test) ไม่ว่าจะเป็นการเจาะเลือด หรือการทดสอบทางผิวหนัง (Skin Prick Test) เพื่อระบุสารก่อภูมิแพ้ที่ร่างกายต่อต้าน ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษา เช่น การให้วัคซีนภูมิแพ้ได้อย่างเหมาะสม
อุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้ในประเทศไทย
ในประเทศไทยได้มีการศึกษารวบรวมข้อมูลความชุกของโรคภูมิแพ้ในเด็กโดยใช้แบบสอบถาม The international study of asthma and allergies in children (ISAAC) พบว่าเด็กไทยอายุ 6-7 ปี มีความชุกของโรคภูมิแพ้ คือ โรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ พบมากที่สุดประมาณ 50% ตามด้วยการมีเสียงหายใจหอบวี๊ซประมาณ 24% และภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบประมาณ 15% ตามลำดับ
เอกสารอ้างอิง
- D. E. Campbell, R. J. Boyle, C. A. Thornton, S. L. Prescott,Clinical & Experimental Allergy, 2015(45) 844–858.
- แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคภูมิแพ้ของประเทศไทย
- Report from the National Institute of Allergy and Infectious Diseases Workshop on “Atopic Dermatitis and the Atopic March: Mechanisms and Interventions” Journal of Allergy and Clinical Immunology. 2019.01.003
- Chinratanapisit S, Suratannon N, Pacharn P, Sritipsukho P, Vichyanond P. Prevalence and severity of asthma, rhinoconjunctivitis and eczema in children from the Bangkok area: The Global Asthma Network (GAN) Phase I. Asian Pac J Allergy Immunol DOI 10.12932/AP-120618-0336