Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

อาการ RSV ในเด็ก กับไข้หวัดใหญ่

แยก อาการ RSV ในเด็ก กับไข้หวัดใหญ่
ลูกไอหนัก หอบเหนื่อย ดูแลอย่างไร? จากคุณหมอ รพ. BNH

สรุปสาระสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่

  • แยกความต่างของโรค: ไข้หวัดใหญ่มักมีไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว เจ็บคอ ไอมากในระยะแรกของโรค ในขณะที่ RSV มักเริ่มจากอาการคล้ายหวัดธรรมดา แต่เมื่อระยะเวลาผ่านไปประมาณ 3-4 วันอาการอาจแย่ลง ไอหนัก น้ำมูกเสมหะเยอะขึ้น หายใจมีเสียงวี้ด หอบเหนื่อยหายใจเร็ว หน้าอกบุ๋ม เนื่องจากเชื้อไวรัสลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง
  • ระวังภาวะหลอดลมฝอยส่วนปลายหรือปอดอักเสบในเด็กทารก: ประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ของเด็กทารกที่ติดเชื้อ RSV จะเกิดอาการรุนแรงจากหลอดลมฝอยส่วนปลายหรือปอดอักเสบ (bronchiolitis/ pneumonia) เสี่ยงต่อการเกิดภาวะหายใจล้มเหลว หรือพัฒนาไปสู่ภาวะหลอดลมไว (airway hyperresponsiveness) และหอบหืด (asthma) ในอนาคตได้
  • เกราะป้องกันใหม่ล่าสุด: ปัจจุบันมีนวัตกรรม “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป” สองชนิด ได้แก่ Nirsevimab และ Clesrovimab ที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดการเกิดโรครุนแรง ลดการนอนโรงพยาบาลหรือเข้าไอซียู สามารถปกป้องทารกได้ทันทีหลังฉีดและออกฤทธิ์ครอบคลุมยาวนานตลอดฤดูกาลระบาด

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝนหรือช่วงเปิดเทอม สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่มักจะต้องรับมือคืออาการเจ็บป่วยของลูกรัก โดยเฉพาะโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่ติดต่อกันได้ง่ายมาก เมื่อลูกเริ่มมีอาการ “น้ำมูก คัดจมูก ไอ” คำถามแรกที่มักผุดขึ้นมาในใจคือ ลูกกำลังเป็นแค่ไข้หวัดธรรมดา หรือกำลังเผชิญกับไวรัสตัวร้ายอย่าง RSV และไข้หวัดใหญ่ (Influenza) กันแน่

ในประเด็นนี้ พญ. พิณทิพย์ สุชาติลิขิตวงศ์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ รพ. BNH ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจถึงการดูแลรักษาโรคติดเชื้อในยุคปัจจุบันไว้ว่า

“หลังการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้ปัจจุบันการเข้าถึงชุดอุปกรณ์สำหรับตรวจหาเชื้อทางจมูกด้วยตนเองแพร่หลายเป็นที่นิยม เมื่อเด็กๆ เริ่มมีอาการป่วยน้ำมูก คัดจมูก ไอ ผู้ปกครองสามารถซื้อชุดตรวจมาแยงจมูกเด็กๆที่บ้านเองได้ในเบื้องต้น ทำให้รู้ว่าลูกติดเชื้ออะไร ซึ่งชุดตรวจปัจจุบันก็สามารถตรวจหาเชื้อได้หลายชนิดในครั้งเดียว แต่เมื่อไหร่ที่ลูกมีอาการหนัก แม้ตรวจเองแล้วแต่ไม่พบเชื้อ อย่าเพิ่งวางใจว่าไม่ป่วยแน่นอน ควรมาโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกายและส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการด้วยเทคนิคที่มีความไวสูงขึ้นเพื่อยืนยันเชื้อที่แน่ชัด”

บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ไปทำความเข้าใจวิธีสังเกตความแตกต่างของไวรัสแต่ละชนิด พร้อมเจาะลึกนวัตกรรมใหม่ที่จะช่วยปกป้องลูกน้อยจาก RSV ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1. ความแตกต่างที่สังเกตได้: อาการ RSV กับ ไข้หวัดใหญ่ ไม่เหมือนกันอย่างไร?

แม้ว่า RSV และไข้หวัดใหญ่ จะเป็นไวรัสที่จู่โจมระบบทางเดินหายใจเหมือนกัน แต่ลักษณะการแสดงออกของอาการในเด็กนั้นมีความแตกต่างกันพอสมควร การสังเกตอย่างละเอียดจะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ประเมินสถานการณ์ได้ดีขึ้น สามารถแยกความแตกต่างได้ดังนี้:

ตารางเปรียบเทียบอาการ: RSV vs ไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

จุดสังเกต ไวรัส RSV ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Flu)
การเริ่มต้นของไข้ ไข้มักจะค่อยๆ ขึ้น เริ่มจากไข้ต่ำๆ คล้ายหวัด ไข้สูงปรี๊ดขึ้นมาอย่างเฉียบพลันทันที
ลักษณะการไอและเสมหะ ไอหนักมาก มีเสมหะปริมาณมากและเหนียวข้น ไอแห้งๆ เสมหะไม่เยอะเท่า RSV
การหายใจ หายใจลำบาก หายใจเร็ว และอาจมีเสียงวี้ดได้ (Wheezing) หายใจเร็วจากไข้สูง
อาการตามร่างกาย ดูดนมน้อยลง งอแงจากคัดจมูก ปริมาณน้ำมูกและเสมหะเยอะมาก ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีอาการระบบทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องเสีย ร่วมด้วย

2. สัญญาณอันตราย (Red Flags): เมื่อไหร่ที่อาการไอหอบเริ่มคุกคามชีวิต?

ไวรัส RSV มีความน่ากลัวตรงที่สามารถลุกลามลงไปถึงหลอดลมฝอยและเนื้อปอด ทำให้เกิดอาการหลอดลมฝอยส่วนปลายอักเสบ (bronchiolitis) หรือปอดอักเสบ (pneumonia) ได้ หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณอันตรายเหล่านี้ ต้องรีบพาลูกมาโรงพยาบาลด่วน:

  • หายใจเร็วรัว หายใจหอบเหนื่อย 
  • ใช้แรงหายใจมากขึ้น มีหน้าอกหรือชายโครงบุ๋ม
  • หายใจมีเสียงดังครืดคราด หรือมีเสียงวี้ดชัดเจน
  • ปากม่วงหรือเขียว ซึ่งอาจบ่งว่ามีออกซิเจนในเลือดต่ำ
  • หากที่บ้านมี pulse oximeter สำหรับวัดระดับออกซิเจนที่ปลายนิ้ว พบว่ามีระดับออกซิเจนน้อยกว่า 92-95%

3. นวัตกรรมใหม่ล่าสุด "Nirsevimab และ Clesrovimab" เกราะป้องกัน RSV สำหรับทารก

เนื่องจากปัจจุบันไวรัส RSV ยังไม่มียาต้านไวรัสที่ใช้รักษาให้หายขาดได้โดยตรง การรักษาจึงเป็นการประคับประคองตามอาการ เช่น การให้สารน้ำให้เพียงพอ การพ่นน้ำเกลือเข้มข้นเป็นฝอยละอองเพื่อช่วยลดความเหนียวของเสมหะ การใช้ยาพ่นขยายหลอดลม salbutamol หรือ adrenaline ในกรณีที่มีภาวะหลอดลมไวที่ตอบสนองยากลุ่มนี้ หรือภาวะครูป (croup) เป็นต้น

การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ข่าวดีสำหรับวงการกุมารเวชศาสตร์คือ ปัจจุบันมีนวัตกรรมที่เรียกว่า “ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป (Monoclonal Antibody)” สองชนิดที่มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน ได้แก่ Nirsevimab และ Clesrovimab ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ (A New Frontier) ในการปกป้องเด็กเล็กจาก RSV รุนแรง

  • ปกป้องทันที: แตกต่างจากวัคซีนทั่วไปที่ต้องรอให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเอง Nirsevimab และ Clesrovimab คือแอนติบอดีที่ฉีดเข้าไปแล้วสามารถออกฤทธิ์ปกป้องลูกน้อยจากไวรัส RSV ได้ทันที
  • ครอบคลุมยาวนาน: การฉีดเพียง 1 เข็ม สามารถให้ความคุ้มครองได้ยาวนานครอบคลุมตลอดฤดูกาลระบาดของ RSV (ประมาณ 5-6 เดือน)
  • ลดความรุนแรง: ช่วยลดโอกาสที่ลูกจะต้องนอนโรงพยาบาล เข้าไอซียู ลดความเสี่ยงปอดอักเสบรุนแรง และช่วยให้ลูกน้อยปลอดภัยในช่วงวัยที่ปอดยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • ปลอดภัย: อาจมีอาการข้างเคียง เช่น ปวด บวม แดงบริเวณที่ฉีด มีผื่นขึ้น ส่วนใหญ่เป็นระดับเล็กน้อยและหายได้เอง

ตัดวงจรโรคระบาด เพื่อระบบทางเดินหายใจที่แข็งแรง

การรับมือกับโรคระบบทางเดินหายใจต้องอาศัยการป้องกันทั้งจากภายใน (การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่หรือรับภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป RSV) และภายนอก (การดูแลสุขอนามัย มี respiratory hygiene ที่ดี) เมื่อลูกต้องไปโรงเรียนหรืออยู่ร่วมกับเด็กคนอื่นๆ คุณพ่อคุณแม่สามารถนำเคล็ดลับ วิธีทำความสะอาดบ้านและจุดสัมผัสเพื่อกำจัดเชื้อไวรัส ไปปรับใช้ เพื่อลดโอกาสการนำเชื้อโรคกลับมาแพร่กระจายในครอบครัว

 

ที่ ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาล BNH (ย่านสาทร-สีลม กรุงเทพฯ) เรามีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมดูแลระบบทางเดินหายใจของลูกน้อยอย่างครบวงจร ตั้งแต่การตรวจหาสาเหตุเชื้อก่อโรคด้วยเทคนิคทางห้องปฏิบัติการที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ มีความแม่นยำสูง การดูแลรักษาภาวะปอดอักเสบ ไปจนถึงการให้คำแนะนำเรื่องวัคซีนและภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

บทความโดย

ผศ. พญ. พิณทิพย์ สุชาติลิขิตวงศ์

แผนกกุมารเวช

สาขาเฉพาะทาง

กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ

คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับ RSV และไข้หวัดใหญ่

ถาม: ชุดตรวจ ATK ที่ใช้ตรวจหาเชื้อโควิด สามารถตรวจหาเชื้อ RSV หรือไข้หวัดใหญ่ได้หรือไม่?

ตอบ: ชุดตรวจ ATK สำหรับโควิด-19 ทั่วไป ไม่สามารถตรวจหา RSV หรือไข้หวัดใหญ่ได้ แต่ปัจจุบันมีชุดตรวจแบบรวม (Combo Test) ที่สามารถตรวจจับเชื้อได้หลายชนิดในชุดเดียวกัน เช่น ไข้หวัดใหญ่ (Flu A/B), RSV, hMPV, โควิด-19, parainfluenza, adenovirus ในการแยงจมูกเพียงครั้งเดียว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถซื้อมาตรวจเบื้องต้นให้ลูกเองที่บ้านได้

ถาม: อาการไอจาก RSV ปกติจะใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะหายสนิท?

ตอบ: โดยทั่วไป อาการไข้และน้ำมูกมักจะดีขึ้นภายใน 7-10 วัน แต่ "อาการไอ" จากเชื้อ RSV อาจลากยาวได้ถึง 2-3 สัปดาห์ เนื่องจากไวรัสเข้าไปทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบและมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากขึ้น หากลูกมีอาการไอเรื้อรังนานกว่า 3-4 สัปดาห์ขึ้นไปหรือรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน การนอนหลับ ควรพามาพบกุมารแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นๆที่ทำให้ไอเรื้อรัง

ถาม: ภูมิคุ้มกันสำเร็จรูป Nirsevimab และ Clesrovimab สามารถฉีดพร้อมกับวัคซีนเด็กตัวอื่นๆ ได้หรือไม่?

ตอบ: สามารถรับพร้อมกับวัคซีนพื้นฐานตามวัยตัวอื่นๆ ได้อย่างปลอดภัย เนื่องจากภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปเป็นการให้แอนติบอดีที่จำเพาะต่อการป้องกันไวรัส RSV โดยเฉพาะเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่รบกวนการสร้างภูมิคุ้มกันจากวัคซีนตัวอื่นๆ อย่างไรก็ตาม ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อวางแผนตารางการรับวัคซีนและภูมิคุ้มกันที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกน้อยแต่ละคน

บทความเกี่ยวกับโรคติดเชื้อในเด็ก