การดูแลสุขภาพสมองและความจำ และรักษาสมดุลของระบบประสาทในผู้สูงอายุ เป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศไทยนั้นกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุ และในอีก 20 ปีข้างหน้า จะมีประชากรอายุ 60 ปีข้ึนไปมากกว่า 20% หรือมีประชากรที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไปเกินกว่า 14% และสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับประชากรกลุ่มนี้ก็คือ เมื่อมีอายุมากขึ้นสมองของคนเราย่อมมีการเสื่อมถอยร่วงโรยไปตามวัย ทำให้ประสิทธิภาพของสมองและสมดุลระบบประสาทลดน้อยถอยลง ดังนั้นการดูแลสมองให้มีสุขภาพดีตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดโอกาสการเป็นโรคทาง ระบบประสาทในผู้สูงอายุ และช่วยให้เรามีคุณภาพชีวิตที่ดีไปจนถึงบั้นปลายของชีวิต
สรุปสาระสำคัญ
ความเสื่อมตามวัย: เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ ระบบประสาทและสมองจะเริ่มถดถอย ส่งผลต่อความจำ การตัดสินใจ การทรงตัว และความแปรปรวนทางอารมณ์ (เช่น ภาวะซึมเศร้า)
โรคทางสมองที่ต้องเฝ้าระวัง: โรคอัลไซเมอร์ (หลงลืมเรื้อรัง) โรคพาร์กินสัน (มือสั่น เคลื่อนไหวช้า) และกลุ่มโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ซึ่งเป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยที่สุด
หลักการชะลอวัยให้สมอง: เน้นการออกกำลังกายสม่ำเสมอ บริโภคอาหารไขมันดี (โอเมก้า 3 และสารต้านอนุมูลอิสระสูง) ควบคู่กับการทำกิจกรรมฝึกสมองและการเข้าสังคมเพื่อลดความเครียด
การประเมินและการฟื้นฟู: หากพบอาการหลงลืมผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจประเมินแต่เนิ่นๆ และเข้าสู่โปรแกรมฟื้นฟูสมอง (เช่น 3M Daycare Programme) เพื่อชะลอความเสื่อมและรักษาคุณภาพชีวิต
การเปลี่ยนแปลงด้าน ระบบประสาทในผู้สูงอายุ
ปัจจุบันประชากรไทยอายุยืนยาวข้ึนมากกว่าในอดีต โดยประเทศไทยนั้นเข้าสู่สังคมสูงวัยเป็นอันดับ 2 ของอาเซียนเลยทีเดียว ซึ่งกลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ อาจแตกต่างจากกลุ่มอายุอื่น ๆ เพราะเมื่อมีอายุมากขึ้น ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านร่างกายและด้านอื่นๆอีกมากมาย ที่สำคัญคือการเสื่อมของระบบสมอง ที่เกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจส่งผลให้มีผลต่อความจำ และความสามารถทางปัญญาในรูปแบบต่าง ๆ เช่น
- ความสามารถในการจดจำ: ผู้สูงอายุอาจมีการเสื่อมลงในความสามารถในการจดจำข้อมูล การจดจำรายละเอียด หรือเหตุการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน
- ความสามารถในการเรียนรู้: การเรียนรู้ในวัยที่มากขึ้นอาจเปลี่ยนแปลง เนื่องจากความสามารถในการนำเข้าและประมวลผลข้อมูลลดลง อาจทำให้การเรียนรู้ใหม่ ๆ มีความยากลำบากขึ้น
- ความสามารถในการวางแผนและการตัดสินใจ: การวางแผนการทำงานหรือการตัดสินใจอาจเปลี่ยนแปลง เนื่องจากความสามารถวิเคราะห์ข้อมูลลดลง ซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจที่ช้าลงด้วย ความสามารถในการตอบสนองทางร่างกาย: ความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวและการตอบสนองทางร่างกายอาจมีการเสื่อมลง เช่น การเดิน การทรงตัว
- สภาพอารมณ์และจิตใจ: ผู้สูงอายุอาจมีความเสี่ยงต่อปัญหาทางจิตใจ เช่น ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล ซึ่งอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพร่างกายและสภาพแวดล้อม
โรคเกี่ยวกับความเสื่อมของสมองและความจำในผู้สูงอายุ
โรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของสมองและความจำในผู้สูงอายุมีหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นโรคที่เกิดขึ้น เนื่องจากกระบวนการเสื่อมสภาพของระบบสมอง
- โรคพาร์กินสัน (Parkinson’s Disease): เป็นโรคทางสมองที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของเซลล์สมองที่ผลิตดอปามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการมือสั่น อาจะกระทบถึง คอ เครื่องหน้าอีกด้วย และมักมีปัญหาในการประมวลผลของสมอง เช่น การพูดวกวน
- โรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer’s Disease): โรคสมองเสื่อมชนิดหลงลืม หรือชนิดอัลไซเมอร์ เป็นชนิดที่พบมากท่ีสุด พบประมาณร้อยละ 60-80 ของภาวะสมองเสื่อม ทั้งหมด พบมากที่สุดในกลุ่มมผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป มีความบกพร่องด้านความจำเป็นหลัก เป็นที่รู้จักกันว่า “โรคความจำเสื่อมเรื้อรัง”
- โรคหลอดเลือดสมองแตก (Cerebral Aneurysm): การแตกของของหลอดเลือดสมองอาจเกิดขึ้นในผู้สูงอายุและสามารถทำให้เกิดอาการเสื่อมสภาพทางสมอง คล้ายกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทันทีไม่ทันได้ตั้งตัว
- โรคหลอดเลือดในสมอง (Cerebrovascular Disease): มักเกิดจากภาวะอุดตันของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการเสื่อมสภาพทางสมองไม่ว่าจะเป็น ภาวะอัมพาต หรืออาจเป็นต้นเหตุของอาการเสียการทรงตัวในการเดินได้
วิธีการดูแลสุขภาพสมองและความจำ ลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคสมองเสื่อม
- ออกกำลังกาย: การออกกำลังกายเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในการรักษาสุขภาพสมองและความจำ โดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง และช่วยให้สมองได้รับออกซิเจนและสารอาหารอย่างเพียงพอ
- บำบัดทางร่างกายและจิตใจ: ภาวะจิตตกจะส่งผลต่อการสื่อสารระหว่างเซลล์ประสาท ดังนั้น การมีสุขภาพใจที่ดีจะช่วยให้มีสุขภาพสมองที่ดีได้ ไม่ควรเครียด หรือทำตัวเศร้าหมอง เพราะสิ่งเหล่านี้จะบั่นทอนคุณภาพชีวิตและสติปัญญาลง ควรฝึกทำสมาธิซึ่งเป็นวิธีหนึ่งที่มีส่วนช่วยให้การจัดการเรื่องต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- การบริหารจัดการความเครียด: ความเครียดสามารถเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อสุขภาพสมอง และความจำ การเรียนรู้เทคนิคการบริหารจัดการความเครียด เช่น การหายใจลึก ๆ การฝึกสมาธิ จะช่วยลดความเครียดได้
- การบำบัดทางสมอง: การเล่นเกมทางสมอง แก้ปัญหาทางตรรกศาสตร์ หรือกิจกรรมที่ใช้ความคิดเพื่อกระตุ้นให้เกิดการแก้ปัญหาทางสมอง จะสามารถช่วยรักษาระบบความจำได้
- การรับประทานอาหารที่เหมาะสม: ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันโคเลสเตอรอลสูงและควรควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ 2-6 เท่า ควรใช้วิธีการปรุงอาหารแบบอบหรือย่างแทนการทอด ใช้น้ำมันที่ไม่เป็นโทษต่อร่างกาย เช่น น้ำมันมะกอก พยายามรับประทานผักผลไม้ที่มีสารแอนตีออกซิแดนท์สูง ได้แก่ พวกผักผลไม้ที่มีเปลือกสีเข้ม เช่น กะหล่ำปลีสีเขียวเข้ม ผักโขม มะเขือยาวสีม่วงเข้ม พืชตระกูลถั่ว ลูกพรุน เบอรีต่างๆ ส้ม และองุ่นแดง และอาหารที่มีกรดไขมันโอเมกา 3 สูง เช่น ปลาทู ตลอดจนเครื่องเทศที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่าง พริก กระเทียม ขิง เป็นต้น
กิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะในผู้สูงอายุ
กิจกรรมพัฒนาสังคม เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือสังคม เช่น ทำบุญตักบาตร ปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์ ช่วยเหลือเด็กยากไร้ บริจาคทรัพย์ ผู้สูงอายุสามารถใช้เวลาว่างเพื่อทำประโยชน์แก่ส่วนรวม ในขณะเดียวกันก็ส่งผลดีต่อผู้ให้ในแง่ทำให้จิตใจเบิกบาน มีความสุขกลับมาด้วย
- การเล่นดนตรี : การเล่นเครื่องดนตรีช่วยในการฝึกการจัดการเวลา การเรียนรู้ทักษะใหม่ และการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ของผู้สูงอ่ยุได้ อีกทั้งยังเกิดความบันเทิงทางอารมณ์ได้อีกด้วย
- การท่องเที่ยวและการเรียนรู้จากการเดินทาง : การท่องเที่ยวไม่ใช่กิจกรรมสำหรับวัยรุ่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถให้ผู้สูงอายุได้เปิดหูเปิดตา พบเจออะไรใหม่ๆ เพื่อความผ่อนคลาย ลดความเบื่อหน่ายได้อย่างมาก รูปแบบการท่องเที่ยวสำหรับผู้สูงอายุควรเน้นที่คุณภาพดี มีความคุ้มค่า คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ผสมผสานกับกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ เช่น เรียนรู้วิถีชีวิตของคนท้องถิ่น เป็นต้น
- การสร้างสรรค์กิจกรรมส่วนตัว: การทำงานฝีมือ เขียนบทประพันธ์ การวาดรูป เพื่อสร้างความคิดสร้างสรรค์และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีก้วย
ผู้สูงอายุจึงเป็นวัยที่มีคุณค่า เพราะเต็มไปด้วยประสบการณ์ชีวิต แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของวัยและสภาพร่างกาย อาจจะทำให้ผู้สูงอายุมีปัญหาในเรื่องสุขภาพ โดยเฉพาะสมดุลระบบประสาท คนรอบตัวจึงควรให้ความสำคัญในการรักษาสุขภาพสมองและความจำของผู้สูงอายุเป็นหลัก เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคสมองเสื่อมและปัญหาความจำ และเพื่อให้พวกท่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว