การอยู่ในท่าเดิมนาน ๆ หรือการต้องใช้เวลาจดจ่ออยู่กับการทำงาน มักทำให้เกิดอาการปวดตึงคอ บ่า สะบัก ปวดหลัง หรือปวดตามร่างกายส่วนต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งอาการนิ้วล็อก มือชา
โดยอาการที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ในปัจจุบันเราเรียกว่า “โรคออฟฟิศซินโดรม” (Office syndrome) ซึ่งคนไข้กลุ่มนี้มารักษาที่คลินิกบ่อยขึ้น และมีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วัน
วันนี้เราจึงอยากพูดและให้ความรู้ความเข้าใจถึงการป้องกัน กลุ่มอาการของ “โรคออฟฟิศซินโดรม” (Office syndrome) นี้กันค่ะ เพราะอาการปวดหรือปัญหาต่าง ๆ ที่เราพบเจอนี้ จะเกิดขึ้นจากการที่เรานั่งทำงานผิดท่ากันนั่นเองค่ะ
ความเจ็บป่วยของร่างกายที่มาจากการทำงาน เกิดได้จากสาเหตุอะไรบ้าง ?
- การนั่งติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
- การนั่งในท่าที่ผิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
- การใช้ร่างกายทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ
- เก้าอี้ที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการนั่งในท่าที่ผิด
- โต๊ะทำงานที่ไม่สมดุลต่อร่างกาย
ดังนั้น สำหรับการป้องกัน เราจึงจะคุยกันถึงเรื่องของการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่งให้ถูกต้องตามหลัก Ergonomic
Ergonomic หรือ การยศาสตร์
ซึ่งเป็นศาสตร์ที่ศึกษาการสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทำงานของมษุษย์ ไม่ว่าในเชิงสรีระศาสตร์ร่างกายมนุษย์ ออกแบบการทำงานให้ถูกสุขลักษณะ สร้างสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับการทำงาน เช่น อุณหภูมิ, แรงสั่นสะเทือน, ความสว่างแสงไฟ,เสียง หรือแม้กระทั่งเรื่องของอุปกรณ์ เป็นต้น โดยสามารถนำไปใช้ได้กับทุกสาขาวิชาชีพการทำงาน
ยกตัวอย่าง เช่น คลังคัดแยกสินค้า ต้องตั้งเชลฟ์ที่ ความสูง-ความห่าง เท่าไหร่ เพื่อให้ทำงานดี ลดการบาดเจ็บ โต๊ะทำงาน-เก้าอี้สุขภาพ ที่สอดรับร่างกาย ปรับให้เข้ากับสรีระของแต่ละคนได้ Keyboard ที่สอดรับกับการพิมพ์ เป็นต้น
สรีระศาสตร์กับลักษณะท่านั่ง ที่เหมาะสมตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomic Chair)
- หน้าจอ ควรอยู่ห่างจากตัว 1 ช่วงแขน หรือ 50-70 cm. และขอบบนของหน้าจอควรอยู่ระดับเดียวกับระดับสายตา
- ศีรษะ ตั้งตรง หรือก้มเล็กน้อย ทำมุม 10-15 องศา สายตาขนานกับพื้น
- คอ อยู่ในระดับสายตา ไม่เอียง หรือโน้มไปด้านใดด้านหนึ่ง
- หลังชิดติดพนักพิง เอนไปทางด้านหลังเล็กน้อย 120 องศา ตัวตรง ไม่แอ่นหรือก้,
- ก้นต้องแนบกับบริเวณมุมฉากของพนัก ลงน้ำหนักที่กล้ามเนื้อก้นซ้ายและขวาให้เท่ากัน
- ข้อศอกวางแนบชิดลำตัว หรือวางบนที่พักแขนทำมุม 90 องศา ข้อมือและศอกอยู่ในแนวเส้นตรง
- ต้นขาวางราบกับที่นั่ง และแนบชิดกับเบาะรองนั่ง
- เข่าข้อพับแนบชิดเบาะรองนั่ง ทำมุม 90 องศา
- เท้าวางราบกับพื้นแบบเต็มฝ่าเท้า
ข้อกำหนดและลักษณะเก้าอี้ทำงาน ตามหลักการยศาสตร์ (Ergonomic Chair)
- พนักพิงด้านหลัง มีส่วนเว้า เพื่อรองรับเอวช่วงล่าง/หลัง ให้แนบกับเก้าอี้ และสามารถปรับการล็อคเอนได้ (Backrest tilt angle adjustment)
- ปรับระดับความสูง ของที่รองคอได้ (Headrest height adjustment)
- ปรับระดับขององศา ที่รองคอได้ (Headrest angle adjustment)
- ที่รองคอเป็นตาข่าย โปร่ง ไม่เก็บฝุ่น ทำความสะอาดง่าย
- ปรับความหยืดหยุ่น ของพนักพิงได้ (Backrest flexible tilt tension adjustment)
- ที่วางแขน สามารถปรับเข้า-ออก ได้ (Arm-pad inward&outward adjustment) และสามารถปรับระดับความสูงได้ (Armrest height adjustment)
- ปรับรองนั่ง สามารถปรับเบาะเข้า-ออก ได้ (Seat depth adjustment)
- สามารถปรับเบาะรองนั่ง เข้า-ออก ได้ (Seat height adjustment)
เนื่องจากการปรับท่าทางและจัดสิ่งแวดล้อม ให้เหมาะสมกับการทำงาน มีผลโดยตรงกับแรงกระทำ ที่ทำต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก
ดังรูป เช่น การนั่งทำงานกับเก้าอี้แบบผิดท่า จะทำให้แรงกระทำที่ทำต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก มีมากถึง 190%
ในขณะที่การทำงานกับเก้าอี้แบบถูกท่าทาง ตามหลัก Ergonomic จะทำให้แรงกระทำต่อกระดูกสันหลังและหมอนรองกระดูก มีเพียง 140% และแน่นอนการยืนทำงานในท่าที่ถูกต้อง จะมีแรงกระทำเพียง 100% เท่านั้น
ดังนั้น ในปัจจุบันนี้ ถ้าเป็นไปได้เราจะแนะนำผู้ป่วยให้จัดท่าทำงาน โดยการยืนทำงานจะช่วยให้ลดอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรืออาการที่เกิดจากการทำงาน ไปได้เยอะเลยค่ะ
นอกจากการจัดโต๊ะทำงานและเก้าอี้ให้ถูกต้อง ตามหลัก การยศาสตร์ (Ergonomics) การปฏิบัติตัวให้เหมาะสมกับการทำงานก็มีความสำคัญเช่นกันค่ะ
แนะนำดังนี้
- การนั่งทำงานติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการบาดเจ็บตามมา ควรแบ่งเวลาพักในการทำงานทุก ๆ ชั่วโมง เป็นเวลา ประมาณ 10 นาที หรืออย่างน้อย ๆ แนะนำว่าควรเปลี่ยนอิริยาบถ ทุก ๆ 20-30 นาที
- หมั่นลุกเดิน อย่าอยู่กับที่นานจนเกินไป
- ยืดเส้นยืดสาย เช่น การบริหารคอ หมุนหัวไหล่ หรือบิดตัวก็ช่วยได้
- พักสายตาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บ้าง เพราะเมื่อใช้คอมพิวเตอร์ไปนาน ๆ ก็จะทำให้ดวงตาล้าได้ ลองหลับตาดูสัก 5 นาที หรือกรอกตาเป็นวงกลม หรือมองออกไปไกล ๆ ไม่จดจ่อกับวัตถุ
- เลือกโต๊ะแบบที่สามารถปรับให้ยืนได้ เพื่อเปลี่ยนอริยาบทระหว่างทำงาน
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
พญ. ธิมาพร บำรุงเชาว์เกษม
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด
สาขาเฉพาะทาง
เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ภาษา
ไทย, อังกฤษ
– Rehabilitation Medicine
– Cardiac rehabilitation
– Geriatric rehabilitation
– Pain rehabilitation
– Neurological rehabilitation
– Swallowing rehabilitation
– Hand rehabilitation
– Lerdsin Hospital
– Ramathibodi Hospital
– The incidence of cognitive dysfunction in CABG Patients at Ramathibodi Hospital (E-poster presentation in AOCPRM 2013, Holiday Inn Hotel, Chiangmai)
– Thai Board of Physical Medicine & Rehabilitation, Ramathibodi Hospital ,Mahidol University (2013)
– 2008 Doctor of Medicine Rangsit University
– Residency Rehabilitation Medicine Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University
– Thai Board of Rehabilitation Medicine
ตารางออกตรวจแพทย์
| วัน | เวลา | แผนก |
|---|---|---|
| อังคาร | 08:00 – 18:00 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| พุธ | 08:00 – 15:30 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| พฤหัสบดี | 08:00 – 15:30 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| ศุกร์ | 08:00 – 20:00 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| เสาร์ | 08:00 – 16:00 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |