Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ทำความรู้จักกับโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท (Spondylolisthesis) อาการ สาเหตุ และการรักษา

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท (Spondylolisthesis) คืออะไร

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน คือ ภาวะที่ข้อต่อกระดูกสันหลังข้อหนึ่งเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมจนทำให้เกิดการกดทับข้อต่อกระดูกสันหลังอันล่าง และเกิดการกดทับเส้นประสาทตามมา ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหลัง, ปวดขา, ขาชา หรือขาอ่อนแรง และมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน

อาการของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท

  • ปวดตึงที่บริเวณกล้ามเนื้อขาด้านหลัง
  • ปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่างเวลานั่ง ก้มหรืองอตัว
  • ปวดบริเวณต้นขาหรือก้น
  • ถ้าเส้นประสาทถูกกดทับ จะทำให้มีขาชาหรือขาปวด หรือชาเท้า และมีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ

ประเภทของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท

Degenerative Spondylolisthesis โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนเพราะเสื่อมตามอายุ เกิดขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้นและหมอนรองกระดูกเสื่อมและบางลงไปตามวัย ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังมากขึ้นและเกิดความเสี่ยงที่ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนตามไปด้วย

Congenital Spondylolisthesis โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนตั้งแต่กำเนิด โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนประเภทนี้เกิดจากการที่ร่างกายของเด็กทารกไม่ได้สร้างกระดูกสันหลังในรูปแบบที่เหมาะสมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ 

Isthmic Spondylolisthesis เกิดขึ้นเมื่อกระดูกไขสันหลังขนาดเล็ก Pars Interarticularis ที่เชื่อมข้อต่อกระดูกสันหลังไว้ด้วยกันแตกหรือหัก ทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทเกิดขึ้นได้อย่างไร

  • ความเสื่อมของร่างกายตามวัย
  • ความผิดปกติของกระดูกตั้งแต่กำเนิด
  • โรคกระดูกสันหลังเสื่อม
  • การได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง
  • ความเจ็บป่วยอื่น ๆ เช่น โรคเนื้องอกที่กระดูกสันหลัง
  • การผ่าตัดที่กระดูกสันหลัง
  • การได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ช่วงร่างกายเจริญเติบโตอย่างเร็ว
  • มีอายุมากกว่า 50 ขึ้นไป

การตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทมีวิธีการอย่างไร

สำหรับการตรวจเบื้องต้น แพทย์จะเริ่มต้นจากการตรวจตามร่างกาย และตรวจโดยการถ่ายภาพด้วยการ

  • เอกซเรย์ ทำให้เห็นการเรียงตัวที่ผิดปกติของข้อต่อกระดูกสันหลังหรือรอยหักของกระดูกได้
  • CT scan ทำให้เห็นภาพความผิดปกติที่มีความละเอียดสูงขึ้นของกระดูกหรือเนื้อเยื่อ ทำให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำมากขึ้น
  • MRI การถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง สามารถแสดงภาพของไขสันหลังและและเส้นประสาท ทำให้ระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของหมอนรองกระดูกทับเส้น

ความรุนแรงของโรคสามารถแบ่งได้ตามระดับการเคลื่อนของกระดูกสันหลัง

  • ระดับที่ 1 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์
  • ระดับที่ 2 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนระหว่าง 26-50 เปอร์เซ็นต์
  • ระดับที่ 3 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนระหว่าง 51-75 เปอร์เซ็นต์
  • ระดับที่ 4 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนตั้งแต่ 76-100 เปอร์เซ็นต์

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท

แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาโดยพิจารณาจากความรุนแรงของอาการและระดับของโรคที่ผู้ป่วยเป็น อาจไม่ได้จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป

  • การพักผ่อน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบหนักหรือเล่นกีฬา เพื่อช่วยให้ไม่ให้น้ำหนักไปกดลงที่กระดูกสันหลัง
  • การรับประทานยา ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), พาราเซตามอล, ยากลุ่มโอปิออยด์สำหรับระงับอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง, ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • การกายภาพบำบัด เพื่อบำบัดการเคลื่อนไหวของร่างกายและเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลังให้แข็งแรง
  • การผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาที่มักใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เช่น อาการปวด มีปัญหาในการเคลื่อนไหวและอาการที่มาจากการกดทับเส้นประสาท
  • การขยายโพรงเส้นประสาทที่ตีบ (Spinal Decompression) เพื่อช่วยลดการกดทับบนเส้นประสาทเพื่อรักษาอาการปวดต่อไป 
  • การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) เป็นการผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังที่เคลื่อน หลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่ากระดูกสันหลังเคลื่อนไหวไม่ยืดหยุ่นเท่าเดิม
  • การผ่าตัดโดยยึดกระดูกไขสันหลังด้วยลวดหรือสกรู (Pars Repair) เป็นวิธีที่เชื่อมข้อกระดูกสันหลังที่แตกด้วยลวดหรือสกรู

หลังจากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยอาจต้องนอนโรงพยาบาล 1 วันเป็นอย่างน้อยและโดยส่วนใหญ่แล้ง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ในหนึ่งสัปดาห์ ผู้ป่วยอาจยืนหรือเดินได้ภายใน 1 วันหลังจากผ่าตัด นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรงดการทำกิจกรรมที่ใช้แรงในช่วงระหว่าง 8-10 สัปดาห์หลังผ่าตัด

ภาวะแทรกซ้อนของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน

หากไม่ได้รับการรักษา หรือหากรากประสาทที่ไขสันหลังถูกกดด้วยกระดูกสันหลัง อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่อไปนี้ 

  • อาการปวดหลังเรื้อรัง
  • โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบ
  • รากประสาทที่ถูกกดทับจะทำให้เกิดโรค Cauda Equina Syndrome ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการชาที่ขา, ด้านในต้นขา, ด้านหลังขา หรือเท้า หรือรู้สึกเจ็บหรืออ่อนแรงที่ขา และอาจมีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ รวมทั้งอัมพาต 

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนได้อย่างไร

  • ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อท้อง
  • ควบคุมน้ำหนักตัว
  • นั่งทำงานหรือยืนในท่าที่ยืดหลังตรง
  • ออกกำลังกายอย่างระมัดระวังและไม่หนักจนเกินไป

Ref: clevelandclinic | webmd | spineinfo

ศ. นพ. วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล

ศูนย์กระดูกสันหลัง

ความชำนาญพิเศษ ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

Prof. Wicharn Yingsakmongkol, M.D.

Spine Centre

Specialty

Orthopaedic Surgery and Spinal Surgery

Language

Thai, English

Make an appointment


Spinal surgery, Spinal deformity, Scoliosis, Total Artificial Disc Replacement (Lumbar & Cervical Regions)


– Certified Thai Specialty Board of Orthopedic Surgery
– Certified Surgical Spine Fellowship (2years programme), University of MissouriColumbia, USA
– Fellowship in Spine Surgery, Columbia Spine Center, USA
– Fellowship in Pediatric Orthopedic and Spinal Deformity Surgery, Delaware, USA


– M.D., Chulalongkorn University

Doctor’s Schedule
Day Time Location
Tuesday 17:30 – 20:00 Spine Centre
(เฉพาะนัด (Only for the scheduled appointment))
Saturday 08:30 – 13:00 Spine Centre
(เฉพาะนัด (Only for the scheduled appointment))