Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

สำรวจสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจ ผ่านระยะของประจำเดือน เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของผู้หญิงนั้นมีที่มา

วีนเหวี่ยงขนาดนี้ “เมนส์จะมาหรือเปล่า” ดูเหมือนจะเป็นคำพูดติดปากของคนรอบตัวในวันที่เราอารมณ์ไม่ดี แล้วอาการเหล่านั้นมาจาก “ประจำเดือน” ของผู้หญิงจริง หรือ

ประจำเดือนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงทุกคนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ตั้งแต่อายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งก่อนช่วงที่ผู้หญิงเป็นประจำเดือน บางรายอาจมีอาการปวดท้องน้อย ปวดตามเนื้อตามตัว หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน เราเรียกอาการพวกนี้ว่า PMS หรือ Premenstrual Syndrome  ซึ่งอาการพวกนี้จะหายไปเองหลังประจำเดือนมา 2-3 วัน แต่ในบางรายอาจจะมีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้

เพราะอารมณ์ที่แปรปรวนของผู้หญิงนั้นมีที่มา อาการผิดปกติที่จะเกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือนราว 1 – 2 สัปดาห์ สาเหตุของอาการนั้นมีปัจจัยสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศหญิงในช่วงก่อนมีประจำเดือน และอาจจะเป็นตัวการที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้หญิงหลายคนเป็นอย่างมาก เพราะส่งผลทั้งด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิตใจ จนอาจจะส่งผลถึงคนรอบตัวอีกด้วย

ทำความเข้าใจอาการก่อนมีประจำเดือน Premenstrual Syndrome (PMS)

อาการก่อนมีประจำเดือน หรือ Premenstrual Syndrome (PMS) เป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นก่อนการมีประจำเดือน ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้หญิงหลายคน อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้น 1-2 สัปดาห์ก่อนการมีประจำเดือนและจะหายไปเมื่อประจำเดือนเริ่มต้น บทความนี้จะพูดถึงสาเหตุ อาการ และวิธีการจัดการกับ PMS เพื่อให้ผู้หญิงสามารถดูแลตัวเองได้อย่างเหมาะสม

สาเหตุที่แน่ชัดของ PMS ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรน นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจมีผล เช่น

  • ความไม่สมดุลของสารเคมีในสมอง เช่น เซโรโทนิน (Serotonin) ที่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึก
  • พันธุกรรม ผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวที่มีอาการ PMS มีแนวโน้มที่จะมีอาการนี้เช่นกัน

ความเครียดและวิถีชีวิต ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลอาจทำให้อาการ PMS รุนแรงขึ้น

อาการของ PMS

อาการของ PMS มีความหลากหลายและอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยทั่วไปแล้วอาการสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ อาการทางร่างกายและอาการทางอารมณ์

อาการทางร่างกาย

ปวดท้องน้อยหรือปวดหลัง

  • ท้องอืดและน้ำหนักตัวเพิ่ม
  • เจ็บหรือบวมเต้านม
  • ปวดศีรษะหรือไมเกรน
  • อ่อนเพลียและไม่มีพลังงาน
  • ผิวมันหรือเกิดสิว
  • ท้องผูกหรือท้องเสีย

อาการทางอารมณ์และพฤติกรรม

  • หงุดหงิดง่ายหรืออารมณ์แปรปรวน
  • ความวิตกกังวลหรือเครียด
  • รู้สึกเศร้าหรือหดหู่
  • ความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลง
  • นอนไม่หลับหรือหลับมากเกินไป
  • ความต้องการอาหารที่ผิดปกติหรืออยากอาหารหวาน

จัดการกับอาการ PMS อย่างไรไม่ให้กระทบการใช้ชีวิต

แม้ว่า PMS จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ดังนี้

  1. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลของฮอร์โมน
  2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน ลดการบริโภคเกลือ น้ำตาล และคาเฟอีน เพื่อบรรเทาอาการบวมและท้องอืด
  3. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การนอนหลับอย่างเพียงพอช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลของร่างกาย
  4. การจัดการความเครียด ใช้วิธีการผ่อนคลาย เช่น การทำโยคะ การทำสมาธิ หรือการหายใจลึกๆ เพื่อช่วยลดความเครียด
  5. การใช้ยา การใช้ยาบรรเทาอาการปวด เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือพาราเซตามอล (Paracetamol) ช่วยลดอาการปวดท้องและปวดศีรษะ นอกจากนี้ยังมียาคุมกำเนิดที่ช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย
  6. การบันทึกข้อมูล การบันทึกอาการ PMS ในแต่ละเดือนช่วยให้สามารถระบุและจัดการกับอาการได้ดีขึ้น

อารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือนเป็นอาการที่เกิดขึ้นในผู้หญิงหลายคน การทำความเข้าใจสาเหตุและอาการของอารมณ์แปรปรวน รวมถึงการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมสามารถช่วยบรรเทาอาการและปรับสมดุลของร่างกายได้ การดูแลสุขภาพโดยรวมจะช่วยให้ผู้หญิงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถเผชิญกับอารมณ์แปรปรวนก่อนมีประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

มาตอบคำถามที่ว่าอาการเหวี่ยงวีน โมโห และอารมณ์ที่แปรปรวนนั้นมาจากการที่ “ประจำเดือนมาไม่ปกติ” จริงๆ หรือ

การที่ประจำเดือนมาไม่ปกติ หรือระหว่างที่มีประจำเดือน ก็คงเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดอารมณ์ที่แปรปรวน เพราะก็มีหลายสาเหตุเช่นกันที่ทำให้วันนั้นของเราเป็นวันที่หม่นหมอง ไม่ว่าจะเป็น ฝนตก รถติด งานเยอะ เป็นต้น เพราะอารมณ์ของคุณบอกอะไรได้มากกว่าแค่ “เมนส์จะมาหรือเปล่า”

ไม่อยากอารมณ์แปรปรวน ควรเตรียมพร้อมตั้งแต่เริ่มต้นด้วยการสังเกต บันทึกข้อมูลบันทึกอาการ PMS รวมไปถึงการตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิง ฮอร์โมนเป็นสารเคมีที่ร่างกายผลิตขึ้นเพื่อควบคุมกระบวนการต่างๆ ในร่างกายของผู้หญิง ตั้งแต่การเจริญเติบโต พัฒนาการทางเพศ การตั้งครรภ์ การมีประจำเดือน และการดูแลสุขภาพทั่วไป การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถบ่งบอกถึงภาวะสุขภาพ และปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ 

 

ความสำคัญของการตรวจฮอร์โมนพื้นฐาน การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย และสามารถระบุปัญหาสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

Basic Women Hormone แพคเกจตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิง

ดูแลสุขภาพเรื่องฮอร์โมน ในรูปแบบเฉพาะบุคคลที่ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ด้วยการเจาะเลือด ดูระดับการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง ตรวจการทำงานของรังไข่ และวิตามินดี

 

ระดับฮอร์โมนที่ไม่สมดุลในร่างกาย ส่งผลต่อสุขภาพมากมายจริงๆ เมื่อระดับฮอร์โมนไม่สมดุลอาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ เช่น 

  • การเผาผลาญพลังงานในร่างกายลดลง 
  • มวลกล้ามเนื้อลดลง 
  • ปริมาณไขมันสะสมในร่างกายเพิ่มขึ้น 
  • ปัญหาผิวพรรณซึ่งทำให้ผิวแห้งกร้าน เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ง่าย ดูแก่กว่าวัย 
  • นอนหลับยากขึ้นหรือนอนหลับไม่สนิท 
  • อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย อาจเกิดภาวะซึมเศร้า ความจำเสื่อม ความต้องการทางเพศลดลง 
  • เพิ่มความเสี่ยงของภาวะไขมันในเลือดสูงและโรคหัวใจขาดเลือดได้อีกด้วย

 

การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิงเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาสุขภาพและตรวจหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้น การตรวจฮอร์โมนสามารถช่วยให้แพทย์วินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้หญิงมีความเข้าใจในร่างกายของตนเองมากขึ้น และสามารถดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูแลสุขภาพภายในของผู้หญิงที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช (BNH Women’s Health Centre)

ด้วยประสบการณ์ด้านการดูแลสุขภาพสตรีอย่างต่อเนื่องยาวนาน ศูนย์สุขภาพสตรี (Women’s Health Centre) โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมดูแลทุกมิติด้วยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในเรื่องสุขภาพสตรีเป็นพิเศษ และ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) บริการตรวจคัดกรองโรค ให้คำปรึกษา ตลอดจนป้องกันและรักษา โรคมะเร็งปากมดลูก ในสตรีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ได้ผลตรวจที่มีความถูกต้องและแม่นยำ

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
Gynecologic Oncology

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • รศ. นพ. วิชัย เติมรุ่งเรืองเลิศ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี

  • รศ. นพ. วิรัช วิศวสุขมงคล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูติศาสตร์ – นรีเวชวิทยา, การผ่าตัดผ่านกล้องทางนรีเวช

  • ศ. นพ. เยื้อน ตันนิรันดร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์มารดาและทารก

  • นพ. ประสิทธิ์ เผ่าทองคำ

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมทั่วไป เวชพันธุศาสตร์

  • พญ. ชโลมขวัญ ประยูรเวชช์

    ศูนย์ส่งเสริมการมีบุตร | ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    ภาวะมีบุตรยาก, เวชศาสตร์การเจริญพันธุ์, สูติศาสตร์นรีเวชวิทยา

  • พญ. กริชา ไม้เรียง

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    มะเร็งนรีเวช

  • พญ. กุลธิดา ฤทธิรังศรีโรจน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชินา โอฬารรัตนพันธ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    Gynecologic Oncology

  • พญ. ชื่นกมล ชรากร

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • พญ. ณัฏฐ์กฤตา โพธิพรธวัฒน์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    นรีเวช, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งรังไข่

  • รศ. นพ. ดำรง ตรีสุโกศล

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    สูตินารีเวชวิทยาทั่วไป

  • ผศ. นพ. ตุลย์ สิทธิสมวงศ์

    ศูนย์สุขภาพสตรี

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคมะเร็งและเนื้องอกสตรี