Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

โรคกระดูกสันหลังเสื่อม (Spondylosis) วัยไหนก็เป็นได้ ถ้าจัดร่างกายผิดท่า

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมคืออะไร

     โรคกระดูกสันหลังเสื่อม (Spondylosis) คือ ภาวะการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติของกระดูกสันหลังเมื่อคนเราอายุมากขึ้น ภาวะดังกล่าวส่งผลต่อกระดูกสันหลัง (Vertebrae), หมอนรองกระดูกสันหลัง (Intervertebral discs), เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลัง อาจทำให้เกิดกระดูกงอก หรือหมอนรองกระดูกเสื่อม

     

     โรคกระดูกสันหลังเสื่อมมักพบมากที่สุดที่กระดูกสันหลังส่วนคอ (Cervical spine) และส่วนเอว (Lumbar spine) แต่ก็อาจพบที่บริเวณอกได้ด้วย (Thoracic spine) และมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี

   

     โรคกระดูกสันหลังเสื่อมอาจก่อให้เกิดอาการหลายอย่าง เช่น ปวดหลัง, ข้อติดแข็ง และเคลื่อนไหวผิดปกติหรือลำบาก หากมีการกดทับเส้นประสาท จะทำให้เกิดอาการชา, เหน็บ และอ่อนแรงที่แขนหรือขา 
    
การเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่มาจากการเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลังอาจหมายถึงอาการต่อไปนี้

  • โรคข้อเสื่อม (Osteoarthritis) กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อกระดูกสันหลังอาจสึกกร่อนและส่งผลให้กระดูกเสียดสีกันและเกิดอาการปวดและข้อติด
  • หมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อน (Herniated discs) หมอนรองกระดูกสันหลังที่เคลื่อนหรือฉีกขาด อาจโป่งขึ้นและกดทับเส้นประสาทใกล้เคียง

กระดูกงอก (Bone spurs/Osteophytes) กระดูกที่งอกบริเวณขอบกระดูกสันหลังอาจกดทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง

อาการของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

อาการของโรคกระดูกสันหลังเสื่อมขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของการเสื่อมสภาพ อาการทั่วไป ได้แก่:

  • ปวดคอหรือเอวส่วนล่าง 
  • ข้อติดแข็ง รู้สึกตึงหรือเคลื่อนไหวลำบาก 
  • อาการชาหรือเหน็บที่มือ, แขน, เท้าหรือขา หากเส้นประสาทถูกกดทับ
  • กล้ามเนื้ออ่อนแรงที่มีอ, แขน,  เท้าหรือขา หากเส้นประสาทถูกกดทับ
  • เดินหรือทรงตัวลำบาก
  • บางคนอาจไม่มีอาการใดเลย

โรคกระดูกสันหลังเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไร

นอกจากปัจจัยด้านอายุและการใช้งานกระดูกสันหลัง อาจมีปัจจัยอื่นด้วยที่เป็นสาเหตุ

    • อายุที่เพิ่มขึ้น หมอนรองกระดูกสันหลังเริ่มเสื่อมและสูญเสียความยืดหยุ่น กระดูกอ่อนในข้อต่อก็อาจสึกกร่อน
    • การใช้งานมากเกินไป การทำให้เกิดแรงกดบนกระดูกสันหลังซ้ำ ๆ  เช่น การยกของหนักหรือเคลื่อนไหวซ้ำ ๆ 
    • การจัดท่าร่างกายที่ไม่เหมาะสม เช่น การนั่งหลังค่อมหรือก้มหน้าในการนั่งทำงานนาน ๆ  อาจเพิ่มแรงกดบนกระดูกสันหลัง
    • น้ำหนักเกิน 
    • กรรมพันธุ์ 

เมื่อไรที่เป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมแล้วควรพบแพทย์

  • การรักษาแบบเดิมไม่สามารถระงับหรือยับยั้งอาการปวดได้
  • อาการผิดปกติของระบบประสาท เช่น แขนหรือขาอ่อนแรง, มีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ
  • อาการชาบริเวณขาหนีบ

ภาวะแทรกซ้อนของโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

ผู้ป่วยอาจมีอาการหรือโรคต่อไปนี้

  • ปวดคอหรือบั้นเอว 
  • โรคโพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) ซึ่งอาจทำให้เส้นประสาทไขสันหลังถูกกดทับตามมา
  • โรคประดูกสันหลังคด (Scoliosis)
  • โรคหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม (Degenerative disc) 
  • โรค Cauda Equina โรคที่เกิดขึ้นเมื่อเส้นประสาทถูกกดทับโดยหมอนรองกระดูก
  • โรคอัมพาตช่วงครึ่งตัวล่างหรือแขนขา

การตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเสื่อมมีวิธีการอย่างไร

การตรวจร่างกายเบื้องต้นเพื่อทดสอบการทำงานของกระดูกสันหลังส่วนคอและเอว เพื่อตรวจสอบว่าผู้ป่วยเคลื่อนไหวเป็นปกติหรือไม่

 

การตรวจเอกซเรย์ การเอกซเรย์จะทำให้พบกระดูกข้อต่อที่งอกและโพรงกระดูกสันหลังตีบ

 

การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) การตรวจชนิดนี้จะทำให้ภาพกระดูกสันหลังมีความคมชัดมากขึ้น และทำให้ตรวจพบการตีบของช่องไขสันหลัง

 

การตรวจด้วยเครื่อง MRI เป็นการตรวจที่ใช้สนามแม่เหล็กและคลื่นวิทยุ ทำให้สามารถตรวจความผิดปกติของหมอนรองกระดูก ระดับการเคลื่อนของหมอนรองกระดูก นอกจากนี้ยังสามารถแสดงภาพของข้อต่อ, เส้นประสาท และเส้นเอ็น

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังเสื่อม

แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรงของโรค รวมถึงอาการที่ปรากฏ วิธีการรักษาที่พบบ่อย ได้แก่:

    • การรับประทานยา ยาแก้ปวดหรือยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), นาพร็อกเซน (Naproxen), ยาคลายกล้ามเนื้อ, น้ำมันปลา, ยาต้านเศร้า (Antidepressants) สำหรับรักษาอาการปวดหลังเรื้อรัง
    • การทำกายภาพบำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวได้มากขึ้นและเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อหลังและคอ
    • การรักษาทางเลือก เช่น การจัดกระดูกสันหลัง (Chiropractic care) เพื่อปรับแนวกระดูกสันหลัง และการฝังเข็ม (Acupuncture)
    • การฉีดยาเข้าโพรงกระดูกสันหลัง
    • การผ่าตัด เพื่อผ่าเอากระดูกงอกหรือเนื้อเยื่อที่กดทับเส้นประสาทออกหรือใส่หมอนรองกระดูกสันหลังเทียม

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคกระดูกสันหลังเสื่อมได้อย่างไร

  • ใส่อุปกรณ์กันกระแทกในการทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือเล่นกีฬา
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เกิดแรงกดที่กระดูกสันหลัง
  • จัดท่าร่างกายในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้ดี
  • ออกกำลังกายเพื่อเสริมความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง
  • ประคบร้อนหรือเย็นบริเวณหลังหรือคอ หลังใช้งาน 
  • ทำกายภาพบำบัด

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

ศ. นพ. วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล

ศูนย์กระดูกสันหลัง

ความชำนาญพิเศษ ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • ศ. นพ. วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง

  • นพ. อาทิตย์ หงส์วานิช

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง

  • นพ. เอกปฏิภาณ เอี่ยมสกุลนนท์

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยศาสตร์ออโธปิดิกส์

  • นพ.ปัตย์ ปั้นเหน่งเพ็ชร

    แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีวิทยา เวชศาสตร์การระงับปวด

  • รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.พญ. พรพรรณ เฉลิมกิจพานิชย์

    แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีวิทยา อนุสาขา เวชศาสตร์ความปวด

  • นพ. มาร์วิน เทพโสพรรณ

    แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีวิทยา

  • รศ. พญ. สุปราณี นิรุตติศาสน์

    ศูนย์กระดูกสันหลัง | แผนกห้องผ่าตัด

    ความชำนาญพิเศษ
    วิสัญญีแพทย์ และ ผู้เชี่ยวชาญการบำบัดความปวด

  • นพ. ณัฐพัฒน์ ตั้งจิตเจริญ

    ศูนย์กระดูกสันหลัง

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมกระดูกและโรคกระดูกสันหลัง