Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

อยู่ใกล้ผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ต้องระวัง อาจทำให้ต่อมทอนซิลอักเสบได้

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับโรคต่อมทอนซิลอักเสบ

ต่อมทอนซิลอักเสบ เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อย โดยเฉพาะในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น แต่ก็สามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัย ต่อมทอนซิลเป็นเนื้อเยื่อรูปวงรีสองก้อนที่อยู่ด้านหลังของลำคอ มีหน้าที่สำคัญในการป้องกันเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายทางปาก แต่หน้าที่ของต่อมทอนซิลก็ทำให้ต่อมมีโอกาสเกิดการอักเสบได้มากขึ้น

หน้าที่ของต่อมทอนซิลในร่างกาย

ต่อมทอนซิลเป็นส่วนหนึ่งของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีหน้าที่ช่วยดักจับและต่อต้านเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและจมูก อย่างไรก็ตาม หลังเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ การทำงานของภูมิคุ้มกันในต่อมทอนซิลจะลดลง จึงพบโรคที่เกี่ยวกับต่อมทอนซิลในผู้ใหญ่น้อยกว่าในเด็ก

โรคต่อมทอนซิลอักเสบเกิดขึ้นได้อย่างไร

ต่อมทอนซิลอักเสบเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย มีรายละเอียดดังนี้

  1. การติดเชื้อไวรัส

พบได้บ่อยที่สุด หรือประมาณ 70% ของผู้ป่วย

ไวรัสที่พบบ่อย เช่น Adenovirus, Influenza virus, Epstein-Barr virus (EBV), Parainfluenza, Enterovirus, Herpes simplex virus, HIV

อาการมักไม่รุนแรงและหายได้เอง

 

  1. การติดเชื้อแบคทีเรีย

พบบ่อยที่สุดคือเชื้อ Streptococcus pyogenes (กลุ่มเอ) ซึ่งเป็นสาเหตุเดียวกับคออักเสบ (Strep throat)

แบคทีเรียชนิดอื่นก็อาจเป็นสาเหตุได้เช่นกัน

โรคต่อมทอนซิลอักเสบติดต่อผ่านทางใด

เชื้อโรคติดต่อกันได้ง่าย ดังนี้ 

  • ละอองน้ำลาย ไอ จาม 
  • สัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อ

ผู้เป็นโรคต่อมทอนซิลอักเสบจะมีอาการอย่างไร

อาการมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง โดยอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่อาการที่พบบ่อย ได้แก่

  • เจ็บคอ กลืนลำบาก
  • ต่อมทอนซิลบวมแดง อาจมีจุดหนองหรือคราบขาว/เหลืองเคลือบ
  • มีไข้
  • ต่อมน้ำเหลืองที่คอโตและเจ็บ
  • ปวดศีรษะ
  • มีกลิ่นปาก
  • เสียงแหบ
  • ปวดท้อง มักพบในเด็ก
  • คอแข็ง
  • ในเด็กเล็ก อาจมีน้ำลายไหลมาก, เบื่ออาหาร และงอแงผิดปกติ

ข้อควรระวัง

หากมีอาการหายใจลำบาก กลืนลำบากมาก หรือมีน้ำลายไหลผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที

การตรวจวินิจฉัยโรคต่อมทอนซิลอักเสบมีวิธีการอย่างไร

  • ซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะตรวจลำคอ ดูลักษณะของต่อมทอนซิลและต่อมน้ำเหลือง
  • ตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย ด้วยการป้ายคอ (Throat swab) เพื่อส่งตรวจหาเชื้อ Streptococcus
  • บางกรณีอาจตรวจเลือดเพื่อแยกโรคติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น Epstein-Barr virus (EBV)

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้เพื่อรักษาโรคต่อมทอนซิลอักเสบ

  1. การรักษาตามอาการ
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
  • รับประทานอาหารอ่อน หรืออาหารเหลวที่กลืนง่าย
  • ใช้ยาลดไข้/แก้ปวด เช่น พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน แต่ห้ามใช้แอสไพรินในเด็ก
  • บ้วนปากด้วยน้ำเกลืออุ่น ช่วยลดอาการเจ็บคอ
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และสูดควันบุหรี่
  1. การใช้ยาปฏิชีวนะ

ใช้ในกรณีที่ตรวจพบว่าติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะ Streptococcus pyogenes

ต้องรับประทานยาปฏิชีวนะให้ครบตามที่แพทย์สั่ง แม้อาการจะดีขึ้นแล้ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน เช่น ไข้รูมาติก หรือไตอักเสบเฉียบพลัน

  1. การผ่าตัดต่อมทอนซิล (Tonsillectomy)
  • ในปัจจุบัน มักทำในกรณีที่ต่อมทอนซิลอักเสบเรื้อรัง หรือเกิดซ้ำบ่อย เช่น
  • มีอาการอักเสบอย่างน้อย 7 ครั้งใน 1 ปี
  • มีอาการอักเสบอย่างน้อย 5 ครั้งต่อปี ภายในเวลา 2 ปีติดต่อกัน
  • มีอาการอักเสบอย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี ภายในเวลา 3 ปีติดต่อกัน
  • มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar abscess), ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากทอนซิลโต

ภาวะแทรกซ้อนของโรคต่อมทอนซิลอักเสบที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ฝีรอบต่อมทอนซิล (Peritonsillar abscess)
  • ภาวะขาดน้ำ จากการกลืนลำบาก
  • การติดเชื้อแพร่กระจาย ไปยังอวัยวะอื่น
  • ไข้รูมาติกและไตอักเสบเฉียบพลัน ในกรณีติดเชื้อแบคทีเรียและไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม

เราสามารถป้องกันโรคต่อมทอนซิลอักเสบได้อย่างไร

  • ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
  • หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้า
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อทางเดินหายใจ
  • ดูแลสุขภาพช่องปากให้สะอาดเสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคต่อมทอนซิลอักเสบ

  1. ต่อมทอนซิลอักเสบอันตรายหรือไม่

ส่วนใหญ่ไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่บางกรณีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้

 

  1. ต้องใช้ยาปฏิชีวนะทุกครั้งที่อักเสบหรือไม่

เฉพาะกรณีที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น ถ้าเกิดจากไวรัสไม่จำเป็นต้องใช้

 

  1. ถ้าเป็นซ้ำบ่อยควรทำอย่างไร

ควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการผ่าตัดต่อมทอนซิล

 

  1. ผู้ใหญ่เป็นต่อมทอนซิลอักเสบได้ไหม

พบได้น้อยกว่ากลุ่มเด็ก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้

สรุป

ต่อมทอนซิลอักเสบเป็นโรคที่พบได้บ่อยในเด็กและวัยรุ่น เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย อาการสำคัญคือเจ็บคอ ต่อมทอนซิลบวมแดง หรือมีหนอง การรักษาทำได้โดยการรักษาตามอาการและใช้ยาปฏิชีวนะเมื่อจำเป็น การผ่าตัดต่อมทอนซิลมักทำในกรณีที่อักเสบเรื้อรังหรือเกิดซ้ำบ่อย ดังนั้น หากพบอาการผิดปกติรุนแรง ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อน

Ref: Mayoclinic | Clevelandclinic

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • นพ. ธนะรัตน์ อิ่มสุวรณศรี

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    HEAD & NECK CANCER

  • นพ. ภาสกร ถาวรนันท์

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    หู คอ จมูก

  • นพ. ภูริปัณย์ อร่ามวัฒนพงศ์

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    หู คอ จมูก

  • นพ. ประสิทธิ์ มหากิจ

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    หู คอ จมูก

  • คุณ รติญา ลิขิตอำนวย (นักแก้ไขการได้ยิน)

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    หู คอ จมูก

  • พญ. รานี ศิระวิศิษฏ์พร

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    หู คอ จมูก

  • รศ.นพ. วินัย แวดวงธรรม

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    หู คอ จมูก

  • พญ. ณิชารีย์ ชิวธนาสุนทร

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    โสต ศอ นาสิกวิทยา

  • พญ. พีรดา อารีนิจ

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    โสต ศอ นาสิกวิทยา

  • พญ. ภิญทิพ พิชญาพงศ์

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคไซนัส และ โรคภูมิแพ้

  • พญ. วณิสรา คุปต์นิรัติศัยกุล

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    โสต ศอ นาสิกวิทยา

  • พญ. สุธรรมา นิ่มสกุล

    แผนกหู คอ จมูก

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคภูมิแพ้ หู คอ จมูก-ศัลยกรรมศีรษะและคอ-ศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าและจมูก