Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ตากุ้งยิง สาเหตุ อาการ วิธีรักษาเร่งด่วน และคำตอบทุกข้อสงสัย

ตากุ้งยิงคืออะไร รู้จักโรคตากุ้งยิงและสาเหตุหลัก

โรคตากุ้งยิง (Hordeolum) คือ การอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรียที่ต่อมไขมันหรือต่อมเหงื่อบริเวณเปลือกตา ทำให้เกิดตุ่มหนองหรือฝีเล็ก ๆ ที่เปลือกตาบนหรือล่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณขอบเปลือกตาที่มีรูขุมขนและต่อมไขมันจำนวนมาก

สาเหตุหลักของโรคนี้คือเชื้อแบคทีเรียชนิด Staphylococcus aureus เมื่อเชื้อเข้าสู่ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ก็จะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อขึ้น

สรุปสาระสำคัญ

  • ตากุ้งยิงคืออะไร: อาการอักเสบและติดเชื้อแบคทีเรียที่ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และมีตุ่มหนอง (ไม่ใช่โรคติดต่อ)

  • วิธีรักษาเบื้องต้นที่ได้ผลดีที่สุด: ใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบบริเวณดวงตา 10-15 นาที วันละ 3-5 ครั้ง เพื่อช่วยละลายไขมันที่อุดตันและระบายหนองออก

  • ข้อห้ามสำคัญ: ห้ามบีบ แกะ หรือใช้เข็มเจาะตุ่มหนองด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เชื้อลุกลามและอักเสบรุนแรงขึ้น งดใส่คอนแทคเลนส์และแต่งหน้าชั่วคราว

  • เมื่อไหร่ควรพบแพทย์: หากประคบอุ่นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน ตาบวมปิดบดบังการมองเห็น หรือปวดรุนแรง ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับยาปฏิชีวนะหรือเจาะระบายหนอง

ตากุ้งยิงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก คือ

ประเภทของตากุ้งยิง ตำแหน่งที่เกิดการติดเชื้อ ลักษณะอาการที่พบ
ชนิดหัวผุด
(External Hordeolum)
ต่อมไขมันบริเวณโคนขนตา
(ขอบเปลือกตาด้านนอก)
มีตุ่มหนองเห็นหัวฝีชัดเจนชี้ออกด้านนอก เปลือกตาบวมแดง และเจ็บปวดมากเมื่อสัมผัส
ชนิดหัวหลบใน
(Internal Hordeolum)
ต่อมไขมันใต้เปลือกตา
(ต่อม Meibomian)
หัวฝีไม่ชัดเจน ต้องพลิกเปลือกตาด้านในจึงจะเห็น อาการบวมและปวดระบมมักจะรุนแรงกว่าชนิดหัวผุด

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร: ปัจจัยเสี่ยงที่คุณควรรู้

ตากุ้งยิง (Hordeolum) เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อ Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ตามผิวหนังตามปกติอยู่แล้ว แต่เมื่อเชื้อเหล่านี้เข้าสู่ต่อมไขมันหรือต่อมเหงื่อบริเวณเปลือกตา จะทำให้เกิดการอักเสบและติดเชื้อขึ้น ส่งผลให้เกิดตุ่มหนอง บวม แดง และเจ็บปวดบริเวณเปลือกตา

สาเหตุหลักของตากุ้งยิงคือการอุดตันของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ซึ่งอาจเกิดจากฝุ่นละออง สิ่งสกปรก หรือไขมันที่ไม่สามารถระบายออกมาได้ตามปกติ เมื่อมีการอุดตัน เชื้อแบคทีเรียจะเจริญเติบโตและทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดตากุ้งยิงมีหลายประการ ได้แก่

  • สัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่เปลือกตาได้ง่าย
  • การใส่คอนแทคเลนส์ โดยเฉพาะหากไม่ล้างมือก่อนจับหรือใช้คอนแทคเลนส์ที่ไม่สะอาด
  • ใช้เครื่องสำอางที่ไม่สะอาดหรือล้างเครื่องสำอางไม่หมด ทำให้มีสิ่งสกปรกตกค้างบริเวณเปลือกตา
  • โรคเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง ซึ่งทำให้ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาอุดตันง่ายขึ้น
  • ภูมิคุ้มกันร่างกายต่ำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน หรือผู้ที่พักผ่อนน้อย ร่างกายอ่อนแอ
  • เคยเป็นตากุ้งยิงมาก่อน มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้สูง
  • การขยี้ตาบ่อยๆ ทำให้เปลือกตาไม่สะอาดและเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ผิวหนังได้ง่าย

สาเหตุการเกิดตากุ้งยิงชนิดหัวผุด (External Hordeolum)

เกิดจากการติดเชื้อและอักเสบของต่อมไขมันที่อยู่บริเวณโคนขนตา เช่น ต่อม Zeis หรือ Moll ซึ่งอยู่บริเวณขอบเปลือกตาด้านนอก ทำให้เกิดตุ่มแดง บวม และมีหนองที่มองเห็นได้ชัดเจนที่บริเวณขอบตา มักมีอาการเจ็บปวดเมื่อสัมผัส และตุ่มหนองนี้จะมีหัวฝีชัดเจนที่ชี้ออกด้านนอก เปลือกตาจะบวมแดงและรู้สึกเจ็บในบริเวณที่เป็น

สาเหตุการเกิดตากุ้งยิงชนิดหัวหลบใน (Internal Hordeolum)

เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ต่อมไขมันภายในเปลือกตา โดยเฉพาะต่อม Meibomian ซึ่งอยู่ใต้เปลือกตา ทำให้เกิดตุ่มบวมแดงและเจ็บปวดแต่ไม่มีหัวฝีที่มองเห็นจากภายนอก เพราะจะมีตุ่มหนองในเปลือกตาบนหรือล่าง เปลือกตาจะอักเสบ อาการบวมและเจ็บจะมากกว่าชนิดหัวผุด และมักต้องพลิกเปลือกตาด้านในออกดูจึงจะเห็นตุ่มหนองได้

ทั้งสองชนิดเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ซึ่งเป็นเชื้อที่มีอยู่ตามผิวหนังและสามารถเข้าสู่ต่อมไขมันหรือต่อมเหงื่อเมื่อมีการอุดตันหรือมีปัจจัยเสี่ยง เช่น สัมผัสดวงตาด้วยมือสกปรก การใช้เครื่องสำอางที่ไม่สะอาด หรือโรคเปลือกตาอักเสบเรื้อรัง

ตากุ้งยิงเป็นโรคติดต่อหรือไม่

โรคตากุ้งยิงเป็นโรคติดต่อได้ในระดับหนึ่ง เพราะเชื้อแบคทีเรียสามารถแพร่ผ่านการสัมผัสได้ ดังนั้นจึงควรรักษาความสะอาดของมือและอุปกรณ์ที่สัมผัสกับตา เช่น ผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และผ้าเช็ดหน้า เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

อย่างไรก็ตาม ตามคำชี้แจงจากแพทย์และกรมการแพทย์ ตากุ้งยิงไม่ใช่โรคติดต่อ แม้ตากุ้งยิงจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย แต่เชื้อเหล่านี้เป็นเชื้อที่อยู่บนผิวหนังของคนปกติอยู่แล้ว และไม่ได้แพร่กระจายผ่านการสัมผัสระหว่างคน ดังนั้นจึงไม่ถือว่าเป็นโรคติดต่อเหมือนโรคตาแดงหรือโรคติดเชื้ออื่น ๆ

อาการของตากุ้งยิง: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

อาการของตากุ้งยิง (Hordeolum) เริ่มต้นด้วยความรู้สึกคันหรือระคายเคืองบริเวณเปลือกตา โดยเฉพาะที่ขอบตาหรือโคนขนตา จากนั้นจะเริ่มมีอาการบวมแดงเล็กน้อย และเกิดตุ่มนูนขึ้นที่เปลือกตา ซึ่งอาจเป็นตุ่มหนองสีเหลืองคล้ายสิว ทั้งบริเวณเปลือกตาด้านนอก (External Hordeolum) หรือเปลือกตาด้านใน (Internal Hordeolum) โดยอาการเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งเปลือกตาบนและล่าง

 

อาการสำคัญที่พบได้ ได้แก่

  • มีตุ่มแดง นูน และเจ็บปวดบริเวณเปลือกตา
  • ตาบวม แดง และรู้สึกเจ็บเมื่อกดหรือสัมผัส
  • รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา หรือระคายเคืองเมื่อกะพริบตา
  • อาจมีหนองหรือของเหลวสีเหลืองไหลออกจากตุ่ม
  • ในบางรายอาจมีอาการปวดรอบดวงตาหรือปวดระบมบริเวณเปลือกตา
  • น้ำตาไหล และบางครั้งมีขี้ตาสะสม
  • อาการเจ็บจะรุนแรงขึ้นเมื่อก้มศีรษะหรือลุกขึ้นนั่ง

อาการตากุ้งยิงชนิดหัวผุด (External Hordeolum)

มีตุ่มหนองที่ขอบเปลือกตาด้านนอก มองเห็นหัวฝีชัดเจน และมักเจ็บปวดมาก

อาการตากุ้งยิงชนิดหัวหลบใน (Internal Hordeolum)

ตุ่มหนองอยู่ภายในต่อมไขมันใต้เปลือกตา หัวฝีไม่ชัดเจน ต้องพลิกเปลือกตาด้านในออกจึงเห็น และมักมีอาการบวมและเจ็บมากกว่า

 

โดยทั่วไป ตากุ้งยิงจะมีอาการเจ็บปวด บวมแดง และเป็นตุ่มหนองประมาณ 4-5 วัน หากไม่ได้รับการรักษาอาจลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เปลือกตาบวมมากขึ้น หรือหนองลามไปยังบริเวณรอบดวงตาได้ หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

เป็นตากุ้งยิงทำอย่างไรจึงจะหาย วิธีรักษาตากุ้งยิงเร่งด่วนและวิธีรักษาอย่างถูกต้อง

วิธีรักษาตากุ้งยิงเร่งด่วนและถูกต้อง มีขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้

  1. ประคบอุ่นบริเวณที่เป็นตากุ้งยิง

    ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่น (ไม่ร้อนจัด) หรือถุงชาอุ่น ๆ ประคบบริเวณเปลือกตาที่มีตากุ้งยิง ครั้งละ 10-15 นาที วันละ 3-5 ครั้ง ความร้อนจะช่วยละลายไขมันที่อุดตันและช่วยให้หนองระบายออกง่ายขึ้น ลดอาการบวมและเจ็บปวดได้อย่างรวดเร็ว
  2. รักษาความสะอาดของเปลือกตา

    ใช้สำลีสะอาดชุบน้ำอุ่นหรือน้ำเกลือล้างเปลือกตาเบา ๆ เช็ดจากด้านในออกด้านนอก เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค หลีกเลี่ยงการใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่ระคายเคืองตา และควรล้างมือก่อนสัมผัสดวงตาเสมอ
  3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือบีบตุ่มหนอง

    ไม่ควรแกะหรือบีบตุ่มหนองด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายและทำให้อาการรุนแรงขึ้นได้
  4. งดใช้เครื่องสำอางและคอนแทคเลนส์

    ในช่วงที่เป็นตากุ้งยิง ควรงดใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตา และหลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อป้องกันการระคายเคืองและการติดเชื้อซ้ำ
  5. ใช้ยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของแพทย

    หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีตุ่มขนาดใหญ่ขึ้น แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะชนิดทา (ยาขี้ผึ้ง) หรือยาหยอดตา รวมถึงยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานในกรณีที่ติดเชื้อรุนแรง เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของตากุ้งยิง
  6. พบแพทย์เพื่อรักษาเฉพาะทาง

    ในกรณีที่ตากุ้งยิงมีขนาดใหญ่ กดเจ็บมาก หรือกีดขวางการมองเห็น แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเจาะระบายหนองออก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่รวดเร็วและปลอดภัย ช่วยให้อาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว
  7. บรรเทาอาการปวด

    สามารถใช้ยาแก้ปวดชนิดที่ไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ เช่น พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บปวดและบวมได้

สัญญาณที่ควรพบแพทย์ทันที

  • ตาบวมแดงลามกว้างขึ้น
  • ปวดบวมรุนแรง
  • หนองขนาดใหญ่หรือมีไข้ร่วมด้วย
  • ตาพร่า มองเห็นไม่ชัดเจน

แพทย์รักษาตากุ้งยิงอย่างไร

แพทย์รักษาตากุ้งยิงโดยเริ่มจากการประเมินอาการและความรุนแรงของโรคก่อน หากเป็นตากุ้งยิงที่ไม่รุนแรง แพทย์จะให้คำแนะนำในการดูแลตัวเอง เช่น การประคบอุ่นเปลือกตาเพื่อช่วยให้หนองระบายออก และรักษาความสะอาดบริเวณเปลือกตา พร้อมทั้งสั่งยาปฏิชีวนะชนิดทาหรือหยอดตาเพื่อควบคุมการติดเชื้อแบคทีเรีย

ในกรณีที่ตากุ้งยิงมีอาการรุนแรง เช่น ตาบวมแดงมาก เจ็บปวด หรือมีหนองสะสมขนาดใหญ่ แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานร่วมด้วย และในบางรายจำเป็นต้องทำการผ่าตัดเล็กเพื่อเจาะระบายหนองออก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ทำโดยใช้ยาชาเฉพาะที่และเครื่องมือพิเศษ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที โดยหลังผ่าตัดจะปิดตาไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและรักษาความสะอาด

หลังจากเจาะหนองออกแล้ว แพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยใช้ยาหยอดตาหรือยาทาตามที่สั่ง และงดสัมผัสหรือบีบตุ่มหนองด้วยตัวเอง รวมถึงงดใช้เครื่องสำอางและคอนแทคเลนส์จนกว่าจะหายสนิท นอกจากนี้ต้องรักษาความสะอาดมือและบริเวณดวงตาอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดบวมเพิ่มขึ้น หรือมีอาการลุกลาม ควรรีบกลับไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาต่อเนื่องและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ตากุ้งยิงกี่วันหาย ระยะเวลาการฟื้นตัวและวิธีดูแลหลังรักษา

โดยทั่วไป ตากุ้งยิงสามารถหายเองได้ภายใน 4-5 วันถึง 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี โดยในช่วงแรกจะมีตุ่มบวมแดงและเจ็บปวด จากนั้นหนองจะเริ่มแตกและยุบลงเองเมื่อได้รับการประคบอุ่นอย่างสม่ำเสมอ

ระยะเวลาการฟื้นตัว

วันแรกถึงวันที่ 3-5: เริ่มรู้สึกคัน ระคายเคือง และมีตุ่มบวมแดงบริเวณเปลือกตา

วันที่ 4-7: ตุ่มหนองจะเริ่มชัดเจน มีหัวฝี และเจ็บปวดมากขึ้น

หลังจากหนองแตก: ตุ่มจะยุบลงและอาการบวมลดลงเรื่อย ๆ

หากได้รับการรักษาและดูแลดี ตากุ้งยิงมักจะหายดีภายใน 1-2 สัปดาห์

ป้องกันไม่ให้เป็นตากุ้งยิงอย่างไร

การดูแลดวงตาอย่างไรให้ห่างไกลตากุ้งยิงนั้น มีหลักการสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดตากุ้งยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

  1. รักษาความสะอาดของมือและดวงตา

  • ล้างมือให้สะอาดอยู่เสมอก่อนสัมผัสบริเวณรอบดวงตาหรือก่อนใส่และถอดคอนแทคเลนส์

  • ล้างหน้าและล้างเครื่องสำอางให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อแบคทีเรียตกค้าง

  • หลีกเลี่ยงการขยี้ตาหรือใช้มือถูตาแรง ๆ เพราะจะทำให้เชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาได้ง่าย

  1. ดูแลอุปกรณ์ที่สัมผัสดวงตา

  • ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างสม่ำเสมอ

  • เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ตามกำหนดวันหมดอายุ และไม่ใส่คอนแทคเลนส์เกินเวลาที่แนะนำ

  • งดใช้เครื่องสำอางบริเวณดวงตาในช่วงที่มีอาการระคายเคืองหรือสงสัยว่าเป็นตากุ้งยิง

  1. ประคบอุ่นและดูแลเปลือกตา

  • หากมีภาวะต่อมไขมันอุดตันที่เปลือกตา ควรประคบอุ่นบริเวณเปลือกตาเป็นประจำ วันละ 3-5 ครั้ง ครั้งละ 5-10 นาที เพื่อช่วยเปิดรูต่อมไขมันและป้องกันการอุดตัน

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเปลือกตาด้วยมือสกปรก และไม่ควรบีบหรือแกะตุ่มหนองเอง

  1. ปรับพฤติกรรมและดูแลสุขภาพทั่วไป

  • พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด เพราะภูมิคุ้มกันที่ดีช่วยลดโอกาสติดเชื้อ

  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่น ลมแรง หรือควันบุหรี่ ซึ่งอาจระคายเคืองตาและเพิ่มความเสี่ยงการติดเชื้อ

  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ตาแดง คัน หรือบวม ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

  1. หลีกเลี่ยงการใช้ยาหยอดตาหรือยาทาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

  • การใช้ยาที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเกิดการติดเชื้อซ้ำได้

  • การปฏิบัติตามคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัดจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดตากุ้งยิงและช่วยให้ดวงตาของคุณมีสุขภาพดีอยู่เสมอ

สรุป: ตากุ้งยิง (Hordeolum)

คือการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Staphylococcus aureus ทำให้เกิดตุ่มนูนแดง ปวด บวม และอาจมีหนอง มักเกิดที่เปลือกตาบนหรือล่าง โดยแบ่งเป็นชนิดภายนอก (external) และภายใน (internal) อาการมักดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน การดูแลเบื้องต้นคือประคบร้อนวันละ 3–4 ครั้ง ละ 10–15 นาที หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีการลุกลาม อาจต้องใช้ยาปฏิชีวนะเฉพาะที่หรือชนิดรับประทาน และในบางกรณีแพทย์อาจต้องระบายหนองออก.

Ref: Mayoclinic, Mahidol, Pediatric Infectious Disease Society of Thailand

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคตากุ้งยิง (FAQ)

1. เป็นตากุ้งยิง ห้ามกินอะไรบ้าง?

ในทางการแพทย์ ไม่มีข้อห้ามเรื่องการรับประทานอาหารสำหรับผู้ที่เป็นโรคตากุ้งยิง สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ แต่ควรเน้นอาหารที่มีประโยชน์และพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายสามารถต่อสู้กับเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการอักเสบได้ดีขึ้น

2. สามารถเจาะหรือบีบหนองตากุ้งยิงด้วยตัวเองได้หรือไม่?

ห้ามเจาะ บีบ หรือแกะตุ่มหนองตากุ้งยิงด้วยตนเองโดยเด็ดขาด เพราะมือและอุปกรณ์ที่ไม่สะอาดจะทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจาย การอักเสบจะรุนแรงขึ้น และอาจทำให้เกิดแผลเป็นที่เปลือกตา หากตุ่มหนองมีขนาดใหญ่ ไม่ยอมแตกยุบไปเอง ควรให้จักษุแพทย์เป็นผู้เจาะระบายออกให้

3. ตากุ้งยิง เป็นโรคติดต่อทางสายตาหรือไม่?

โรคตากุ้งยิง "ไม่ใช่โรคติดต่อ" เหมือนโรคตาแดง ไม่สามารถติดต่อกันได้ผ่านการจ้องตา เนื่องจากเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ตามผิวหนังปกติของเราเองเข้าไปอุดตันในต่อมไขมัน อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผ้าเช็ดหน้า หรือเครื่องสำอางร่วมกับผู้อื่น เพื่อสุขอนามัยที่ดีและป้องกันเชื้อแบคทีเรียเข้าสู่ดวงตา

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • พญ. ณัฐรินทร์ ภูษิตโภยไคย

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคกระจกตา

  • นพ. ธีระพัฎ จิตต์พูลกุศล

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคตาทั่วไป

  • นพ. ภราดร สุขอุดม

    แผนกตา | คลินิกต้อหิน

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคต้อหิน

  • พญ. ชุติมา สุภาวเวช

    แผนกตา | คลินิกต้อหิน

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคต้อหิน

  • พญ. ธิดารัตน์ ตั้งกิจ

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคตาทั่วไป

  • พญ. วรรษา รุ่งภูวภัทร

    แผนกตา | คลินิกต้อหิน

    ความชำนาญพิเศษ
    จักษุวิทยา

  • พญ. จุไรรัตน์ วัจนะมงคล

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    จักษุวิทยา

  • นพ. มงคล ธาดารติ

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคตาทั่วไป และจอประสาทตา

  • นพ. ไกรเลิศ เธียรนุกุล

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคตาทั่วไป

  • นพ. ปัญชรัช ปรีชาหาญ

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    จักษุวิทยา

  • พญ. ไอรีน ศุภางคเสน

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคตาในเด็ก, ตาเข, ตาเหล่

  • นพ. พฤกษ์ วิชัยยะ

    แผนกตา

    ความชำนาญพิเศษ
    จักษุวิทยา