Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

RSV กับโรคหืด

Key Takeaways

  • ตัวกระตุ้นอันตราย: ไวรัส RSV เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โรคหืดกำเริบอย่างรุนแรง เนื่องจากทำให้หลอดลมอักเสบ บวม และมีเสมหะมากจนหายใจลำบาก

  • ความเสี่ยงระยะยาว: เด็กเล็กที่เคยป่วยเป็นหลอดลมฝอยอักเสบจาก RSV อย่างรุนแรง มีโอกาสสูงขึ้นที่จะพัฒนาเป็นโรคหืดเมื่อเติบโตขึ้น

  • สังเกตอาการวิกฤต: หากผู้ป่วยไอถี่ มีเสมหะเหนียว หายใจหอบเหนื่อย มีเสียงหวีด หรือหายใจลำบาก (ปีกจมูกบาน/หน้าอกบุ๋ม) ควรพบแพทย์ทันที

  • การรักษา: เน้นการดูแลแบบประคับประคอง เช่น การพ่นยาขยายหลอดลมและการดูดเสมหะ ภายใต้การดูแลของกุมารแพทย์หรือแพทย์เฉพาะทาง

ไวรัส อาร์เอสวีกับโรคหืด

ไวรัส อาร์เอสวี (RSV: Respiratory Syncytial Virus)  หรือ เรสไพราทอรีซินซิเชียลไวรัส  เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง เกิดการติดเชื้อได้ทั้งในเด็กและผู้สูงอายุ ค้นพบครั้งแรกในปีพ.ศ. 2500 ซึ่งเป็นสาเหตุของหลอดลมฝอยอักเสบเฉียบพลัน (Acute Bronchiolitis) ในเด็กทารก และในปีพ.ศ. 2513 ได้ตรวจพบว่าเชื้อไวรัสอาร์เอสวีเป็นสาเหตุของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจในผู้สูงอายุเป็นครั้งแรก ปัจจุบันเป็นโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 0 – 5 ปี

ทำไม RSV จึงส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโรคหืด?

กลไกการกระตุ้นอาการหอบหืด

เมื่อร่างกายได้รับเชื้อ RSV ไวรัสจะเข้าไปโจมตีเยื่อบุทางเดินหายใจโดยตรง ทำให้เกิดการอักเสบและการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันที่รุนแรงขึ้นในผู้ป่วยที่เป็นโรคหืดอยู่แล้ว ซึ่งกลไกนี้ทำให้:

  • หลอดลมหดเกร็ง: กล้ามเนื้อรอบหลอดลมบีบตัวมากกว่าปกติ

  • การอุดกั้นจากเสมหะ: ร่างกายผลิตเมือกหรือเสมหะออกมามากขึ้นเพื่อกำจัดเชื้อโรค แต่กลับไปปิดกั้นทางเดินอากาศ

  • ความไวของหลอดลมเพิ่มขึ้น: ทำให้อาการหอบเหนื่อยเกิดขึ้นได้ง่ายและยาวนานกว่าปกติ

 

การติดต่อ และการแพร่ระบาด

เชื้อไวรัสอาร์เอสวีเกิดได้ทั่วโลก โดยมักระบาดในฤดูหนาวของประเทศแถบตะวันตก และในฤดูฝนหรือฤดูหนาวในประเทศเขตร้อน สำหรับประเทศไทยมักจะระบาดในช่วงเดือนสิงหาคม – พฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศมีการเปลี่ยนแปลง และมีความชื้นสูง นอกจากนี้เชื้อไวรัสอาร์เอสวีสามารถติดต่อได้ง่าย ทั้งโดยการสัมผัสอย่างใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อนี้อยู่แล้ว หรือ มีการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งที่มีเชื้อไวรัสนี้ผ่านทางตาและจมูก หรือทางการหายใจ โดยผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีสามารถกระจายเชื้อให้ปะปนอยู่ในอากาศภายในรัศมี 3 ฟุตผ่านทางการไอหรือจาม 

พยาธิสภาพ

เชื้อไวรัสอาร์เอสวีมีระยะฟักตัวประมาณ 5 วัน เริ่มจากการแบ่งตัวบริเวณเยื่อบุผิวทางเดินหายใจในระยะเริ่มต้น มักจะเริ่มจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน โดยจะมีอาการคล้ายไข้หวัด ไอและคัดจมูก แต่ในบางรายอาจเริ่มติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง ซึ่งมักพบว่าเกิดการอักเสบที่หลอดลมฝอยส่วนปลาย (Bronchiolitis) เกิดการบวมของต่อมน้ำเหลืองและเนื้อเยื่อโดยรอบ ส่งผลทำให้เกิดการตายของเยื่อบุผิวทางเดินหายใจของหลอดลมฝอยส่วนปลายและหลุดออกมาร่วมกับเยื่อเมือกที่ผลิตออกมาในปริมาณมาก จะทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ปอด ซึ่งจะทำให้เกิดโรคปอดบวมหรือปอดอักเสบ หรือส่งผลให้เป็นโรคหอบหืดในที่สุด

อาการ

  • อาการเริ่มแรกจะเหมือนไข้หวัดทั่วไป คือ มีไข้ต่ำๆ ไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล กินน้ำ กินนมได้ จะแสดงอาการอยู่ประมาณ 2 – 4 วัน
  • การดำเนินโรคของทางเดินหายใจส่วนล่างมีมากขึ้น จะมีอาการไข้สูง ไอมากขึ้นร่วมกับมีเสมหะ ไอหอบ กล่องเสียงอักเสบ หลอดลมอักเสบ หายใจหอบเหนื่อย มักหายใจมีเสียงดังวิ๊ดๆ  หน้าอกบุ๋ม  เพราะมีการใช้กล้ามเนื้อซี่โครงในการช่วยหายใจ ซึมลง ตัวเขียว กินข้าว กินน้ำ กินนมไม่ได้
  • ภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยจากการติดเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก คือ หูชั้นกลางอักเสบ (OTITIS MEDIA)  โดยเฉพาะในเด็กอายุ 1 – 3 ปี ที่มาพบแพทย์จะพบว่ามากกว่า  74% จะตรวจพบการติดเชื้ออาร์เอสวีจากของเหลวในหูชั้นกลาง ทำให้หูชั้นกลางอักเสบ มักเกิดภายใน 5 วันหลังจากการติดเชื้อทางเดินหายใจ 
  • ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการรุนแรงมากขึ้น คือ เป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด คลอดก่อนกำหนด มีภูมิต้านทานต่ำ ผู้ป่วยที่มีโรคทางเดินหายใจและโรคหัวใจเรื้อรัง ยาบางชนิด หรือการได้รับสารก่อภูมิแพ้บางชนิด

อาร์เอสวีกับโรคหืด: ความสัมพันธ์ที่ต้องเฝ้าระวัง

ไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้โรคหืดกำเริบอย่างเฉียบพลันในผู้ป่วยเดิม และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เพิ่มโอกาสการเกิดโรคหืดในอนาคตสำหรับเด็กเล็กที่เคยติดเชื้อรุนแรง การติดเชื้อจะทำให้เยื่อบุทางเดินหายใจอักเสบบวม ส่งผลให้หลอดลมตีบแคบและหายใจลำบาก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินอาการและดูแลโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด

ตารางเปรียบเทียบอาการและแนวทางการดูแลเมื่อเกิดการติดเชื้อ

ลักษณะอาการความสำคัญทางคลินิกแนวทางการปฏิบัติ
หายใจมีเสียงหวีด (Wheezing)บ่งบอกถึงภาวะหลอดลมตีบแคบต้องรับการพ่นยาขยายหลอดลมทันที
ไอถี่และเสมหะเหนียวข้นเสี่ยงต่อทางเดินหายใจอุดกั้นต้องดูดเสมหะและจิบน้ำสะอาดเพื่อละลายเสมหะ
หายใจหอบเหนื่อย / หน้าอกบุ๋มสัญญาณอันตรายจากภาวะขาดออกซิเจนรีบพบแพทย์ เพื่อรับออกซิเจนหรือรักษาในโรงพยาบาล
ไข้ต่ำๆ ร่วมกับอาการหอบสัญญาณการติดเชื้อ RSVติดตามอาการใกล้ชิด และพบแพทย์ตามนัด

 

การรักษา

เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัส RSV โดยตรง การรักษาจึงเน้นไปที่การประคับประคองตามอาการ หากผู้ป่วยมีอาการหอบรุนแรง แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาในโรงพยาบาล เช่น การให้ออกซิเจน การพ่นยาขยายหลอดลม และการติดตามการทำงานของปอดอย่างใกล้ชิด โดยผู้ป่วยสามารถปรึกษาทีมแพทย์เฉพาะทาง (https://www.bnhhospital.com/th/คลินิกและศูนย์รักษา/baacbnh/) เพื่อวางแผนการรักษาในระยะยาวและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

หากท่านกังวลใจเกี่ยวกับอาการหอบเหนื่อยของบุตรหลานหรือคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติโรคภูมิแพ้หรือโรคหืด ทีมกุมารแพทย์และแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินหายใจ  พร้อมให้คำแนะนำและดูแลด้วยความเข้าใจเสมือนครอบครัว

การป้องกัน

  • ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันไวรัสอาร์เอสวีในประเทศไทย

- การป้องกันเชื้อไวรัสอาร์เอสวีในเด็กเล็ก

จำเป็นต้องเพิ่มภูมิต้านทานธรรมชาติให้แก่เด็ก อาทิ การเลี้ยงดูบุตรด้วยนมมารดา จะทำให้เด็กมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ล้างมือให้เด็กบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการพาเด็กไปในสถานที่แออัด ให้เด็กอยู่ห่างจากผู้ป่วยโรคหวัด เด็กที่ต้องอยู่ในห้องแอร์ หรืออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาว ต้องให้ใส่เสื้อผ้าหนาๆ และดูแลให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ

- การป้องกันเชื้อไวรัสในผู้สูงอายุ

-การป้องกันเชื้อไวรัสในผู้สูงอายุ ไม่ควรเข้าใกล้เด็กที่ป่วยเป็นไข้หวัด โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง หากจำเป็นต้องอยู่ใกล้ ควรหมั่นล้างมืออยู่เสมอ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย

บทความโดย

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

ศ.ดร.พญ. อรพรรณ โพชนุกูล

ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

ความชำนาญพิเศษ

กุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– สาขา กุมารเวชศาสตร์
– สาขา อนุสาขากุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้ และภูมิคุ้มกัน


– อนุมัติบัตรกุมารเวชศาสตร์โรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล
– วุฒิบัตรกุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
– ประกาศนียบัตร American Board Certified in Nutritional Wellness


– ปริญญาเอกสาขา Oral Health Science (International Program) คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– แพทยศาสตร์บัณฑิต คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


ตำแหน่งทางวิชาชีพ
– นายกสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย(Thailand Asthma Council)
– ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโรคภูมิแพ้ โรคหืดและระบบหายใจ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ผู้อำนวยการศูนย์ Lifestyle and wellness medical center รพ. ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
– หัวหน้าหน่วยวิจัยเฉพาะทางสมุนไพรเพื่อรักษาโรคหืดและภูมิแพ้
– รองประธานมูลนิธิโรคหืดแห่งประเทศไทย

ผลงานทางวิชาการ
– ประพันธ์งานวิจัยเกือบ 40 ฉบับ
– เขียนหนังสือเรียน 5 เล่ม รวมหนังสือเรียนนานาชาติ 1 เล่ม

นวัตกรรมและการมีส่วนร่วมในการดูแลโรคหอบหืด
– พัฒนา 3 นวัตกรรมสำคัญเพื่อผู้ป่วยโรคหอบหืด
– จัดตั้งเครือข่ายการดูแลโรคหอบหืด

รางวัลและการยอมรับ
– ได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับนานาชาติ 3 รางวัล จากงานเจนีวา เกาหลี ไต้หวัน International Invention Fair

ภารกิจการพูดระหว่างประเทศ
– นำเสนอเป็นวิทยากรระดับนานาชาติในญี่ปุ่น เกาหลี เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย

มุ่งเน้นการวิจัย
– มุ่งเน้นไปที่การรักษาโรคภูมิแพ้แบบใหม่เป็นหลัก

การมีส่วนร่วมของการทดลองทางคลินิก
– มีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในการทดลองทางคลินิกระยะที่ 2 และ 3 สำหรับยาสมุนไพรที่มุ่งรักษาโรคหอบหืด

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
พฤหัสบดี 15:00 – 18:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
เสาร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้

บทความที่เกี่ยวข้อง

RSV กับโรคหิต

RSV กับโรคหืด

ไวรัส อาร์เอสวีกับโรคหืด ไวรัส อ์เอสวี (RSV: Respiratory Syncytial Virus) เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ

Read More »

การรักษาด้วยวัคซีนภูมิแพ้

วัคซีนภูมิแพ้ หรือ การรักษาโดยการบำบัดทางอิมมูนต่อสารก่อภูมิแพ้ คือ การให้สารก่อภูมิแพ้ที่ผู้ป่วยแพ้เข้าสู่ร่างกายผู้ป่วยทีละน้อย

Read More »

Food allergy and intolerance

โรคแพ้อาหาร Food Allergy ภาวะแพ้อาหารเป็นปฏิกิริยาทางอิมมูนที่ตอบสนองไวผิดปกติต่ออาหารที่รับประทาน โดยอาการที่พบแบ่งเป็นสองแบบ

Read More »

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ (FAQ)

เด็กที่เคยป่วยเป็น RSV จะกลายเป็นโรคหืดทุกคนหรือไม่?

ไม่จำเป็น แต่การติดเชื้อ RSV ที่รุนแรงในวัยเด็กเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ระบบทางเดินหายใจมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงขึ้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการพัฒนาเป็นโรคหืดได้มากกว่าเด็กที่ไม่เคยติดเชื้อ

วิธีสังเกตว่าอาการหอบนั้นเกิดจาก RSV หรือโรคหืดปกติ?

มักแยกได้ยากด้วยการสังเกตเอง เนื่องจากมีอาการคล้ายกัน (หอบเหนื่อย เสียงหวีด) หากมีไข้ร่วมด้วยมักบ่งชี้ถึงการติดเชื้อไวรัส แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย

ควรเตรียมตัวอย่างไรหากลูกเป็นโรคหืดและต้องเผชิญกับสถานการณ์ระบาดของ RSV?

ควรดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่/ไอโกรนตามคำแนะนำแพทย์ ล้างมือบ่อยๆ และหากลูกมีอาการไอหรือหอบผิดปกติ ให้รีบปรึกษาแพทย์ประจำตัวทันที

การดูดเสมหะจำเป็นมากน้อยเพียงใดสำหรับผู้ป่วย RSV?

การดูดเสมหะมีความสำคัญมากหากผู้ป่วยมีเสมหะเหนียวข้นจนหายใจไม่สะดวก เพื่อเปิดทางเดินหายใจให้โล่งขึ้นและลดโอกาสการเกิดภาวะปอดอักเสบ

ยาพ่นขยายหลอดลมที่ใช้รักษาโรคหืดใช้กับผู้ป่วย RSV ได้หรือไม่?

สามารถใช้ได้ตามคำสั่งแพทย์เพื่อช่วยบรรเทาอาการหลอดลมหดเกร็งจากการติดเชื้อ RSV แต่ต้องอยู่ภายใต้การวินิจฉัยของแพทย์ว่าเป็นการรักษาที่เหมาะสมกับอาการในขณะนั้นหรือไม่