Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ฉีดวัคซีน RSV ได้ประโยชน์ 2 ต่อ ทั้งปกป้องลูกน้อยและคุณแม่ไม่ให้ติดเชื้อ

ไวรัส RSV เป็นเชื้อไวรัสที่พบบ่อยที่สุดในโรคปอดบวมในเด็ก และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในทารกแรกเกิดอันดับที่ 2 ทั่วโลก โดยมักจะระบาดในช่วงหน้าฝน (มิถุนายน-สิงหาคม) ถึงหน้าหนาว (ธันวาคม-กุมภาพันธ์) ทุกๆปี จะมีเด็กในสหรัฐอเมริกาที่อายุน้อยกว่า 5 ปี (ส่วนใหญ่อายุน้อยกว่า 6 เดือน) จำนวน 100-300 คน เสียชีวิตจากการติดเชื้อ RSV และเด็กที่ติดเชื้อ RSV ใน 3 ปีแรกหลังคลอด มีโอกาสเป็นหอบหืดมากกว่าเด็กทั่วไปถึง 3 เท่า

สำหรับการติดเชื้อ RSV ในหญิงตั้งครรภ์ พบประมาณ 2-9% อาการคือ มีไข้ 2-3 วัน มีน้ำมูก เจ็บคอ 4 วัน แต่เนื่องจากคุณแม่ตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้มีโอกาสเป็นโรครุนแรงถึงขั้นปอดบวมได้มากว่า 50%

การฉีดวัคซีนจะช่วยป้องกันไม่ให้คุณแม่ตั้งครรภ์ติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรค นอกจากนี้ยังช่วยส่งผ่านภูมิคุ้มกันจากคุณแม่สู่ลูกในครรภ์ ทำให้ปกป้องลูกน้อยจากการติดเชื้อนาน 6 เดือน โดยหากฉีดวัคซีนในคุณแม่ตั้งครรภ์ช่วงอายุครรภ์ 32-36 สัปดาห์ จะสามารถลดการนอนโรงพยาบาลของลูกน้อยจากการติดเชื้อ RSV ที่ 3 เดือน 68% และที่ 6 เดือน 57% และสามารถลดการนอน ICU ของลูกน้อยจากการติดเชื้อ RSV ที่ 3 เดือน 82% และที่ 6 เดือน 69%

ในแง่ความปลอดภัยของวัคซีน สามารถให้ได้กับคุณแม่ตั้งครรภ์ทุกท่านที่ไม่เคยมีประวัติแพ้วัคซีน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือ ปวดบริเวณที่ฉีด ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว คลื่นไส้ แต่อาการไม่รุนแรง ยังไม่มีรายงานประโยชน์ของวัคซีนนี้ในคุณแม่ให้นม จึงไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน RSV กับคุณแม่หลังคลอด
สำหรับการป้องกันการติดเชื้อ RSV คือการหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อ RSV เลี่ยงการไปสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน ใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือให้สะอาดและเช็ดพื้นผิวที่มือสัมผัสบ่อยๆ นอนหลับให้เพียงพอ งดการสูบบุหรี่

เนื้อหาโดย พญ. ลลิตา กุลมาลา
สูตินรีแพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช 02-022-0850 และ 02-022-0788

วิดีโอความรู้