Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

สำรวจสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจ ผ่านระยะของประจำเดือน เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของผู้หญิงนั้นมีที่มา

วีนเหวี่ยงขนาดนี้ “เมนส์จะมาหรือเปล่า” ดูเหมือนจะเป็นคำพูดติดปากของคนรอบตัวในวันที่เราอารมณ์ไม่ดี แล้วอาการเหล่านั้นมาจาก “ประจำเดือน” ของผู้หญิงจริง หรือ

ประจำเดือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งก่อนช่วงที่ผู้หญิงเป็นประจำเดือน บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อย ปวดตามเนื้อตามตัว หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน เราเรียกอาการพวกนี้ว่า PMS หรือ Premenstrual Syndrome  ซึ่งอาการพวกนี้จะหายไปเองหลังประจำเดือนมา 2-3 วัน แต่ในบางรายอาจจะมีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของผู้หญิงนั้นมีที่มา อาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนราว 1 – 2 สัปดาห์ สาเหตุของอาการนั้นมีปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงในช่วงก่อนมีประจำเดือน และอาจจะเป็นตัวการที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิงหลายคนเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลทั้งด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจ จนอาจจะส่งผลถึงคนรอบตัวอีกด้วย

ทำความเข้าใจอาการก่อนมีประจำเดือน Premenstrual Syndrome (PMS)

อาการก่อนมีประจำเดือน หรือ Premenstrual Syndrome (PMS) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นก่อนการมีประจำเดือน ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้หญิงหลายคน อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้น 1-2 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือนและจะหายไปเมื่อประจำเดือนเริ่มต้น บทความนี้จะพูดถึงสาเหตุ อาการ และวิธีการจัดการกับ PMS เพื่อให้ผู้หญิงสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม

สาเหตุที่แน่ชัดของ PMS ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผล เช่น

  • ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) ที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก
  • พันธุกรรม ผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวที่มีอาการ PMS มีแนวโน้มที่จะมีอาการนี้เช่นกัน

ความเครียดและวิถีชีวิต ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลอาจทำให้อาการ PMS รุนแรงขึ้น

อาการของ PMS

อาการของ PMS มีความหลากหลายและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยทั่วไปแล้วอาการสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ อาการทางร่างกายและอาการทางอารมณ์

อาการทางร่างกาย

ปวดท้องน้อยหรือปวดหลัง

  • ท้องอืดและน้ำหนักตัวเพิ่ม
  • เจ็บหรือบวมเต้านม
  • ปวดศีรษะหรือไมเกรน
  • อ่อนเพลียและไม่มีพลังงาน
  • ผิวมันหรือเกิดสิว
  • ท้องผูกหรือท้องเสีย

อาการทางอารมณ์และพฤติกรรม

  • หงุดหงิดง่ายหรืออารมณ์แปรปรวน
  • ความวิตกกังวลหรือเครียด
  • รู้สึกเศร้าหรือหดหู่
  • ความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง
  • นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินไป
  • ความต้องการอาหารที่ผิดปกติหรืออยากอาหารหวาน

จัดการกับอาการ PMS อย่างไรไม่ให้กระทบการใช้ชีวิต

แม้ว่า PMS จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ดังนี้

  1. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลของฮอร์โมน
  2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ลดการบริโภคเกลือ น้ำตาล และคาเฟอีน เพื่อบรรเทาอาการบวมและท้องอืด
  3. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลของร่างกาย
  4. การจัดการความเครียด ใช้วิธีการผ่อนคลาย เช่น การทำโยคะ การทำสมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เพื่อช่วยลดความเครียด
  5. การใช้ยา การใช้ยาบรรเทาอาการปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือพาราเซตามอล (Paracetamol) ช่วยลดอาการปวดท้องและปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังมียาคุมกำเนิดที่ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
  6. การบันทึกข้อมูล การบันทึกอาการ PMS ในแต่ละเดือนช่วยให้สามารถระบุและจัดการกับอาการได้ดีขึ้น

อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือนเป็นอาการที่เกิดขึ้นในผู้หญิงหลายคน การทำความเข้าใจสาเหตุและอาการของอารมณ์แปรปรวน รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการและปรับสมดุลของร่างกายได้ การดูแลสุขภาพโดยรวมจะช่วยให้ผู้หญิงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเผชิญกับอารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตอบคำถามที่ว่าอาการเหวี่ยงวีน โมโห และอารมณ์ที่แปรปรวนนั้นมาจากการที่ “ประจำเดือนมาไม่ปกติ” จริงๆ หรือ

การที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือระหว่างที่มีประจำเดือน ก็คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์ที่แปรปรวน เพราะก็มีหลายสาเหตุเช่นกันที่ทำให้วันนั้นของเราเป็นวันที่หม่นหมอง ไม่ว่าจะเป็น ฝนตก รถติด งานเยอะ เป็นต้น เพราะอารมณ์ของคุณบอกอะไรได้มากกว่าแค่ “เมนส์จะมาหรือเปล่า”

ไม่อยากอารมณ์แปรปรวน ควรเตรียมพร้อมตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการสังเกต บันทึกข้อมูลบันทึกอาการ PMS รวมไปถึงการตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิง ฮอร์โมนเป็นสารเคมีที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อควบคุมกระบวนการต่างๆ ในร่างกายของผู้หญิง ตั้งแต่การเจริญเติบโต พัฒนาการทางเพศ การตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน และการดูแลสุขภาพทั่วไป การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพ และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ 

 

ความสำคัญของการตรวจฮอร์โมนพื้นฐาน การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และสามารถระบุปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

Basic Women Hormone แพคเกจตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิง

ดูแลสุขภาพเรื่องฮอร์โมน ในรูปแบบเฉพาะบุคคลที่ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ด้วยการเจาะเลือด ดูระดับการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง ตรวจการทำงานของรังไข่ และวิตามินดี

 

ระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลในร่างกาย ส่งผลต่อสุขภาพมากมายจริงๆ เมื่อระดับฮอร์โมนไม่สมดุลอาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ เช่น 

  • การเผาผลาญพลังงานในร่างกายลดลง 
  • มวลกล้ามเนื้อลดลง 
  • ปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น 
  • ปัญหาผิวพรรณซึ่งทำให้ผิวแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย ดูแก่กว่าวัย 
  • นอนหลับยากขึ้นหรือนอนหลับไม่สนิท 
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย อาจเกิดภาวะซึมเศร้า ความจำเสื่อม ความต้องการทางเพศลดลง 
  • เพิ่มความเสี่ยงของภาวะไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจขาดเลือดได้อีกด้วย

 

การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิงเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาสุขภาพและตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การตรวจฮอร์โมนสามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้หญิงมีความเข้าใจในร่างกายของตนเองมากขึ้น และสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูแลสุขภาพภายในของผู้หญิงที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Women’s Health Centre)

ด้วยประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพสตรีอย่างต่อเนื่องยาวนาน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centre) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมดูแลทุกมิติด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องสุขภาพสตรีเป็นพิเศษ และ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) บริการตรวจคัดกรองโรค ให้คำปรึกษา ตลอดจนป้องกันและรักษา โรคมะเร็งปากมดลูก ในสตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ได้ผลตรวจที่มีความถูกต้องและแม่นยำ

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
Gynecologic Oncology

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี

  • รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

  • ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารก

  • นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์

  • พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์

    ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา

  • พญ. กริชา ไม้เรียง

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    มะเร็งนรีเวช

  • พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชื่นกมล ชรากร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่

  • รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี