การตรวจต่อมลูกหมาก
เลือกหัวข้อที่ต้องการ
การตรวจต่อมลูกหมากเป็นวิธีการตรวจคัดกรองที่ใช้เพื่อค้นหาสัญญาณเริ่มต้นของมะเร็งต่อมลูกหมาก โดยทั่วไป การตรวจต่อมลูกหมากจะประกอบด้วยการตรวจเลือดเพื่อดูค่า prostate-specific antigen (PSA) ซึ่งเป็นการวัดระดับแอนติเจนที่จำเพาะต่อต่อมลูกหมาก และการตรวจทางทวารหนักด้วยนิ้วมือ (digital rectal exam; DRE) โดยแพทย์จะสอดนิ้วที่สวมถุงมือเข้าไปในทวารหนัก เพื่อตรวจสอบขอบและพื้นผิวของต่อมลูกหมากเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น
1.ตรวจค่า PSA (prostate-specific antigen)
PSA คือ อะไร
คือค่าแอนติเจนที่จำเพาะต่อต่อมลูกหมากที่อยู่ในเลือด ใช้ในการตรวจหามะเร็งต่อมลูกหมาก โดยแพทย์จะสั่งเก็บตัวอย่างเลือดและส่งไปยังห้องปฏิบัติการเพื่อทำการวิเคราะห์ วัดปริมาณ PSA ในเลือด ซึ่ง PSA เป็นโปรตีนที่ผลิตขึ้นจากเนื้อเยื่อในต่อมลูกหมากทั้งที่เป็นมะเร็งและไม่เป็นมะเร็ง
PSA ยังพบในน้ำอสุจิซึ่งผลิตในต่อมลูกหมาก
หากพบค่า PSA ในระดับสูงอาจบ่งชี้ถึงมะเร็งต่อมลูกหมาก อย่างไรก็ตาม ภาวะอื่นๆ เช่น ต่อมลูกหมากโตหรืออักเสบ ก็สามารถเพิ่มระดับ PSA ได้เช่นกัน ดังนั้น ค่า PSA สูง เกิดได้จากหลายสาเหตุ
2.การตรวจภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย
เทสโทสเตอโรนเป็นฮอร์โมนเพศชายชนิดหนึ่ง ที่สร้างจากอัณฑะและต่อมหมวกไต มีผลหลายอย่างต่อร่างกาย โดยมีความสำคัญต่อมวลกล้ามเนื้อ ความแข็งแรงของกระดูก การเจริญเติบโตของเส้นผม และการสืบพันธุ์
การที่มีระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำอาจทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น รู้สึกไม่มีพลัง สมาธิไม่ดี ซึมเศร้า มีความต้องการทางเพศน้อย และภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายคือภาวะที่มีฮอร์โมนเพศชายต่ำและมีอาการดังที่กล่าวมาอย่างน้อย 1 ข้อขึ้นไป การขาดฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสามารถพบได้ โดยพบประมาณ 7% ในผู้ชายวัย 50+ ปี และพบเพิ่มมากขึ้นตามอายุ
ทำไมต้องตรวจระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
ควรตรวจระดับฮอร์โมนเมื่อมีอาการของระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนผิดปกติ
ในผู้ชายที่ผ่านช่วงวัยรุ่นแล้ว ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนมีแนวโน้มที่จะลดลงตามอายุ แต่ปัญหาสุขภาพอื่นๆ อาจทำให้ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำลงได้ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ การเจ็บป่วยเป็นระยะเวลานาน หรือปัญหาเกี่ยวกับอัณฑะ
อาการของระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำอาจรวมถึง:
– มีความต้องการทางเพศต่ำ
– มีภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศหรือ “Erectile Dysfunction; ED” (ความยากในการแข็งตัวของอวัยวะเพศ)
– ภาวะมีบุตรยาก (ทำให้ตั้งครรภ์ยาก)
– หน้าอกขยายใหญ่ขึ้น
– ไม่มีขนบนใบหน้าหรือตามร่างกาย
– กระดูกบางหรือโลหิตจางโดยไม่ทราบสาเหตุ
– การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ
เมื่อสงสัยว่าขาดฮอร์โมน ควรพบแพทย์เพื่อรับการซักประวัติและตรวจร่างกาย และรับการตรวจเลือดเพื่อวัดระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน
การวัดระดับฮอร์โมนควรทำในตอนเช้าซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ระดับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสูงที่สุด อาจจำเป็นต้องมีการตรวจเลือดหรือการทดสอบอื่นๆ ร่วมด้วย
ต้องตรวจบ่อยแค่ไหน
“ภาวะฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนต่ำเป็นปัญหาต่อเนื่องที่อาจใช้เวลารักษาในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เช่นเดียวกับโรคเรื้อรังส่วนใหญ่ แพทย์จะกำหนดวันนัดตรวจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ต่อเนื่องอย่างเหมาะสม
ในระยะแรก การตรวจสุขภาพมักตรวจทุก 3 เดือนเมื่อเริ่มต้นการรักษา และจะนัดห่างขึ้นเมื่อสัญญาณและอาการต่างๆ บรรเทาลง และมีสุขภาพโดยรวมที่ดีขึ้น”