Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้

สรุปสาระสำคัญ

  • วัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy) คืออะไร: นวัตกรรมการรักษาโรคภูมิแพ้ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาที่ต้นตอ โดยการให้สารก่อภูมิแพ้ทีละน้อยเข้าสู่ร่างกาย เพื่อกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันค่อยๆ สร้างภูมิต้านทานจนหายจากการแพ้

  • ทางเลือกในการรักษา: ปัจจุบันมี 2 วิธีหลัก ได้แก่ การฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (SCIT) และ การอมใต้ลิ้น (SLIT)

  • ใครที่เหมาะสม: ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ (ภูมิแพ้อากาศ, หอบหืด) ผู้ที่แพ้ไรฝุ่น หรือผู้ที่ใช้ยาแก้แพ้แล้วอาการไม่ดีขึ้นและไม่ต้องการพึ่งพายาในระยะยาว

  • ระยะเวลาการรักษา: เป็นการรักษาที่ต้องอาศัยความต่อเนื่อง โดยใช้เวลาประมาณ 3-5 ปี เพื่อผลลัพธ์ที่ยั่งยืนและมีโอกาสหายขาดจากโรค

การรักษาโรคภูมิแพ้ให้หายขาด……ด้วยภูมิคุ้มกันบำบัดหรือวัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy)

“วัคซีนภูมิแพ้คืออะไร”

วัคซีนภูมิแพ้ หรือ การรักษาโดยการบำบัดทางอิมมูนต่อสารก่อภูมิแพ้ (Allergen immunotherapy) คือการให้สารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยทีละน้อย เพื่อให้ร่างกายของผู้ป่วยค่อยๆ สร้างภูมิต้านทานต่อสารที่แพ้ ซึ่งวิธีนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับอิมมูนของผู้ป่วยทำให้เปลี่ยนจากแพ้ เป็นไม่แพ้ และมีโอกาสทำให้หายขาด หรือลดยาที่ใช้ประจำได้

ปัจจุบันในประเทศไทยมีสองวิธี คือ การฉีดเข้าใต้ผิวหนัง (subcutaneous immunotherapy, SCIT) และ การอมใต้ลิ้น (sublingual immunotherapy, SLIT)

“ใครเหมาะสมกับการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้”

ผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจ เช่น โรคโพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้ หรือโรคหืดร่วมกับโพรงจมูกอักเสบภูมิแพ้ ที่ยังคงมีอาการแม้จะได้รับยาอย่างเหมาะสมแล้ว หรือผู้ป่วยไม่ต้องการใช้ยาในระยะยาวหรือได้รับผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษา  นอกจากนี้ยังอาจใช้เป็นการรักษาเสริมในผู้ป่วยที่เป็นผื่นแพ้ผิวหนัง (atopic eczema) ชนิดที่แพ้ไรฝุ่น

ผู้ป่วยทุกรายที่จะรับการรักษาด้วยวิธีนี้ ต้องทำการทดสอบภูมิแพ้ก่อนด้วยวิธีเจาะเลือดดู specific IgE antibodies ต่อสารก่อภูมิแพ้ หรือทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนัง (skin prick test) หากผลการทดสอบเป็นบวกคือขึ้นต่อสารก่อภูมิแพ้ ก็สามารถรักษาด้วยวิธีนี้ได้

“ขั้นตอนการรักษาการให้วัคซีนบ่อยและนานแค่ไหน”

การรับวัคซีนภูมิแพ้ด้วยวิธีฉีด (SCIT) ในระยะแรกต้องฉีดทุกสัปดาห์ หลังจากนั้นค่อยๆฉีดห่างลงเป็นทุกเดือน จนครบ 3-5 ปี  ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้สามารถทำได้ในเด็กอายุ 5 ปีขึ้นไป และต้องฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น หลังฉีดต้องสังเกตอาการอย่างน้อย 30 นาที

ส่วนการให้วัคซีนด้วยวิธีอมใต้ลิ้น (SLIT) ต่อเนื่องทุกวันเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี โดยควรสังเกตอาการในโรงพยาบาลในครั้งแรกที่เริ่มใช้ยา หลังจากนั้นสามารถไปรับประทานที่บ้านได้ ในประเทศไทย มีวัคซีนชนิดอมใต้ลิ้นสำหรับผู้ที่แพ้ไรฝุ่น สามารถใช้ได้ในผู้ป่วยอายุ 12 ปีขึ้นไป

ทั้ง SCIT และ SLIT ใช้เวลาการรักษาทั้งหมดประมาณ 3-5 ปี

บทความโดย

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้ (FAQ)

1. วัคซีนภูมิแพ้ มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายหรือไม่?

ผลข้างเคียงส่วนใหญ่มักเป็นอาการเฉพาะที่และไม่อันตราย เช่น มีรอยแดง บวม หรือคันบริเวณที่ฉีดยา (สำหรับวิธีฉีด) หรือคันระคายเคืองใต้ลิ้น (สำหรับวิธีอม) ซึ่งอาการเหล่านี้สามารถหายได้เอง สำหรับอาการแพ้รุนแรงเฉียบพลัน (Anaphylaxis) พบได้น้อยมาก เนื่องจากแพทย์จะคำนวณปริมาณสารก่อภูมิแพ้โดยเริ่มจากโดสที่ต่ำมาก และปรับเพิ่มขึ้นอย่างระมัดระวังภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะเริ่มสังเกตเห็นว่าอาการภูมิแพ้ลดลง หรือมีความจำเป็นต้องพึ่งพายาแก้แพ้น้อยลง หลังจากเริ่มรับวัคซีนภูมิแพ้ไปแล้วประมาณ 3-6 เดือน อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันปรับตัวได้อย่างสมบูรณ์และมีโอกาสหายขาดจากโรค ผู้ป่วยจำเป็นต้องรับวัคซีนอย่างต่อเนื่องตามแผนการรักษาจนครบ 3-5 ปี

ในปัจจุบัน วัคซีนภูมิแพ้ (Immunotherapy) ที่ได้รับการรับรองและเป็นมาตรฐานในประเทศไทย จะเน้นใช้สำหรับรักษา “โรคภูมิแพ้ระบบทางเดินหายใจ” เป็นหลัก (เช่น แพ้ไรฝุ่น แพ้ละอองเกสร แพ้รังแคสุนัขหรือแมว) สำหรับการแพ้อาหาร การรักษายังคงเน้นที่การทดสอบหาสารที่แพ้และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารชนิดนั้นอย่างเคร่งครัด

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

ความชำนาญพิเศษ

กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– สาขา กุมารเวชศาสตร์
– สาขา อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน


– อนุมัติบัตรกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
– วุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– ประกาศนียบัตร American Board Certified in Nutritional Wellness


– ปริญญาเอกสาขา Oral Health Science (International Program) คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ตำแหน่งทางวิชาชีพ
– นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(Thailand Asthma Council)
– ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืดและระบบหายใจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ผู้อำนวยการศูนย์ Lifestyle and wellness medical center รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
– หัวหน้าหน่วยวิจัยเฉพาะทางสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหืดและภูมิแพ้
– รองประธานมูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย

ผลงานทางวิชาการ
– ประพันธ์งานวิจัยเกือบ 40 ฉบับ
– เขียนหนังสือเรียน 5 เล่ม รวมหนังสือเรียนนานาชาติ 1 เล่ม

นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการดูแลโรคหอบหืด
– พัฒนา 3 นวัตกรรมสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหอบหืด
– จัดตั้งเครือข่ายการดูแลโรคหอบหืด

รางวัลและการยอมรับ
– ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ 3 รางวัล จากงานเจนีวา เกาหลี ไต้หวัน International Invention Fair

ภารกิจการพูดระหว่างประเทศ
– นำเสนอเป็นวิทยากรระดับนานาชาติในญี่ปุ่น เกาหลี เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

มุ่งเน้นการวิจัย
– มุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคภูมิแพ้แบบใหม่เป็นหลัก

การมีส่วนร่วมของการทดลองทางคลินิก
– มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 สำหรับยาสมุนไพรที่มุ่งรักษาโรคหอบหืด

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
พฤหัสบดี 15:00 – 18:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
เสาร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

บทความที่เกี่ยวข้อง

Allergy Screening

โรคภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังที่พบได้บ่อย มีสาเหตุจากพันธุกรรม การกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม และไลฟ์สไตล์ ซึ่งปัจจุบันนี้พบว่าการใช้ชีวิตมีผลมาก

Read More »

ความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้และการป้องกันในหญิงตั้งครรภ์

ความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้และการป้องกันในหญิงตั้งครรภ์ สาเหตุของโรคภูมิแพ้ส่วนใหญ่เกิดจากพันธุกรรม ร่วมกับการได้รับกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม

Read More »