Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ทำความรู้จักกับโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท (Spondylolisthesis) อาการ สาเหตุ และการรักษา

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท (Spondylolisthesis) คืออะไร

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อน คือ ภาวะที่ข้อต่อกระดูกสันหลังข้อหนึ่งเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมจนทำให้เกิดการกดทับข้อต่อกระดูกสันหลังอันล่าง และเกิดการกดทับเส้นประสาทตามมา ผู้ป่วยอาจมีอาการปวดหลัง, ปวดขา, ขาชา หรือขาอ่อนแรง และมีปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน

อาการของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท

  • ปวดตึงที่บริเวณกล้ามเนื้อขาด้านหลัง
  • ปวดหลังบริเวณเอวส่วนล่างเวลานั่ง ก้มหรืองอตัว
  • ปวดบริเวณต้นขาหรือก้น
  • ถ้าเส้นประสาทถูกกดทับ จะทำให้มีขาชาหรือขาปวด หรือชาเท้า และมีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ

ประเภทของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท

Degenerative Spondylolisthesis โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนเพราะเสื่อมตามอายุ เกิดขึ้นเมื่อเราอายุมากขึ้นและหมอนรองกระดูกเสื่อมและบางลงไปตามวัย ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างกระดูกสันหลังมากขึ้นและเกิดความเสี่ยงที่ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนตามไปด้วย

Congenital Spondylolisthesis โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนตั้งแต่กำเนิด โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนประเภทนี้เกิดจากการที่ร่างกายของเด็กทารกไม่ได้สร้างกระดูกสันหลังในรูปแบบที่เหมาะสมตั้งแต่อยู่ในครรภ์ 

Isthmic Spondylolisthesis เกิดขึ้นเมื่อกระดูกไขสันหลังขนาดเล็ก Pars Interarticularis ที่เชื่อมข้อต่อกระดูกสันหลังไว้ด้วยกันแตกหรือหัก ทำให้ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิม

โรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทเกิดขึ้นได้อย่างไร

  • ความเสื่อมของร่างกายตามวัย
  • ความผิดปกติของกระดูกตั้งแต่กำเนิด
  • โรคกระดูกสันหลังเสื่อม
  • การได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง
  • ความเจ็บป่วยอื่น ๆ เช่น โรคเนื้องอกที่กระดูกสันหลัง
  • การผ่าตัดที่กระดูกสันหลัง
  • การได้รับบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา
  • ช่วงร่างกายเจริญเติบโตอย่างเร็ว
  • มีอายุมากกว่า 50 ขึ้นไป

การตรวจวินิจฉัยโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาทมีวิธีการอย่างไร

สำหรับการตรวจเบื้องต้น แพทย์จะเริ่มต้นจากการตรวจตามร่างกาย และตรวจโดยการถ่ายภาพด้วยการ

  • เอกซเรย์ ทำให้เห็นการเรียงตัวที่ผิดปกติของข้อต่อกระดูกสันหลังหรือรอยหักของกระดูกได้
  • CT scan ทำให้เห็นภาพความผิดปกติที่มีความละเอียดสูงขึ้นของกระดูกหรือเนื้อเยื่อ ทำให้แพทย์วินิจฉัยได้แม่นยำมากขึ้น
  • MRI การถ่ายภาพที่มีความละเอียดสูง สามารถแสดงภาพของไขสันหลังและและเส้นประสาท ทำให้ระบุตำแหน่งที่แน่ชัดของหมอนรองกระดูกทับเส้น

ความรุนแรงของโรคสามารถแบ่งได้ตามระดับการเคลื่อนของกระดูกสันหลัง

  • ระดับที่ 1 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนไม่เกิน 25 เปอร์เซ็นต์
  • ระดับที่ 2 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนระหว่าง 26-50 เปอร์เซ็นต์
  • ระดับที่ 3 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนระหว่าง 51-75 เปอร์เซ็นต์
  • ระดับที่ 4 ข้อต่อกระดูกสันหลังเคลื่อนตั้งแต่ 76-100 เปอร์เซ็นต์

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนทับเส้นประสาท

แพทย์จะเลือกวิธีการรักษาโดยพิจารณาจากความรุนแรงของอาการและระดับของโรคที่ผู้ป่วยเป็น อาจไม่ได้จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป

  • การพักผ่อน หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายแบบหนักหรือเล่นกีฬา เพื่อช่วยให้ไม่ให้น้ำหนักไปกดลงที่กระดูกสันหลัง
  • การรับประทานยา ยาแก้ปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen), พาราเซตามอล, ยากลุ่มโอปิออยด์สำหรับระงับอาการปวดระดับปานกลางถึงรุนแรง, ยาคลายกล้ามเนื้อ
  • การกายภาพบำบัด เพื่อบำบัดการเคลื่อนไหวของร่างกายและเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณกระดูกสันหลังให้แข็งแรง
  • การผ่าตัด เป็นวิธีการรักษาที่มักใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง เช่น อาการปวด มีปัญหาในการเคลื่อนไหวและอาการที่มาจากการกดทับเส้นประสาท
  • การขยายโพรงเส้นประสาทที่ตีบ (Spinal Decompression) เพื่อช่วยลดการกดทับบนเส้นประสาทเพื่อรักษาอาการปวดต่อไป 
  • การผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal Fusion) เป็นการผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลังที่เคลื่อน หลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกว่ากระดูกสันหลังเคลื่อนไหวไม่ยืดหยุ่นเท่าเดิม
  • การผ่าตัดโดยยึดกระดูกไขสันหลังด้วยลวดหรือสกรู (Pars Repair) เป็นวิธีที่เชื่อมข้อกระดูกสันหลังที่แตกด้วยลวดหรือสกรู

หลังจากผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยอาจต้องนอนโรงพยาบาล 1 วันเป็นอย่างน้อยและโดยส่วนใหญ่แล้ง ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ในหนึ่งสัปดาห์ ผู้ป่วยอาจยืนหรือเดินได้ภายใน 1 วันหลังจากผ่าตัด นอกจากนี้ ผู้ป่วยควรงดการทำกิจกรรมที่ใช้แรงในช่วงระหว่าง 8-10 สัปดาห์หลังผ่าตัด

ภาวะแทรกซ้อนของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน

หากไม่ได้รับการรักษา หรือหากรากประสาทที่ไขสันหลังถูกกดด้วยกระดูกสันหลัง อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการต่อไปนี้ 

  • อาการปวดหลังเรื้อรัง
  • โรคข้อและกระดูกสันหลังอักเสบ
  • รากประสาทที่ถูกกดทับจะทำให้เกิดโรค Cauda Equina Syndrome ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการชาที่ขา, ด้านในต้นขา, ด้านหลังขา หรือเท้า หรือรู้สึกเจ็บหรืออ่อนแรงที่ขา และอาจมีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ รวมทั้งอัมพาต 

เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคกระดูกสันหลังเคลื่อนได้อย่างไร

  • ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลังและกล้ามเนื้อท้อง
  • ควบคุมน้ำหนักตัว
  • นั่งทำงานหรือยืนในท่าที่ยืดหลังตรง
  • ออกกำลังกายอย่างระมัดระวังและไม่หนักจนเกินไป

Ref: clevelandclinic | webmd | spineinfo

ศ. นพ. วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล

ศูนย์กระดูกสันหลัง

ความชำนาญพิเศษ ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

Prof. Wicharn Yingsakmongkol, M.D.

Spine Centre

Specialty

Orthopaedic Surgery and Spinal Surgery

Language

Thai, English

Make an appointment


Spinal surgery, Spinal deformity, Scoliosis, Total Artificial Disc Replacement (Lumbar & Cervical Regions)


– Certified Thai Specialty Board of Orthopedic Surgery
– Certified Surgical Spine Fellowship (2years programme), University of MissouriColumbia, USA
– Fellowship in Spine Surgery, Columbia Spine Center, USA
– Fellowship in Pediatric Orthopedic and Spinal Deformity Surgery, Delaware, USA


– M.D., Chulalongkorn University

Doctor’s Schedule
Day Time Location
Tuesday 17:30 – 20:00 Spine Centre
(เฉพาะนัด (Only for the scheduled appointment))
Saturday 08:30 – 13:00 Spine Centre
(เฉพาะนัด (Only for the scheduled appointment))