ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับ โรคหลังค่อม
โรคหลังค่อม (Kyphosis) คือ
ภาวะที่กระดูกสันหลังส่วนบน (บริเวณช่วงอก) โค้งนูนมาด้านหน้ามากผิดปกติ ทำให่้หลังส่วนบนของผู้ป่วยโค้งนูนมาด้านหน้าตามไปด้วย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหลังค่อม โดยส่วนใหญ่แล้ว ภาวะหลังค่อมไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง แต่อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังหรือปวดตึงเพราะกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง ในกรณีที่รุนแรง โรคหลังค่อมอาจทำให้เกิดอาการปวด มีปัญหาการในการเคลื่อนไหว การรับประทาน การหายใจ และอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดโดยธรรมชาติ กระดูกสันหลังที่ปกติมักมีความโค้งงอได้บ้างอยู่แล้ว ความโค้งงอเหล่านี้ช่วยในการพยุงท่าทางและช่วยให้ยืนตรง แต่ความโค้งที่มากเกินไปอาจส่งผลต่อร่างกายและทำให้ยืนลำบาก
โรคหลังค่อมสามารถแบ่งได้กี่ประเภท
- Postural kyphosis เป็นประเภทที่พบบ่อยที่สุด มักเกิดขึ้นในวัยรุ่น เกิดจากการจัดท่าทางร่างกายที่ไม่ถูกต้องเป็นเวลานาน เช่น การนั่งหลังงอ การสะพายกระเป๋าหนัก ท่าทางไม่ดีจะทำให้เส้นเอ็นและกล้ามเนื้อที่พยุงกระดูกสันหลังยืดออก กระดูกสันหลังจึงเคลื่อนออกจากตำแหน่งเดิมและเกิดความโค้ง อย่างไรก็ตาม โรคหลังค่อมประเภทนี้มักไม่ค่อยก่อให้เกิดอาการปวด
- Scheuermann’s kyphosis เกิดจากรูปร่างของกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ กระดูกสันหลังมีลักษณะเป็นรูปลิ่มแทนที่จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมตามปกติ กระดูกทรงลิ่มนี้ทำให้กระดูกสันหลังโค้งงอไปด้านหน้า พบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง หลังค่อมประเภทนี้อาจทำให้ปวด โดยเฉพาะเมื่อออกแรง ยืนหรือนั่งเป็นเวลานาน เพราะกระดูกสันหลังที่งอโค้งจะไม่เปลี่ยนไปตามท่าทางซึ่งเกิดจากกระดูกไม่ยืดหยุ่น
- Congenital kyphosis เป็นภาวะที่มีมาตั้งแต่เกิด เพราะกระดูกสันหลังพัฒนาไม่สมบูรณ์ในครรภ์ อาการอาจรุนแรงเมื่อเด็กโตขึ้น แต่สามารถรักษาโดยการผ่าตัดได้ตั้งแต่เด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ผู้ป่วยอาจมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจหรือไตด้วย
- Cervical kyphosis เกิดจากกระดูกสันหลังระดับคอโค้งไปด้านหน้าแทนที่จะโค้งไปด้านหลัง
- Hyperkyphosis โรคหลังค่อมประเภทนี้ กระดูกสันหลังจะมีความโค้งงอรุนแรงมากกว่า 50 องศาจากตำแหน่งเดิม มักพบในผู้มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
ผู้ที่เป็นโรคหลังค่อมจะมีอาการอย่างไร
- คอยื่น
- ไหล่ห่อ
- กระดูกสันหลังส่วนบนโค้งหรือมีลักษณะเป็นก้อน
- กล้ามเนื้อหลังต้นขาตึง
- รับประทานอาหารหรือหายใจลำบาก
ในกรณีรุนแรงอาจมีอาการต่อไปนี้
- อาการปวดหรือรู้สึกตึงบริเวณหลังและสะบัก
- ขาเหน็บ ชา หรืออ่อนแรง
- อ่อนเพลียมาก
- สูญเสียการทรงตัว
- มีปัญหาในการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ
- หายใจลำบาก
โรคหลังค่อมเกิดขึ้นได้อย่างไร
- การจัดท่าทางร่างกายที่ไม่ดี
- โครงสร้างกระดูกสันหลังที่ผิดปกติ
- การเจริญเติบโตของกระดูกสันหลังที่มีรูปร่างผิดปกติ
- การได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง เช่น กระดูกหัก
- กระดูกสันหลังเสื่อมตามอายุ เช่น โรคกระดูกสันหลังเสื่อม ดูเรื่องโรคกระดูกสันหลังเสื่อมเพิ่มเติมที่นี่
- ภาวะกระดูกพรุน
- อาการสไปนา ไบฟิดา (Spina Bifida)
- โรคกล้ามเนื้อเสื่อม
- โรคนิวโรไฟโบรมาโตซิส (Neurofibromatosis)
ใครบ้างเป็นผู้มีปัจจัยเสี่ยงโรคหลังค่อม
ผู้ที่อยู่ในช่วงอายุ 13–16 ปี สำหรับประเภท Postural และ Scheuermann’s kyphosis เพราะเป็นช่วงที่กระดูกกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม โรคหลังค่อมสามารถเกิดได้ทุกวัยในภายหลังเพราะกระดูกสันหลังเสื่อมและโค้งงอไปข้างหน้า
โรคหลังค่อมที่เป็นแต่กำเนิด (Congenital kyphosis) อาจเกิดร่วมกับภาวะผิดปกติอื่นๆ ระหว่างการเจริญเติบโตในครรภ์ได้
ผู้ป่วยโรคหลังค่อมอาจมีภาวะแทรกซ้อนอะไรได้บ้าง
ภาวะแทรกซ้อนมักพบในผู้ที่มีอาการรุนแรง ได้แก่
- ปวดหลัง
- เดินลำบาก
- ปอดถูกกดทับ อาจนำไปสู่การหายใจลำบาก
- ปัญหาทางระบบประสาท ได้แก่ เส้นประสาทถูกกดทับ
- ลำไส้ถูกกดทับ อาจก่อให้เกิดโรคกรดไหลย้อนและมีปัญหาในการกลืนอาหาร
- อาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง
การตรวจวินิจฉัยโรคหลังค่อมมีวิธีการอย่างไร
ในเบื้องต้น แพทย์จะตรวจร่างกาย โดยให้ผู้ป่วยยืน เท้าชิด เข่าตรง แขนห้อยข้างลำตัว จากนั้นโน้มตัวไปข้างหน้า เพื่อแสดงความโค้งงอของกระดูกสันหลัง
- การตรวจเอกซเรย์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อวัดความโค้งงอของกระดูกสันหลัง ความโค้งในระดับปกติอยู่ระหว่าง 20–45 องศา หากเกิน 50 องศา ถือเป็นโรคหลังค่อม
- การตรวจด้วยเครื่อง MRI เพื่อตรวจดูการติดเชื้อและเนื้องอกที่กระดูกไขสันหลัง หรือเส้นประสาทที่ถูกกดทับโดยคลื่นวิทยุและสนามแม่เหล็ก
- การตรวจสมรรถภาพปอด (Pulmonary Function Testing) เป็นการตรวจการทำงานของปอดเพื่อตรวจสอบว่าปอดถูกกดทับหรือไม่
- การตรวจระบบประสาท (Neurological Tests) สำหรับผู้ที่มีอาการเหน็บ ชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
- การตรวจเลือด เพื่อตรวจดูว่ามีการติดเชื้อที่อวัยวะใดหรือไม่
มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาโรคหลังค่อม
- การทำกายภาพบำบัด เพื่อเป็นการเสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังเพื่อลดอาการปวด ปรับท่าทาง บรรเทาอาการส่วนที่ปวดตึง
- ยาแก้ปวด ยาต้านการอักเสบช่วยบรรเทาอาการปวดหลังได้
- ใส่เกราะพยุงหลัง (brace) มักใช้กับเด็กเพราะกระดูกยังไม่หยุดเจริญเติบโต นอกจากจะช่วยแก้อาการหลังค่อมแล้ว ยังยับยั้งไม่ให้หลังโค้งไปมากกว่าเดิม
- การผ่าตัด วิธีผ่าตัดที่ได้รับความนิยมคือการผ่าตัดเชื่อมข้อกระดูกสันหลัง (Spinal fusion) แพทย์จะจัดแนวกระดูกให้ตรงและเชื่อมกระดูกด้วยกระดูกชิ้นเล็ก กระดูกที่หายดีจะเชื่อมต่อเข้าด้วยกันเพื่อลดความโค้ง การผ่าตัดเหมาะกับผู้เป็นโรคหลังค่อมประเภทตั้งแต่เกิดหรือ Scheuermann’s Kyphosis หรือผู้มีอาการปวดหลังรุนแรง อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น เส้นประสาทได้รับความเสียหาย
เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคหลังค่อมได้อย่างไร
- รักษาท่าทางร่างกายที่ถูกต้อง
- เสริมสร้างความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลัง
- รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ดี
- หลีกเลี่ยงการสะพายกระเป๋าที่มีน้ำหนักมากหรือใช้กระเป๋าสะพายหรือกระเป๋าลากที่แข็งแรง
- ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและเพิ่มความยืดหยุ่น
Ref: clevelandclinic
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
ศ. นพ. วิชาญ ยิ่งศักดิ์มงคล
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง -
นพ. อาทิตย์ หงส์วานิช
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมกระดูก และ โรคกระดูกสันหลัง -
นพ. เอกปฏิภาณ เอี่ยมสกุลนนท์
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยศาสตร์ออโธปิดิกส์ -
นพ.ปัตย์ ปั้นเหน่งเพ็ชร
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา เวชศาสตร์การระงับปวด -
รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.พญ. พรพรรณ เฉลิมกิจพานิชย์
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา อนุสาขา เวชศาสตร์ความปวด -
นพ. มาร์วิน เทพโสพรรณ
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด | ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา -
รศ. พญ. สุปราณี นิรุตติศาสน์
ศูนย์กระดูกสันหลัง | แผนกห้องผ่าตัด
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีแพทย์ และ ผู้เชี่ยวชาญการบำบัดความปวด -
นพ. ณัฐพัฒน์ ตั้งจิตเจริญ
ศูนย์กระดูกสันหลัง
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมกระดูกและโรคกระดูกสันหลัง