Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)

ทำความรู้จักกับโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) อาการ สาเหตุ และการรักษา

โรคหลอดเลือดสมอง คือ

ภาวะที่สมองขาดเลือด เพราะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ทำให้เนื้อเยื่อสมองขาดออกซิเจนและสารอาหารที่จำเป็น ส่งผลให้เซลล์สมองจะตายในไม่ช้า หรือภาวะที่สมองมีเลือดออก ซึ่งเป็นผลมาจากเส้นเลือดในสมองแตก เลือดที่ไหลออกมาจะเพิ่มความดันในเซลล์สมองและทำลายเซลล์ในที่สุด

โรคหลอดเลือดในสมองเป็นโรคที่มีอาการเฉียบพลันและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะจะช่วยบรรเทาความเสียหายของสมองและโรคแทรกซ้อนทางสมองอื่น ๆ

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง

หากคุณหรือคนใกล้ชิดเป็นโรคหลอดเลือดสมอง การเข้ารับการรรักษาทันทีหลังจากมีอาการคือสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้การรักษามีประโยชน์และมีประสิทธิภาพที่สุด อาการดังกล่าว ได้แก่

  • การมีปัญหาด้านการพูดและเข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดด้วย ผู้ป่วยอาจมีอาการสับสน พูดไม่ชัด หรือแม้กระทั่งไม่สามารถที่จะเข้าใจคำพูดคนรอบข้างได้เลย
  • อาการเหน็บชา, ความอ่อนแรง หรืออัมพาตที่ใบหน้า, แขน หรือ ขา อาการดังกล่าวมักเกิดที่ซีกหนึ่งของร่างกาย ผู้ป่วยสามารถทดสอบอาการป่วยด้วยการทดลองยกแขนทั้งสองข้างให้เหนือหัว หากแขนข้างหนึ่งตกลงมา ก็อาจเป็นสัญญาณหนี่งของโรคได้ สัญญาณอีกอย่างหนึ่งก็คือมุมปากข้างหนึ่งอาจตกลงมา เวลาผู้ป่วยพยายามยิ้ม
  • การมีปัญหาในการมองเห็นด้วยตาข้างเดียวหรือสองข้าง ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้างของผู้ป่วยอาจพร่ามัวหรือมองไม่เห็น ในบางคน อาจเห็นภาพซ้อน
  • ปวดหัว อาการปวดหัวที่รุนแรงและเฉียบพลันอาจเป็นอาการหนึ่งของโรค อาจอาเจียน เวียนหัว และมีการรับรู้ที่เปลี่ยนไปเป็นอาการร่วมด้วย
  • การเดินมีปัญหา ผู้ป่วยอาจเดินเซ สูญเสียการทรงตัว หรือการประสานงานของร่างกาย

เมื่อไรที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองแล้วควรพบแพทย์

     หากคุณพบอาการของโรคหลอดเลือดสมอง แม้ว่าอาการเหล่านั้นจะมาแล้วหายไปหรือหายสนิทเลยก็ตาม ควรรีบพบแพทย์ทันที ลองใช้คำว่า “FAST” เป็นเครื่องช่วยจำและทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  • หน้า (Face): ขอให้บุคคลนั้นยิ้ม ซีกหนึ่งของใบหน้าตกหรือไม่?
  • แขน (Arms): ขอให้บุคคลนั้นยกแขนทั้งสองข้าง แขนข้างหนึ่งตกหรือไม่ หรือยกแขนข้างหนึ่งไม่ขึ้น
  • พูด (Speech): ขอให้บุคคลนั้นพูดประโยคง่าย ๆ การพูดของเขาฟังไม่ชัดหรือแตกต่างจากปกติหรือไม่
  • เวลา (Time): หากพบอาการใดๆ เหล่านี้ ให้โทรเรียกโรงพยาบาลใกล้บ้านท่านหรือขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินทันที

     ท่านควรโทรเรียกความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที อย่ารอจนอาการนั้นหยุดไปเอง เพราะการส่งผู้ป่วยให้เข้าถึงบริการทางการแพทย์ในเวลาที่ต่างกันแค่ไม่กี่วินาที ก็มีความหมายและได้รับผลการรักษาที่ต่างกัน ยิ่งผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ช้าเท่าไร พวกเขาก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงที่สมองจะเสียหายหรือร่างกายพิการ

โรคหลอดเลือดสมองเกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคหลอดเลือดสมองมีสาเหตุหลัก 2 ประการ ได้แก่

  1. โรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic stroke) เกิดจากหลอดเลือดในสมองอุดตัน
  2. โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic stroke) เกิดจากหลอดเลือดในสมองรั่วหรือแตก
    บางคนอาจมีอาการชั่วคราวจากภาวะเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองลดลง เรียกว่า ภาวะขาดเลือดชั่วคราว (Transient ischemic attack: TIA) ซึ่งไม่ทำให้เกิดอาการถาวร

โรคหลอดเลือดสมองตีบ (Ischemic stroke)

เป็นประเภทที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดขึ้นเมื่อหลอดเลือดในสมองตีบหรืออุดตัน ส่งผลให้เลือดไหลเวียนลดลง (เรียกว่า ischemia) สาเหตุอาจมาจาก

  • การสะสมของไขมันในหลอดเลือด
  • ลิ่มเลือดหรือสิ่งอุดตันที่เคลื่อนผ่านกระแสเลือด ส่วนมากมักมาจากหัวใจ

หมายเหตุ: มีงานวิจัยงานหนึ่งพบว่าการติดเชื้อโควิด-19 อาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองตีบ แต่ยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อไป

โรคหลอดเลือดสมองแตก (Hemorrhagic stroke)

เกิดเมื่อหลอดเลือดในสมองรั่วหรือแตก ทำให้มีเลือดออกในสมอง อาจมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยต่อไปนี้:

  • ความดันโลหิตสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้
  • การใช้ยาลดความหนืดเลือด (Anticoagulants) เกินขนาด
  • หลอดเลือดโป่งพอง ที่ส่วนเปราะบางของผนังหลอดเลือด (Aneurysm)
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะ
  • ภาวะโปรตีนสะสมในผนังหลอดเลือดสมอง (Cerebral Amyloid Angiopathy) ทำให้ผนังหลอดเลือดเปราะบางลง (Cerebral Amyloid Angiopathy)
  • โรคหลอดเลือดสมองตีบที่นำไปสู่เลือดออกในสมอง
  • ภาวะหลอดเลือดผิดปกติ (AVM) ซึ่งพบได้น้อย

ภาวะขาดเลือดชั่วคราว (TIA

      มีอาการคล้ายโรคหลอดเลือดสมองแต่เกิดขึ้นชั่วคราว (ไม่เกิน 5 นาที) และไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อสมองถาวร สาเหตุเกิดจากลิ่มเลือดหรือไขมันอุดตันหลอดเลือดที่บางส่วนของสมอง

คำเตือน: ผู้ป่วยควรพบแพทย์อย่างเร่งด่วน ถ้ามีภาวะขาดลือดดังกล่าว เพราะเราไม่สามารถแยกผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและผู้มีภาวะขาดเลือดได้ขาดออกจากกัน โดยตัดสินจากอาการ ผู้มีภาวะขาดเลือดมักมีหลอดเลือดบางส่วนตีบหรืออุดตันซึ่งอาจนำไปสู่โรคหลอดเลือดในสมองในท้ายที่สุด

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมอง

แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก:

  1. ปัจจัยด้านวิธีการดำเนินชีวิต
  • น้ำหนักเกิน/อ้วน
  • ขาดการออกกำลังกาย
  • การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก
  • การใช้ยาเสพติด เช่น โคเคน, เมทแอมเฟตามีน
  1. ปัจจัยด้านสุขภาพ
  • ความดันโลหิตสูง
  • สูบบุหรี่หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีควันบุหรี่
  • คอเลสเตอรอลสูง
  • เบาหวาน
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • โรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจล้มเหลว, โรคหัวใจพิการ, โรคหัวใจที่เกิดจากการติดเชื้อ, โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • คนในครอบครัวหรือผู้ป่วยมีประวัติเป็นโรคหลอดเลือดสมอง. หัวใจวาย, ภาวะขาดเลือดชั่วคราว
  • การติดเชื้อโควิด-19
  1. ปัจจัยอื่นๆ
  • อายุ: ผู้มีอายุ 55 ปีขึ้นไป
  • เชื้อชาติ: ชาวอเมริกันแอฟริกันและฮิสแปนิกมีความเสี่ยงมากกว่า
  • เพศ: ผู้ชายเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง แต่ผู้ป่วยหญิงมักมีอาการรุนแรงกว่า
  • ฮอร์โมน: การใช้ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนทดแทนที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน

ภาวะแทรกซ้อนของโรคหลอดเลือดสมอง

อาจทำให้เกิดความพิการชั่วคราวหรือถาวร ความร้ายแรงขึ้นอยู่กับสมองขาดเลือดนานแค่ไหน และส่วนไหนของสมองที่ขาดเลือด เช่น:

  • อัมพาตครึ่งซีก หรือการสูญเสียการควบคุมกล้ามเนื้อบางด้านของหน้าหรือแขน
  • พูดหรือกลืนลำบาก
  • สูญเสียความทรงจำหรือสมองเสื่อม ผู้ป่วยอาจจำไม่ได้, มีปัญหาทางการคิด, การใช้เหตุผล, การตัดสินใจ และเข้าใจเรื่องต่าง ๆ
  • ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ อาจทีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย
  • ปวดหรือชาตามร่างกาย
  • ช่วยตัวเองไม่ได้และอาจต้องพึ่งพาผู้อื่นในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างไร

     การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอาจป้องกันโรคได้ ท่านควรสำรวจปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคของท่านและทำตามคำแนะนำทางการแพทย์ในการดำเนินชีวิตเพื่อสุขภาพที่ดี หากท่านเป็นโรคไปแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะช่วยให้ท่านไม่เป็นมากกว่าเดิม หากท่านมีภาวะขาดเลือด พฤติกรรมเพื่อสุขภาพจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคหลอดเลือดในสมอง ท่านอาจปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคได้ ดังนี้

  • ควบคุมความดันโลหิต ได้แก่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสุขภาพและรับประทานยา
  • ควบคุมคอเลสเตอรอล หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคอเลสเตอรอลและไขมันสูง โดยเฉพาะอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์
  • เลิกสูบบุหรี่
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ได้แก่ การควบคุมอาหาร, ออกกำลังและลดน้ำหนัก
  • ควบคุมน้ำหนัก การมีน้ำหนักเกินจะนำไปสู่หลายปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง
  • รับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เน้นผักผลไม้และธัญพืช
  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ (อย่างน้อย เต้นแอโรบิค 150 นาที/สัปดาห์ หรือเดิน, วิ่ง, ว่ายน้ำ, ปั่นจักรยาน)
  • ดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณน้อย
  • รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • หลีกเลี่ยงยาเสพติด

ยาป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

  • ยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน, Clopidogrel
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin, และสำหรับผู้มีความเสี่ยงสูง Dabigatran, rivaroxaban, apixaban, edoxaban

Ref: Mayoclinic

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

หากท่านมีอาการหรือภาวะดังกล่าว โรงพยาบาลเรามีแพ็คเกจบริการตรวจคัดกรองสำหรับทุกความต้องการของท่าน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์สมองและระบบประสาทของเรา

  • นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • พญ. อรุณี บุญสุข

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นายแพทย์ คงพจน์ วิรุฬห์พจน์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • พญ. จุฑาภรณ์ จั่นวงศ์แก้ว

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • แพทย์หญิง ชลวิภา ศิริยุทธ์วัฒนา

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. ชัยชนะ สินธุวงษ์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. ชัยยศ เสียงประเสริฐกิจ

    แผนกศัลยกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทศัลยศาสตร์

  • พญ. ฐิติพร ศุภสิทธิ์ธำรง

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคสมองเสื่อม

  • นพ. ณษฐพจน์ นำผล

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา รังสีร่วมรักษาระบบประสาท

  • นพ. ดำรงวิทย์ สุขะจินตนากาญจน์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา