งูสวัดเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่มักเกิดในผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับอาการของโรค วิธีการรักษา และการป้องกัน รวมถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับวิธีการดูแลตนเองเมื่อเป็นงูสวัด
งูสวัดคืออะไร?
งูสวัดเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสวาริเซลลา ซอสเตอร์ (Varicella zoster virus) ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสชนิดเดียวกับที่ทำให้เกิดอีสุกอีใส หลังจากหายจากอีสุกอีใส เชื้อไวรัสจะยังคงซ่อนตัวอยู่ในเส้นประสาท เมื่อภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง เชื้อไวรัสนี้สามารถฟื้นตัวและก่อโรคโดยทำให้เกิดผื่นหรือแผลตามแนวเส้นประสาทที่เชื้อนั้นซ่อนตัวอยู่ โดยมักจะเกิดเป็นแนวตามบริเวณหนึ่งของร่างกาย เช่น ลำตัวหรือใบหน้า
กลไกการเกิดงูสวัด
เมื่อระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เชื้อไวรัสที่หลบซ่อนอยู่ในระบบประสาทจะถูกกระตุ้นให้ตื่นตัวและเคลื่อนไปตามแนวเส้นประสาท ทำให้เกิดการอักเสบของเส้นประสาทและเกิดผื่นหรือแผลที่ตามมา ซึ่งแผลเหล่านี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มน้ำใสที่เรียงเป็นแนว
ภาวะแทรกซ้อนจากงูสวัด
ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยจากงูสวัดคือ อาการปวดเส้นประสาทหลังจากที่ผื่นและแผลหายไปแล้ว ซึ่งเรียกว่า Postherpetic Neuralgia (PHN) อาการนี้อาจคงอยู่ได้นานหลายเดือนหรือแม้กระทั่งหลายปี และมักพบในผู้สูงอายุ
อาการของงูสวัด
งูสวัดมักจะเริ่มด้วยอาการปวดแสบปวดร้อนหรือคันบริเวณผิวหนังตามแนวเส้นประสาท ซึ่งมักจะเกิดในบริเวณลำตัวหรือใบหน้า หลังจากนั้นจะเกิดผื่นแดงและตุ่มน้ำใสๆ ขึ้นตามแนวเส้นประสาทนั้นๆ โดยตุ่มน้ำจะเรียงเป็นแนวตรง และภายใน 3-5 วันต่อมาตุ่มน้ำจะแตกและกลายเป็นแผล
ลักษณะของผื่นและตุ่มน้ำ
ผื่นจากงูสวัดจะเกิดเป็นแนวตามแนวเส้นประสาท โดยมากมักเกิดในบริเวณลำตัวด้านข้างหรือใบหน้า และแผลตุ่มน้ำจะมีลักษณะใส เมื่อเวลาผ่านไปตุ่มน้ำเหล่านี้จะแตกและกลายเป็นสะเก็ดแห้ง
อาการปวดจากงูสวัด
อาการปวดแสบปวดร้อนเป็นอาการที่เด่นชัดของงูสวัด อาการปวดมักเกิดจากการอักเสบของเส้นประสาท และในบางรายอาจรุนแรงจนทำให้ไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ตามปกติ แม้ตุ่มน้ำจะหายไปแล้ว แต่ผู้ป่วยบางรายอาจยังคงมีอาการปวดเรื้อรังในบริเวณที่เคยมีผื่น ซึ่งเรียกว่า Postherpetic Neuralgia
อาการของงูสวัดกี่วันหาย?
โดยทั่วไปแล้วงูสวัดจะหายภายใน 2-4 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม บางคนอาจมีอาการปวดเรื้อรังที่เรียกว่า Postherpetic Neuralgia ซึ่งอาการนี้อาจคงอยู่ได้นานหลายเดือนหรือหลายปี โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปี หรือมีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการหาย
ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการฟื้นตัวจากงูสวัดรวมถึงสภาพร่างกายของผู้ป่วย เช่น อายุ ระบบภูมิคุ้มกัน และสุขภาพโดยรวม ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันแข็งแรงอาจหายได้เร็วกว่าในขณะที่ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยากดภูมิคุ้มกันอาจต้องใช้เวลานานกว่าในการฟื้นตัว
การรักษาเพื่อเร่งการหาย
ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir และ Valacyclovir เป็นยาที่มักใช้เพื่อรักษางูสวัด การใช้ยาในช่วงแรกๆ หลังจากที่เริ่มมีอาการจะช่วยลดระยะเวลาของการเป็นโรคและลดความรุนแรงของอาการได้ รวมถึงยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส
วิธีการดูแลตัวเองขณะเป็นงูสวัด
ผู้ป่วยงูสวัดควรพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน การรักษาความสะอาดบริเวณที่เป็นแผลก็สำคัญมากเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำเติม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำและใช้ผ้าสะอาดปิดแผล
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 เข็ม
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 เข็ม
|
|---|---|
|
7.400 บาท
|
13,800 บาท
|
ชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น – Shingrix
วัคซีนงูสวัด ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน
วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดชนิดซับยูนิตวัคซีน (ไม่ใช่เชื้อเป็น) เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส
- ผู้ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างโรคเอสแอลอี ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
- ในกรณีที่เคยได้วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (ZVL) มาก่อน สามารถรับวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่ได้ โดยให้ห่างจากวัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 2 เดือน
- ในกรณีที่เป็นโรคงูสวัดมาก่อน สามารถให้วัคซีนงูสวัดได้หลังจากโรคงูสวัดหายแล้วประมาณ 6 เดือนขึ้นไป
งูสวัดติดต่อทางไหน?
งูสวัดสามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัสตุ่มน้ำหรือน้ำเหลืองจากแผลของผู้ป่วย โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน สำหรับผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใส การติดเชื้อจากงูสวัดจะทำให้เกิดอีสุกอีใสแทนที่จะเกิดงูสวัด
การติดต่อผ่านการสัมผัส
งูสวัดติดต่อได้ผ่านการสัมผัสตุ่มน้ำหรือน้ำเหลืองที่ออกมาจากแผล ผู้ที่สัมผัสกับตุ่มน้ำของผู้ป่วยอาจติดเชื้อได้ ดังนั้นการป้องกันการสัมผัสกับแผลเป็นสิ่งสำคัญ
การติดต่อผ่านทางอากาศ
ในบางกรณี งูสวัดอาจติดต่อผ่านทางอากาศได้หากผู้ป่วยมีการไอหรือจาม แต่การติดต่อผ่านทางอากาศไม่พบได้บ่อยเท่าการสัมผัสโดยตรง
วิธีป้องกันการติดต่อเมื่อต้องใกล้ชิดผู้ป่วย
หลีกเลี่ยงการสัมผัสตุ่มน้ำหรือแผลของผู้ป่วย และการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ใกล้ผู้ป่วยที่มีแผลตุ่มน้ำเปิดอยู่
การรักษางูสวัด
การรักษางูสวัดมุ่งเน้นที่การบรรเทาอาการปวดและป้องกันภาวะแทรกซ้อน แพทย์อาจจ่ายยาต้านไวรัส ยาแก้ปวด หรือยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ในบางกรณีเพื่อช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการ
ยาต้านไวรัสในการรักษา
ยาต้านไวรัส เช่น Acyclovir, Valacyclovir และ Famciclovir เป็นยาที่ใช้ในการรักษางูสวัด ยาเหล่านี้ช่วยลดระยะเวลาของการเป็นโรคและลดความรุนแรงของอาการ ยิ่งเริ่มใช้ยาเร็วเท่าใด ก็ยิ่งมีประสิทธิภาพในการลดการแพร่กระจายของไวรัส โดยเฉพาะในช่วง 72 ชั่วโมงแรกหลังจากเริ่มมีอาการ
การใช้ยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการ
ผู้ป่วยงูสวัดมักมีอาการปวดรุนแรงในบริเวณที่มีผื่นหรือแผล การใช้ยาแก้ปวดจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษา ยาแก้ปวดที่ใช้ทั่วไปได้แก่ พาราเซตามอล (Paracetamol) หรือ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ในบางกรณีที่อาการปวดรุนแรง แพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวดที่แรงขึ้น หรือยาแก้ปวดเฉพาะทางที่ใช้บรรเทาอาการปวดเส้นประสาท เช่น ยากลุ่ม Gabapentin หรือ Pregabalin
การใช้ยาสเตียรอยด์
ในบางกรณีแพทย์อาจสั่งจ่ายยาสเตียรอยด์เพื่อช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการปวด อย่างไรก็ตาม การใช้ยาสเตียรอยด์ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะยานี้อาจมีผลข้างเคียงหากใช้ในระยะยาว หรือใช้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพบางประเภท
การป้องกันงูสวัด
การป้องกันงูสวัดทำได้โดยการฉีดวัคซีนป้องกัน วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการลดโอกาสการเกิดงูสวัด และลดความรุนแรงของอาการในกรณีที่เป็นโรค
การฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด
วัคซีนป้องกันงูสวัดที่มีอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า วัคซีน Zoster ซึ่งแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ วัคซีนนี้มีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคและลดความรุนแรงของอาการ
การป้องกันสำหรับผู้ที่เสี่ยงติดเชื้องูสวัด
ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน หรือผู้ที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนและวิธีป้องกันอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดโรค
การรักษาสุขภาพทั่วไป
การดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และพักผ่อนเพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการเกิดงูสวัด
ทำไมจึงควรฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด ใครควรได้รับวัคซีนบ้าง เหตุผลที่ควรฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด:
ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคงูสวัด
วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคงูสวัด (Herpes Zoster) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Varicella Zoster Virus (VZV) ที่หลบซ่อนในร่างกายหลังจากเคยเป็นอีสุกอีใสในวัยเด็ก
ลดความรุนแรงของอาการ
หากได้รับวัคซีนและยังคงเป็นโรคงูสวัด อาการจะมีแนวโน้มรุนแรงน้อยลง
ป้องกันภาวะแทรกซ้อน ได้แก่
- Postherpetic Neuralgia (PHN): อาการปวดที่ยังคงอยู่แม้ผื่นจะหายแล้ว พบได้ในผู้ป่วยสูงอายุ
- ปัญหาการมองเห็น: หากงูสวัดเกิดใกล้ตา อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นได้
- การติดเชื้อแบคทีเรีย: หากแผลเกิดการติดเชื้อเพิ่มเติม
เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ภูมิคุ้มกันเริ่มลดลง การฉีดวัคซีนช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันที่จำเพาะต่อไวรัสนี้
ใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีนป้องกันงูสวัด:
ผู้สูงอายุ
แนะนำสำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป อายุ 60 ปีขึ้นไปถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เพราะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคและภาวะแทรกซ้อน
ผู้ที่ต้องการป้องกันโรคในอนาคต
แม้จะไม่มีความเสี่ยงชัดเจนในปัจจุบัน แต่การฉีดวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต
ผู้ที่เคยเป็นอีสุกอีใส
หากเคยเป็นอีสุกอีใสในอดีต จะมีไวรัส Varicella Zoster Virus สะสมในร่างกาย ซึ่งอาจกลับมาก่อโรคงูสวัดได้
ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
เช่น ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคไต หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
ข้อควรระวังในการฉีดวัคซีนป้องกันงูสวัด
- ผู้ที่มีอาการแพ้วัคซีนงูสวัดหรือส่วนประกอบในวัคซีนไม่ควรรับวัคซีน
- ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องรุนแรงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
วัคซีนที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ Shingrix (วัคซีนชนิดใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าและไม่มีการใช้เชื้อไวรัสเป็นส่วนประกอบ) ซึ่งให้ผลคุ้มครองโรคได้ดีกว่าแบบเดิม (Zostavax)
แผนกอายุรกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ชั้น4.
บริการ
เพราะเราใส่ใจในสุขภาพของผู้ป่วยทุกท่าน คลินิกอายุรกรรมของ โรงพยาบาล บีเอ็นเอช จึงยินดีให้บริการดูแลรักษา และวินิจฉัยสุขภาพของผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคทางอายุรศาสตร์ คลินิกอายุร-กรรมผู้ป่วยนอก ครบครันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสาขา อบอุ่น ทันสมัย มั่นใจในบริการที่มีคุณภาพ
ห้องตรวจและเครื่องมือทางการแพทย์
- ห้องตรวจรักษา 13 ห้อง
- ห้องเจาะเลือด
- ห้องปฏิบัติการรักษา
- การตรวจวัดสัญญาณชีพ
- ห้องตรวจภายใน
การบริการ
- อายุรแพทย์ทั่วไป
- แพทย์ด้านโรคปอด
- แพทย์ด้านโรคภูมิแพ้
- แพทย์ด้านจิตเวช
- แพทย์ด้านโรคข้อและรูมาติซึ่ม
- แพทย์ด้านโรคระบบประสาท
- แพทย์ด้านโรคไต
- แพทย์ด้านโรคติดเชื้อ
- แพทย์ด้านโรคเลือด
- คลีนิกเบาหวานและฮอร์โมน
- แพทย์ด้านโรคผู้สูงอายุ
- แพทย์ด้านโรคมะเร็ง

เวลาทำการ
วันจันทร์ – วันเสาร์ 06:00 - 20:00
วันอาทิตย์ 07:00 - 20:00

นัดหมายแพทย์และสอบถาม
แชท (LINE): บริการสนทนาผ่าน LINE
เปิดให้บริการทุกวัน 8:00 - 18:00 น.
E-Mail : [email protected]
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
– Internal Medicine, New York Hospital B.Sc. Northern Arizona University
– Postgraduate Neurophysiology California State University (Fullerton)
– M.D.St.George’s University School of Medicine
ตารางออกตรวจแพทย์
| วัน | เวลา | แผนก |
|---|---|---|
| จันทร์ | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| อังคาร | 10:00 – 17:00 | แผนกอายุรกรรม |
| พุธ | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| พฤหัสบดี | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| ศุกร์ | 10:00 – 18:00 | แผนกอายุรกรรม |
| เสาร์ | 10:00 – 14:00 | แผนกอายุรกรรม |
SPECIALIST
แผนกอายุรกรรม ศูนย์ตรวจสุขภาพ | แผนกอายุรกรรม แผนกอายุรกรรม แผนกอายุรกรรม แผนกอายุรกรรม แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท แผนกอายุรกรรม แผนกอายุรกรรม แผนกอายุรกรรม | แผนกผู้ป่วยวิกฤต แผนกอายุรกรรม แผนกอายุรกรรม | แผนกห้องผ่าตัด แผนกอายุรกรรม
พญ. ไอรีน ยินออง เกียรติกวานกุล
อายุรกรรมทั่วไป
นพ. จรัน มาลฮอตรา
เวชปฏิบัติทั่วไป
รศ. นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์
โรคปอดและทรวงอก
ผศ. ดร. นพ. ชัยชนะ นิ่มนวล
จิตเวชศาสตร์
รศ. นพ. ฐิตเวทย์ ตุมราศวิน
โรคข้อและรูมาตอยด์
นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง
ประสาทวิทยา
นพ. นพพล ลีลายุวัฒนกุล
โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ
พญ. นวลศรี แตระกุล
อายุรกรรมทั่วไป
พญ. นิวัน กลิ่นงาม
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ และเวชบำบัดวิกฤต
พญ. ปิยาภัสร์ จิตภิรมย์
จิตเวช, จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
ผศ. นพ. พรเลิศ ฉัตรแก้ว
วิสัญญีวิทยา
นพ. ยุทธนา บุษยวิทย์
โรคภูมิแพ้
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 เข็ม
|
แพ็กเกจวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 2 เข็ม
|
|---|---|
|
7.400 บาท
|
13,800 บาท
|
ชนิดไม่ใช่เชื้อเป็น – Shingrix
วัคซีนงูสวัด ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 2-6 เดือน
วัคซีนป้องกันโรคงูสวัดชนิดซับยูนิตวัคซีน (ไม่ใช่เชื้อเป็น) เหมาะกับใคร?
- ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติเคยป่วยเป็นโรคอีสุกอีใส
- ผู้ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ที่ปลูกถ่ายไขกระดูกหรือปลูกถ่ายอวัยวะ ผู้ที่เป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองอย่างโรคเอสแอลอี ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี กลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน เป็นต้น
- ในกรณีที่เคยได้วัคซีนเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ (ZVL) มาก่อน สามารถรับวัคซีนงูสวัดชนิดใหม่ได้ โดยให้ห่างจากวัคซีนเชื้อเป็นอย่างน้อย 2 เดือน
- ในกรณีที่เป็นโรคงูสวัดมาก่อน สามารถให้วัคซีนงูสวัดได้หลังจากโรคงูสวัดหายแล้วประมาณ 6 เดือนขึ้นไป