Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด โรคที่คุณแม่อาจจะเป็นอยู่ แต่ไม่รู้ตัว

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression: PPD) เป็นภาวะทางอารมณ์ที่ซับซ้อนและร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อผู้หญิงจำนวนมากทั่วโลก โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นราว 10-15 % ของคุณแม่ ภายใน 12 เดือนแรกหลังคลอดบุตร และแตกต่างจากภาวะ “baby blues” ซึ่งเป็นภาวะอารมณ์แปรปรวนเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังคลอด

ปัจจัยเสี่ยงที่อาจเพิ่มโอกาสในการเกิดโรค ได้แก่ ประวัติการเจ็บป่วยทางจิตเวชส่วนตัวหรือในครอบครัว ภาวะซึมเศร้าหรือวิตกกังวลขณะตั้งครรภ์ การขาดการสนับสนุนทางสังคม เหตุการณ์ความเครียดในชีวิต และภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด

ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเกิดขึ้นได้อย่างไร

สาเหตุที่แท้จริงของโรคซึมเศร้าหลังคลอด ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ แต่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงต่อไปนี้ 

  • การเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนอย่างรวดเร็วหลังคลอด โดยเฉพาะระดับของฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนที่ลดลงอย่างมาก 
  • ปัจจัยทางชีวภาพอื่นๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง ปัจจัยทางพันธุกรรม และการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ก็อาจมีบทบาทในการเกิดโรค

ผู้มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดจะมีอาการอย่างไร

สำหรับอาการของโรค มีความหลากหลายและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล อาการที่พบบ่อย ได้แก่:

  • ความรู้สึกเศร้า ว่างเปล่า หรือร้องไห้ง่ายอย่างต่อเนื่อง
  • สูญเสียความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมที่เคยชื่นชอบ
  • การเปลี่ยนแปลงของความอยากอาหารหรือน้ำหนักตัว เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
  • ปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป
  • ความเหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลีย
  • รู้สึกผิด ไร้ค่า หรือสิ้นหวัง
  • สมาธิลดลงหรือมีปัญหาในการตัดสินใจ
  • กระวนกระวายหรือไม่สามารถอยู่นิ่งได้
  • ความคิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองหรือทารก ควรได้รับการประเมินและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อาการเหล่านี้มักจะคงอยู่นานกว่าสองสัปดาห์และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน

การตรวจวินิจฉัยภาวะซึมเศร้าหลังคลอดมีวิธีการอย่างไร

การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าหลังคลอด โดยทั่วไปจะขึ้นอยู่กับการประเมินทางคลินิก ซึ่งรวมถึง

  • การซักประวัติเกี่ยวกับอาการ อารมณ์ พฤติกรรม และประวัติทางการแพทย์ นอกจากนี้ 
  • อาจมีการใช้แบบคัดกรอง เช่น Edinburgh Postnatal Depression Scale (EPDS) เพื่อช่วยในการระบุผู้ที่มีความเสี่ยงต่อ PPD

มีวิธีการใดบ้างที่ใช้เพื่อรักษาภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

การรักษาโรคซึมเศร้าหลังคลอด มีหลายแนวทาง และมักเป็นการผสมผสานระหว่างการรักษาทางจิตใจและการใช้ยา ได้แก่

  • จิตบำบัด: การบำบัดด้วยการพูดคุย เช่น Cognitive Behavioral Therapy (CBT) และ Interpersonal Therapy (IPT) สามารถช่วยให้ผู้ป่วยจัดการกับความคิดและความรู้สึกเชิงลบ พัฒนากลไกการเผชิญปัญหา และปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล
  • ยา: ยาต้านเศร้า (Antidepressants) อาจถูกนำมาใช้เพื่อปรับสมดุลของสารสื่อประสาทในสมอง โดยทั่วไปจะใช้ยาในกลุ่ม Selective Serotonin Reuptake Inhibitors (SSRIs) ซึ่งถือว่าค่อนข้างปลอดภัยในการใช้ในหญิงให้นมบุตร
  • การสนับสนุนทางสังคม: การได้รับการสนับสนุนจากคู่สมรส ครอบครัว เพื่อน และกลุ่มสนับสนุนสำหรับคุณแม่หลังคลอด มีความสำคัญอย่างยิ่งในการฟื้นฟู
  • การดูแลตนเอง: การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายเบาๆ จะสามารถช่วยปรับปรุงอารมณ์และลดความเครียดได้
  • ในกรณีที่รุนแรง อาจจำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

สรุป

  • ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด หากไม่ได้รับการรักษา สามารถส่งผลกระทบระยะยาวต่อทั้งแม่และเด็ก ผู้เป็นแม่อาจประสบปัญหาในการสร้างความผูกพัน สร้างสายใยรักระหว่างแม่และลูกในช่วงเป็นทารก มีความยากลำบากในการดูแลทารก และอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะซึมเศร้าในระยะยาว สำหรับทารก อาจมีพัฒนาการทางสติปัญญาและอารมณ์ที่ช้าลง รวมถึงมีปัญหาทางด้านพฤติกรรม

บทความโดย พญ. ลลิตา กุลมาลา

พญ. ลลิตา กุลมาลา

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
เวชศาสตร์มารดาและทารก

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

พญ. ลลิตา กุลมาลา

ศูนย์สุขภาพสตรี

สาขาเฉพาะทาง

เวชศาสตร์มารดาและทารก

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย

Doctor’s Story


– Obstetrics and Gynaecology
– Maternal and Fetal Medicine
– Preterm Labour and Prevention
– High Risk Pregnancy Management
– Relationship therapy
– Postpartum depression
– Preconception counseling
– Contraception counseling for teenagers


– Board of Obstetrics & Gynecology, Chulalongkorn University (2011)
– Fellowship in Maternal – Fetal Medicine, Chulalongkorn University (2013)


– 2005 Doctor of Medicine, Chulalongkorn University


– 2011 Board Obstetrics and Gynaecology, Chulalongkorn University
– 2013 Subboard Maternal and Fetal Medicine, Chulalongkorn University


– 2025 Emotional and Social Intelligence by University of California (Coursera)
– 2026 Introduction to Psychology by Yale University (Coursera)

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 10:00 – 13:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
อังคาร 10:00 – 19:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
พฤหัสบดี 08:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
ศุกร์ 08:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
อาทิตย์ 08:00 – 16:00 ศูนย์สุขภาพสตรี