Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

เตรียมความพร้อม รับมือ “วัยทอง” อย่างไร้กังวล

“วัยทอง” หรือช่วงวัยหมดประจำเดือน เป็นช่วงวัยที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว เราอาจจะไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังก้าวเข้าสู่วัยทอง แต่คนรอบข้างสามารถสัมผัสได้ถึงสภาวะอารมณ์ที่แปรปรวนง่ายของผู้ใหญ่วัยทอง 

สรุปสาระสำคัญ

  • วัยทอง (Menopause) คืออะไร: ภาวะที่ร่างกายสตรีขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่งผลให้ประจำเดือนขาดหายไปอย่างถาวร (ติดต่อกัน 1 ปี) มักเริ่มแสดงอาการในช่วงอายุ 40-50 ปีขึ้นไป

  • สัญญาณเตือนที่พบบ่อย: ประจำเดือนมาไม่ปกติ ร้อนวูบวาบตามร่างกาย อารมณ์แปรปรวน ช่องคลอดแห้ง นอนไม่หลับ และปวดเมื่อยตามกระดูกและข้อ

  • การเตรียมตัวและรับมือ: เน้นรับประทานอาหารแคลเซียมสูง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ รวมถึงการตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อคัดกรองความเสื่อมของร่างกาย

  • แนวทางการรักษา: หากอาการรุนแรงรบกวนการใช้ชีวิต สามารถบรรเทาได้ด้วยการรักษาตามอาการ และ “การให้ฮอร์โมนทดแทน (HRT)” ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์อย่างใกล้ชิด

มาทำความรู้จักกับวัยทองกันสักนิด

“วัยทอง” คือ สภาวะเปลี่ยนแปลงของผู้หญิงทางร่างกายและจิตใจ เกิดจากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนเพศหญิง โดยความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนจะเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ตั้งแต่ช่วงอายุประมาณ 30 ปี และอาการจะยิ่งชัดเจนขึ้น เมื่อเราเข้าสู่ช่วงอายุประมาณ 40 ปี รวมถึงผู้หญิงที่ได้รับการผ่าตัดเอารังไข่ทั้งสองข้างออกด้วยเช่นกัน

จะรู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังเข้าสู่ช่วงวัยทอง

เราสามารถสังเกตตัวเองได้ง่ายๆ ว่ากำลังมีอาการผันผวนของฮอร์โมนหรือไม่ โดยสังเกตจากประจำเดือน โดยรอบเดือนของคุณจะเร็วขึ้นหรือมาทุกๆ 3 สัปดาห์ ก่อนจะทิ้งระยะห่างเป็น 2-3 เดือนครั้ง และเว้นระยะห่างยาวนานจนครบ 1 ปี โดยระยะวัยใกล้หมดประจำเดือนนี้อาจกินเวลานานถึง 4-5 ปี 

 

ในบางราย ประจำเดือนอาจเริ่มมาคลาดเคลื่อน หรือมากะปริบกะปรอย หรือประจำเดือนขาดไป 1 ปี และกลับมาเป็นอีกครั้ง ก่อนจะหมดประจำเดือนอย่างถาวร

แล้วอาการแบบไหนล่ะ ที่บ่งบอกว่าเราเข้าสู่วัยทองแล้ว

  1.  ปวดหัวมาก วิงเวียนศีรษะ
  2. หงุดหงิดง่ายแบบไม่มีเหตุผล อารมณ์แปรปรวน ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้และบางรายอาจมีอาการซึมเศร้า ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนที่ลดลง
  3. มีอาการร้อนวูบวาบ มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ บางรายอาจมีอาการผิวหนังแดง หน้าแดง นอกจากนี้อาการดังกล่าวส่งผลให้เหงื่อออก ร้อนๆ หนาวๆ เกิดจากการแปรปรวนของระดับฮอร์โมนทำให้ร่างกายควบคุมอุณหภูมิผิดปกติ โดยจะมีอาการมากในช่วง 2-3 ปี แรก หลังหมดประจำเดือน และจะค่อยๆ ลดลงใน 1-2 ปี
  4. นอนหลับยาก และมักตื่นกลางดึกบ่อยๆ ซึ่งเป็นผลจากอาการร้อนวูบวาบ
  5. ช่องคลอดแห้งและความต้องการทางเพศลดลง เกิดจากระดับเอสโตรเจนที่ลดลง ทำให้มีปัญหาในการร่วมเพศ มีอาการคัน อาการการอักเสบของช่องคลอด มดลูก และช่องคลอดหย่อน 
  6. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรือปวดตามกระดูกและข้อ อาการที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่กระดูกเปราะบางลง ส่งผลให้เกิดอาการปวดเมื่อยตามร่างกายและเจ็บตามข้อ ซึ่งอาการดังกล่าวเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุนได้อีกด้วย

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้หญิงวัยทองบางคนอาจไม่มีอาการอะไร หรือมีอาการเพียงเล็กน้อยและมีอาการอยู่ไม่นาน แต่ในผู้หญิงบางคนอาจมีอาการรุนแรงมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน ซึ่งกรณีนี้แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง



แล้วเรามีวิธีเตรียมตัวก่อนเข้าสู่วัยทองได้อย่างไรบ้าง?

การเข้าสู่วัยทองเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็จริง แต่เราสามารถเตรียมความพร้อมและเตรียมรับมือก่อนการเปลี่ยนช่วงวัยได้ดั้งนี้

  1. งดสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  2. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเน้นอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูงและไขมันต่ำ เพื่อช่วยให้ร่างกายป้องกันภาวะกระดูกพรุน คงสภาพของกระดูกไว้ให้แข็งแรง  เพิ่มอาหารประเภทเส้นใย เช่น ผักและผลไม้ และไม่ควรทานโปรตีนมากเกินไป เนื่องจากจะทำให้สูญเสียแคลเซียมมากขึ้นและไตทำงานหนักขึ้น 
  3. ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 30 นาที โดยเน้นการเดิน การวิ่งเหยาะๆ เต้นรำ รำมวยจีน เต้นแอโรบิก เป็นต้น และออกกำลังประเภทที่มีการใช้น้ำหนัก เพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มมวลกระดูกและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
  4. พักผ่อนให้เพียงพอ และมีกิจกรรมคลายเครียด
  5. ควรตรวจสุขภาพประจำปีทุกปี โดยเน้นตรวจตรวจเช็คความดันโลหิต ตรวจเลือดหาระดับไขมัน ตรวจภายในเช็คมะเร็งปากมดลูก ตรวจหามะเร็งเต้านม (Mammography) ตรวจหาความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density) รวมทั้งการตรวจระดับของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับวัยทอง

วัยทอง รักษาได้ไหม?

เนื่องจากวัยทองไม่ใช่โรค แต่เป็นช่วงวัยที่ทุกคนต้องเจอ และอาการทั้งหมดเป็นผลมาจากฮอร์โมนของร่างกายที่ลดลง ดังนั้นการรักษาอาการวัยทองจึงเป็นการ “รักษาตามอาการ”

 

สำหรับการรักษาอาการวัยทองในปัจจุบัน สามารถทำได้โดยการปรับสมดุลพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร การบริหารจัดการด้านอารมณ์ การออกกำลังกาย และการพิจารณาการใช้ฮอร์โมนทดแทน ดังนี้

  1. การใช้เจลหล่อลื่น  ยาเม็ดสำหรับสอดช่องคลอด กรณีช่องคลอดแห้ง
  2. การใช้ยาแก้ปวด เพื่อบรรเทาอาการปวดต่างๆ เช่น ปวดข้อ ปวดศีรษะ
  3. การใช้ยาลดอาการซึมเศร้า โดยให้ใช้ภายใต้ดุลยพินิจของแพทย์
  4. การรักษาอาการวัยทองแบบใช้ฮอร์โมนการรักษาด้วยวิธีนีเป็นการรักษาเพื่อช่วยปรับสมดุลระดับฮอร์โมนของร่างกาย โดยให้ระดับยาไม่สูง ในระยะเวลาที่ไม่นานเกินไป ยาที่ให้ประกอบด้วย  ฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน โดยการให้ฮอร์โมนทดแทนมี 2 รูปแบบ ได้แก่
  • การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจน กับ โปรเจสเตอโรน สำหรับผู้ที่ยังมีมดลูกอยู่
  • การให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนเพียงอย่างเดียว สำหรับผู้ที่ไม่มีมดลูกแล้ว

    ทั้งนี้ การบำบัดด้วยฮอร์โมนทดแทนนั้นมีอยู่หลายรูปแบบ ทั้งยาเม็ด หรือยาปรับฮอร์โมนวัยทอง แผ่นแปะผิวหนัง และเจลทาผิวหนังเฉพาะที่ ซึ่งสามารถช่วยลดอาการของวัยหมดประจำเดือนต่างๆ ได้ดี

    อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทำ คือ การที่ต้องปรึกษา ทำการรักษา และตรวจติดตามกับแพทย์ผู้ชำนาญการเท่านั้น และทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ฮอร์โมนทดแทนที่อาจเกิดขึ้นได้
  1. ในกรณีกระดูกพรุน สามารถให้ยาที่รักษาโรคกระดูกพรุนโดยตรง ร่วมกับการรับประทานแคลเซียมและวิตามินดีเชื่อว่าหลายคนอาจกลัวการเข้าสู่วัยทอง เพราะสิ่งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของร่างกายที่มาพร้อมกับสภาวะร่างกายและอารมณ์ที่คาดเดาไม่ได้ อีกทั้งหลายๆ คนกลัวว่าการเข้าสู่วัยทองจะกลายเป็นภาระของคนรอบข้าง
    แต่การดูแลเอาใจใส่สุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง สามารถลดโอกาสเสี่ยงของการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ได้ การพบแพทย์เพื่อปรึกษาอาการวัยทองและรับการรักษาด้วยวิธีการที่เหมาะสม จะช่วยให้ผ่านช่วงวัยทอง ไปได้ด้วยสุขภาพที่แข็งแรงและปราศจากโรคภัย

ทีมแพทย์โรงพยาบาล BNH ได้ให้ความสำคัญการดูแลสุขภาพสตรี เพื่อตอบโจทย์ Complete Care อันเป็นการดูแลที่เรามุ่งมั่นมอบให้ผู้รับบริการทุกคน เรามอบการดูแลทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และสุขภาวะทางเพศ เพื่อให้คุณหรือคนที่คุณห่วงใยได้เตรียมความพร้อมและใช้ชีวิตวัยทองอย่างมีความสุข

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเตรียมตัวและอาการวัยทอง (FAQ)

1. อาการร้อนวูบวาบ หงุดหงิดง่าย ของสตรีวัยทอง จะเป็นอยู่นานแค่ไหน?

อาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออกมากผิดปกติ มักจะมีอาการรุนแรงในช่วง 2-3 ปีแรกหลังจากหมดประจำเดือนอย่างถาวร จากนั้นร่างกายจะเริ่มปรับตัวและอาการจะค่อยๆ ทุเลาลงและหายไปเองภายใน 1-2 ปีถัดมา อย่างไรก็ตาม หากอาการรุนแรงมาก สามารถปรึกษาแพทย์เพื่อรับฮอร์โมนบรรเทาอาการได้

การใช้ฮอร์โมนทดแทนมีความปลอดภัยสูง หากอยู่ภายใต้การตรวจประเมินและสั่งยาโดย “สูตินรีแพทย์” แพทย์จะให้ฮอร์โมนในระดับที่ต่ำที่สุดและใช้ในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเพื่อปรับสมดุล โดยจะมีการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันผลข้างเคียง ห้ามผู้ป่วยซื้อยาปรับฮอร์โมนมารับประทานเองโดยเด็ดขาด

สตรีวัยทองควรเน้นรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงและไขมันต่ำ เช่น นมพร่องมันเนย ปลาตัวเล็ก ถั่วเหลือง (ซึ่งมีไฟโตเอสโตรเจนธรรมชาติ) และควรเสริม “วิตามินดี (Vitamin D)” เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมได้ดีขึ้น ป้องกันภาวะกระดูกบางและกระดูกพรุนที่มักเกิดตามมาเมื่อขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี

  • รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

  • ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารก

  • นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์

  • พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์

    ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา

  • พญ. กริชา ไม้เรียง

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    มะเร็งนรีเวช

  • พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชื่นกมล ชรากร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่

  • รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี