Key Takeaways
เช็กค่าฝุ่นรายวัน: ตรวจสอบดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ก่อนวางแผนออกจากบ้านเสมอ
ป้องกันจากภายนอก: สวมหน้ากาก N95 ที่แนบสนิทกับใบหน้าทุกครั้งเมื่อจำเป็นต้องอยู่กลางแจ้ง
สร้างพื้นที่ปลอดภัย: ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิดและใช้เครื่องฟอกอากาศแผ่นกรอง HEPA ภายในอาคาร
ดูแลกลุ่มเสี่ยง: เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว (เช่น โรคหอบหืดหรือภูมิแพ้) ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสฝุ่นโดยตรง
คุณภาพอากาศส่งท้ายปีในเดือนธันวาคม พบว่าเกินค่ามาตรฐาน และเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ จะทำอย่างไรดี เมื่อเราต้องออกไปทำกิจวัตรประจำวันข้างนอก ที่อาจจะต้องเผชิญกับฝุ่นพิษนี้โดยหลีกเลี่ยงไม่ได้
วิธีรับมือฝุ่น PM 2.5 อย่างมืออาชีพเพื่อสุขภาพที่ดีของคุณ
การป้องกันตนเองจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ทำได้ทันทีโดยการหมั่นตรวจสอบค่าอากาศผ่านแอปพลิเคชันก่อนออกจากบ้าน ปิดประตูหน้าต่างเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดฝุ่น (Clean Room) และสวมหน้ากาก N95 ที่ได้มาตรฐานทุกครั้งเมื่ออยู่กลางแจ้ง เพื่อปกป้องระบบทางเดินหายใจและลดความเสี่ยงในการรับมลพิษเข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ
ตารางสรุปการปฏิบัติตนเมื่อค่าฝุ่นสูงเกินมาตรฐาน
| สถานการณ์ | ข้อควรปฏิบัติ | เหตุผลทางการแพทย์ |
|---|---|---|
เมื่อต้องอยู่กลางแจ้ง | สวมหน้ากาก N95 / งดกิจกรรมหนัก | กรองฝุ่น PM 2.5 ได้แม่นยำและลดการสูดดมฝุ่นเข้าปอด |
เมื่ออยู่ภายในอาคาร | ปิดประตูหน้าต่าง / เปิดเครื่องฟอกอากาศ | ป้องกันฝุ่นสะสมและกำจัดอนุภาคขนาดเล็กในอากาศ |
เมื่อรู้สึกระคายเคือง | ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือปราศจากเชื้อ | ช่วยชะล้างฝุ่นละอองที่ตกค้างในโพรงจมูก |
กลุ่มเสี่ยง / มีโรคประจำตัว | หลีดเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งโดยเด็ดขาด | ป้องกันภาวะแทรกซ้อนของโรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคหัวใจ |
ฝุ่นมลพิษ PM 2.5 ทำให้เกิดผลเสียอะไรต่อร่างกาย
มีทั้งผลระยะสั้นเช่น แสบตาแสบจมูก ทำให้ภูมิแพ้กำเริบ หรือ ผลระยะยาวเช่น ส่งผลต่อการพัฒนาปอดในเด็ก ทั้งยังส่งผลต่อการพัฒนาและเจริญเติบโตโดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ รวมไปถึงยังมีผลต่อโรคปอดระยะยาว ยังมีการรายงานถึงมะเร็งทั้งมะเร็งปอดและมะเร็งทางเดินอาหารอีกด้วย
การดูแลสุขภาพเชิงรุกและแนวทางการป้องกันในชีวิตประจำวัน
1. การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่ถูกต้อง
ในวันที่ค่าฝุ่นสูง การเลือกหน้ากากอนามัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ควรเลือกหน้ากากชนิด N95 หรือเทียบเท่าที่ได้รับมาตรฐาน ซึ่งสามารถแนบสนิทไปกับโครงหน้า ครอบคลุมทั้งจมูกและคาง เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองขนาดเล็กเล็ดลอดเข้าไปทำลายระบบทางเดินหายใจ
2. การจัดการสภาพแวดล้อมภายในบ้าน
บ้านควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับสมาชิกทุกคน:
ปิดช่องทางลม: ปิดประตูและหน้าต่างให้สนิทเพื่อไม่ให้ฝุ่นจากภายนอกพัดเข้ามา
ใช้เทคโนโลยีช่วย: ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA (High-Efficiency Particulate Air) เพื่อดูดซับอนุภาคขนาดเล็กที่อาจหลุดรอดเข้ามา
ปรับพฤติกรรมในบ้าน: งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควันและมลพิษภายในบ้าน เช่น การจุดธูป การเผาขยะ การปิ้งย่าง หรือการสูบบุหรี่
3. การดูแลกลุ่มเปราะบาง
หากท่านหรือคนในครอบครัวอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ โรคหอบหืด ภูมิแพ้ หรือโรคหัวใจ ควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ หากพบอาการผิดปกติ เช่น หายใจลำบาก แน่นหน้าอก หรือไอเรื้อรัง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านระบบทางเดินหายใจ ทันที เพื่อประเมินอาการและรับคำแนะนำในการดูแลรักษาที่ถูกต้อง
เรื่องนี้หมอแซน พญ.อัญชลี เสนะวงษ์
จากศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)
ได้มาแนะ 5 วิธีรับมือกับฝุ่นพิษ ดังนี้
1. เครื่องกรองอากาศประสิทธิภาพสูง คุณหมอแซนแนะนำเลือกชนิด HEPA filter (High Efficiency Particulate Air filter) และมี ค่าอัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ หรือ Clean Air Delivery Rate ที่เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ห้องด้วย CADR ยิ่งตัวเลขสูงเท่าไหร่ ความสามารถของเครื่องในการฟอกอากาศก็จะยิ่งดี
2. เช็คค่าฝุ่นอยู่เสมอ ถ้าฝุ่นเยอะออกนอกบ้านควรสวมใส่หน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่นที่มีขนาดเล็กจิ๋วได้โดยคำแนะนำคือการใส่หน้ากากชนิด N95 หรือถ้าไม่ได้ใส่หน้ากากอนามัยธรรมดาก็ยังดีค่ะ
3. หากมีโรคภูมิแพ้ หอบหืด หลอดลมไวอยู่เดิม แนะนำใช้ ใช้ยาพ่นอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรขาดยา ล้างจมูกเพื่อกำจัดฝุ่นพิษออกไปด้วยนะคะ
4. ออกกำลังกายต้านภูมิแพ้ช่วยได้ ช่วงนี้ต้องเลือกสถานที่ออกกำลังกายให้เหมาะสม อาจอยู่ในห้องฟิตเนส สระว่ายน้ำ โยคะ indoor ก่อน หรือเลือกช่วงเวลาไปวิ่งสวนสาธารณะ ในช่วงที่ฝุ่นน้อย กินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงประเภทวิตามินซีและอี
5. จัดบ้านรับฝุ่น หลีกเลี่ยงบริเวณที่รก อาจเป็นที่สะสมของฝุ่นได้ เปิดบ้านให้อากาศถ่ายเท แสงแดดเข้า ในช่วงที่ฝุ่นน้อย รวมไปถึงเลือกปลูกต้นไม้ที่กรองฝุ่น แต่อย่าลืมกำจัดเชื้อราให้ดีด้วยนะคะ
นอกจากนี้ หมอแซนยังให้ความรู้อีกด้วยว่าค่าฝุ่น PM2.5 มักสัมพันธ์กันกับโรคหอบหืด หากมีอาการที่ปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
ก็สามารถเข้ารับการตรวจ FeNo Test เพื่อประเมินอาการได้ที่ศูนย์รักษาโรคหอบหืดและภูมิแพ้ โรงพยาบาลบีเอ็นเอช ชั้น 1 โทร. 02 022 0840
บทความโดย
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
BNH Asthma and Allergy Centre (BAAC)