มะเร็งตับอ่อนคืออะไร
มะเร็งตับอ่อน คือ เนื้อร้ายชนิดหนึ่งเกิดขึ้นจากการกลายพันธุ์ของเซลล์ในตับอ่อนและก่อตัวเป็นก้อนเนื้อร้าย ที่จริงแล้ว ตับอ่อนไม่ใช่ตับจริง ๆ แต่ว่าเป็นต่อมชนิดหนึ่งอยู่ระหว่างกระดูกสันหลังกับช่องท้อง ตับอ่อนทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนอินซูลินและกลูคากอนซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและเอนไซม์ที่ช่วยย่อยอาหาร ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับอ่อนมักจะมีอาการคลื่นไส้ ท้องอืด อ่่อนเพลีย ตัวซีด และเบื่ออาหาร การรักษาอาจทำได้โดยการผ่าตัด เคมีบำบัด และรังสีบำบัด เป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่มักพบว่ามีอาการและเข้ารับการตรวจ เมื่อมะเร็งอยู่ในระยะลุกลามแล้ว โดยทั่วไป เซลล์มะเร็งเซลล์หนึ่งในตับอ่อนจะใช้เวลาประมาณ 10 – 20 ปีในการเติบโตเป็นก้อนเนื้อ
โดยส่วนใหญ่แล้ว มะเร็งตับอ่อนก่อตัวที่ท่อตับอ่อน ท่อหลักของตับอ่อนเชื่อมตับอ่อนกับท่อน้ำดี
การรักษามะเร็งตับอ่อนเป็นไปได้ยากจากหลายสาเหตุ สาเหตุแรก เนื้องอกตับอ่อนในระยะเริ่มต้นไม่สามารถมองเห็นได้จากการภาพถ่ายวิธีต่าง ๆ เช่น การถ่ายภาพเอกซเรย์ การถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ การถ่ายภาพด้วยเครื่อง MRI การถ่ายภาพอัลตราซาวด์ เมื่อเป็นเช่นนี้ หลายคนจึงไม่ได้รับการวินิจฉัยจนกว่ามะเร็งจะแพร่กระจาย สาเหตุต่อมาคือมะเร็งตับอ่อนดื้อต่อวิธีการรักษามะเร็งหลายชนิด ทำให้รักษาได้ยากเป็นพิเศษ
ชนิดของมะเร็งตับอ่อน
แบ่งได้สองประเภท ได้แก่
- เนื้องอกจากเซลล์ท่อตับอ่อน (Exocrine tumors) มากกว่า 90% ของมะเร็งตับอ่อนเกิดจากเนื้องอกชนิดนี้
- เนื้องอกประสาทต่อมไร้ท่อ (Neuroendocrine tumors หรือ NETs) น้อยกว่า 10% ของเนื้องอกตับอ่อนเกิดจากเนื้องอกชนิดนี้
อาการของมะเร็งตับอ่อน
อาการมักจะปรากฏเมื่อเซลล์เริ่มลุกลามไปอวัยวะอื่น
- ตัวเหลือง ตาเหลือง
- คันผิวหนัง
- ปัสสาวะสีเข้ม
- อุจจาระสีอ่อน
- ปวดท้องส่วนบน
- ปวดกลางหลัง
- คลื่นไส้และอาเจียน
- ท้องอืดหรือมีแก๊ส
- เบื่ออาหาร
- เหนื่อยล้า
- น้ำหนักลด
- ลิ่มเลือด
- เบาหวานที่เพิ่งเริ่มเป็น
มะเร็งตับอ่อนชนิดเนื้องอกประสาทต่อมไร้ท่อ (neuroendocrine cancer) อาจมีอาการแตกต่างจากมะเร็งตับอ่อนทั่วไป และอาจมีอาการท้องเสียและภาวะโลหิตจางร่วมด้วย
ผู้ป่วยหลายคนรายงานว่าอาการแรก ๆ ของมะเร็งตับอ่อนคือปวดหลังหรือปวดท้องซึ่งอาจมาเป็นช่วง ๆ ในตอนแรก และรุนแรงขึ้นหลังรับประทานอาหารเสร็จหรือเมื่อนอนราบ
โรคมะเร็งตับอ่อนเกิดขึ้นได้อย่างไร
ไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรคือสาเหตุของมะเร็งตับอ่อน แต่อาจมีความเสี่ยงที่อาจเกี่ยวข้องกับมะเร็งตับอ่อนได้
- การสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า
- โรคอ้วนและมีไขมันสะสมบริเวณรอบเอวสูง
- โรคเบาหวาน
- การสัมผัสสารเคมีบางชนิด เช่น ยาฆ่าแมลงและปิโตรเคมี
- โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังและการอักเสบของตับอ่อนเป็นเวลานาน
- โรคตับอ่อนอักเสบเรื้อรังที่สืบทอดทางพันธุกรรม
- กลุ่มอาการทางพันธุกรรมที่มีการกลายพันธุ์ของยีน เช่น ยีน BRCA1 หรือ BRCA2
ภาวะแทรกซ้อนของมะเร็งตับอ่อน
มะเร็งตับอ่อนอาจแพร่กระจายไปยังหลอดเลือดใกล้เคียง ต่อมน้ำเหลือง ตับ เยื่อบุช่องท้อง และปอดได้ โดยส่วนใหญ่แล้ว เซลล์มะเร็งมักแพร่กระจายไกลเกินตับอ่อนแล้วเมื่อได้รับการวินิจฉัย
การตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งตับอ่อนมีวิธีการอย่างไร
การตรวจพบมะเร็งตับอ่อนในระยะเริ่มแรกทำได้ยาก เนื่องจากแพทย์ไม่สามารถคลำหาก้อนเนื้อตับอ่อนได้และไม่สามารถมองเห็นเนื้องอกระยะแรกจากการตรวจภาพถ่ายรังสี ภาพถ่ายจากเครื่อง MRI หรือภาพอัลตราซาวด์ การตรวจมะเร็งตับอ่อนอาจทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- การตรวจด้วยภาพถ่ายรังสี
- การตรวจด้วยวิธีเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) เป็นการตรวจหาความผิดปกติในร่างกายด้วยการเอกซเรย์ และใช้คอมพิวเตอร์สร้างเป็นภาพขึ้นมา
- การตรวจเอ็มอาร์ไอ (MRI) เป็นการใช้สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและคลื่นความถี่วิทยุตรวจผู้ป่วย และใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลภาพนั้น
- การตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเพทซีที (PET/CT) เป็นการตรวจที่ใช้เครื่องเพท (Positron Emission Tomography: PET) ถ่ายภาพรังสีที่ออกมาจากผู้ป่วยและใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทำหน้าที่ถ่ายภาพตำแหน่งของเนื้องอก
- การตรวจระบบทางเดินอาหารโดยการส่องกล้องที่ติดอัลตราซาวนด์ (Esophageal endoscopic ultrasound) วิธีนี้แพทย์จะสอดกล้อง Endoscope เข้าทางปากเพื่อไปสู่บริเวณระบบทางเดินอาหาร จากนั้นจะเปิดเครื่องอัลตราซาวด์เพื่อให้เกิดคลื่นเสียงและสร้างภาพภายในระบบทางเดินอาหาร วิธีนี้ทำให้แพทย์มองเห็นความผิดปกติที่ตับอ่อน และอวัยวะภายในที่อยู่ใกล้ระบบทางเดินอาหาร
- การตรวจเลือดการตรวจเลือดสามารถตรวจหาสารบ่งชี้มะเร็งได้ เช่น แอนติเจนคาร์โบไฮเดรต 19-9 ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดหนึ่งที่ถูกปล่อยจากเซลล์มะเร็งตับอ่อน
- การส่องกล้องตรวจเพื่อกำหนดระยะโรค (Staging laparoscopy)แพทย์อาจตรวจส่องกล้องเพื่อตรวจสอบระยะของมะเร็งตับอ่อนว่าลุกลามมากแค่ไหนและเนื้องอกสามารถตัดออกได้หรือไม่ แพทย์จะสอดกล้องเข้าไปผ่านแผลเล็ก ๆ เพื่อตรวจดูความผิดปกติที่ช่องท้องและตับอ่อ
- การตรวจทางพันธุกรรมการตรวจทางพันธุกรรมสามารถระบุว่าผู้ป่วยมียีนที่ทำให้เกิดมะเร็งตับอ่อนหรือไม่ และช่วยให้แพทย์สามารถกำหนดแนวทางการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วย เช่น การกลายพันธุ์ของยีน BRCA1 และ BRCA2 ที่อาจก่อให้เกิดมะเร็งได้หลายชนิดหากเป็นญาติสายตรงของคนที่เป็นมะเร็งตับอ่อน ท่านควรพิจารณาการตรวจทางพันธุกรรม เพราะการได้ทราบความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญ
ก้อนเนื้อมะเร็งตับอ่อนอาจแบ่งออกเป็น 4 ประเภท
- ระยะผ่าตัดได้ (Resectable) ก้อนเนื้องอกอยู่ในตับอ่อนและไม่ลุกลาม สามารถผ่าออกได้
- ระยะผ่าตัดได้แบบมีข้อจำกัด (Borderline resectable) ก้อนเนื้องอกอยู่ในตับอ่อน แต่เกี่ยวข้องกับหลอดเลือดใกล้เคียงบางส่วน ยังสามารถผ่าตัดได้
- ระยะลุกลามเฉพาะที่ (Locally advanced) ก้อนเนื้องอกอยู่ในตับอ่อนและลุกลามเข้าสู่หลอดเลือดใกล้เคียงในบริเวณกว้าง การผ่าตัดอาจไม่ปลอดภัย
- ระยะแพร่กระจาย (Metastatic) มะเร็งแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น เช่น ตับ ปอด หรือช่องท้อง และเนื้อเยื่อ หรือระบบน้ำเหลืองใกล้ตับอ่อนด้วย
มีวิธีการใดบ้างที่ใช้รักษาโรคมะเร็งตับอ่อน
มะเร็งตับอ่อนมีอัตราการตายสูง แต่หากตรวจพบเจอโรคได้เร็ว ก็จะเพิ่มโอกาสที่จะหายขาด เพราะแพทย์สามารถผ่าเนื้องอกออกได้หมด การพิจารณาวิธีรักษาขึ้นอยู่กับตำแหน่งเนื้องอก, ระยะของโรคและสุขภาพของผู้ป่วย
- การผ่าตัด การผ่าตัดเป็นวิธีเดียวที่สามารถรักษามะเร็งตับอ่อนให้หายขาดได้ การผ่าตัดประเภทนี้เหมาะสำหรับเนื้องอกที่อยู่ในตับอ่อนเท่านั้น แต่การเอาเนื้องอกออกทั้งหมดก็อาจไม่สามารถทำได้ในทุกกรณี การผ่าตัดสามารถทำได้ด้วยวิธีต่อไปนี้
- การผ่าตัดส่วนหัวตับอ่อน (Whipple procedure หรือ Pancreaticoduodenectomy) เป็นการผ่าตัดนำส่วนหัวตับอ่อน ลำไส้เล็กส่วนบน ถุงน้ำดี ท่อน้ำดีบางส่วน และต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงออก เมื่อผ่าออกแล้ว แพทย์จะต่อท่อน้ำดีและตับอ่อนส่วนที่เหลือเข้ากับลำไส้เล็กเพื่อให้ร่างกายยังทำงานต่อได้
- การผ่าตัดส่วนลำตัวและหางตับอ่อน (Distal pancreatectomy) วิธีนี้แพทย์จะผ่าส่วนลำตัวและหางของตับอ่อน และม้าม เนื่องจากม้ามทำหน้าที่สู้กับการติดเชื้อ แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดวัคซีนบางชนิดก่อนผ่าตัด
- การผ่าตัดตับอ่อนทั้งหมด (Total pancreatectomy) หากมะเร็งแพร่กระจายไปทั่วทั้งตับอ่อน แต่ยังสามารถผ่าตัดได้ แพทย์อาจผ่าตัดตับอ่อนออกทั้งหมด รวมถึงถุงน้ำดี ม้าม และท่อน้ำดีและกระเพาะอาหารบางส่วนและลำไส้เล็กด้วย การผ่าตัดนี้อาจทำให้ผู้ป่วยสูญเสียเซลล์ Islet ที่ผลิตฮอร์โมนและเอนไซม์
- การมีชีวิตอยู่โดยไม่มีตับอ่อนจะทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างรุนแรง เพราะตับอ่อนผลิตอินซูลินและฮอร์โมนอื่นๆ ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากไม่มีตับอ่อน ผู้ป่วยจะเป็นเบาหวานและต้องฉีดอินซูลินและยังต้องรับประทานเอนไซม์ช่วยย่อยอาหารด้วย
- เคมีบำบัด (Chemotherapy)ยาเคมีบำบัดจะเข้าไปทําลายหรือยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง อยู่ในรูปแบบยาเม็ดหรือให้ยาผ่านสายน้ำเกลือ เคมีบำบัดมักใช้กับผู้ป่วยระยะลุกลาม แพทย์มักทำเคมีบำบัดก่อนหรือหลังการผ่าตัด
- การฉายรังสีหรือฉายแสง (Radiotherapy)เป็นการใช้รังสีเอกซเรย์พลังงานสูงทำลายเซลล์มะเร็ง มักใช้ร่วมกับเคมีบำบัดหรือผ่าตัด และสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดได้ด้วย
- การรักษาแบบใช้ยามุ่งเป้า (Targeted therapy)ยาที่ออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจงในกลไกการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ยานี้จะควบคุมการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง อาจใช้ร่วมกับวิธีรักษาอื่น ยามุ่งเป้าสำหรับรักษาตับอ่อน ได้แก่ Erlotinib, Olaparib, Larotrectinib, Entrectinib
- การจัดการอาการปวด มะเร็งตับอ่อนอาจทำให้มีอาการปวดรุนแรง เพราะเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทใกล้เคียง แพทย์อาจให้ยารับประทาน ยาชา หรือการฉีดสเตียรอยด์เพื่อแก้ปวด
เราจะป้องกันไม่ให้เป็นโรคมะเร็งตับอ่อนได้อย่างไร
เราอาจลดความเสี่ยงด้วยวิธีต่อไปนี้
- รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ดี
- รับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืชไม่ขัดสี
- ลดการบริโภคเนื้อแดง เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล และอาหารแปรรูป
- งดสูบบุหรี่ และงดดื่มแอลกอฮอล์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารเคมีที่เป็นอันตราย เช่น แอสเบสทอส สารกำจัดศัตรูพืช และปิโตรเคมี
- การตรวจคัดกรองมะเร็งตับอ่อนทางพันธุกรรม
Ref: mahidol
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
รศ.นพ. กฤษณ์ จาฏามระ
แผนกศัลยกรรม | BNH Breast Health Centre
ความชำนาญพิเศษ
โรคเต้านมและศัลยกรรมระบบทางเดินอาหารส่วนบน, ศัลยศาสตร์, ศัลยศาสตร์ทั่วไป, มะเร็ง, เคมีบำบัดมะเร็งเต้านม -
นพ. สิกฤษฏิ์ เด่นอริยะกูล
แผนกศัลยกรรม | BNH Breast Health Centre
ความชำนาญพิเศษ
– ศัลยกรรมโรคเต้านม -
นพ. สรรชัย วิโรจน์แสงทอง
แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ -
ผศ. พญ. กษยา ตันติผลาชีวะ
แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก -
นพ. ธัญวัจน์ ศาสนเกียรติกุล
แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ผ่าตัดส่องกล้องไทรอยด์ ไร้แผลเป็น ,ผ่าตัดศีรษะ คอ เต้านม -
พญ. นิรมล ตันเต็มทรัพย์
แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมเฉพาะทางเด็ก -
ศ. นพ. พิเชฐ สัมปทานุกุล
แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
พยาธิวิทยากายวิภาค , เซลล์วิทยา, การเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มเล็กเพื่อเซลล์วินิจฉัย -
นพ. มาวิน วงศ์สายสุวรรณ
แผนกศัลยกรรม | BNH Breast Health Centre
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยศาสตร์, ศัลยศาสตร์ทั่วไป, ศัลยศาสตร์หลอดเลือด, เคมีบำบัดมะเร็งเต้านม, หลอดเลือด -
นพ. ยงสรร วงศ์วิวัฒน์เสรี
คลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่ และทวารหนัก | แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยศาสตร์,ศัลยศาสตร์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก -
นพ. สงวนชัย โชคดีสัมฤทธิ์
แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ -
นพ. เรืองชัย วัชรพงศ์
แผนกศัลยกรรม
ความชำนาญพิเศษ
ศัลยศาสตร์ทางเดินปัสสาวะ -
นพ. ชัยยศ เสียงประเสริฐกิจ
แผนกศัลยกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทศัลยศาสตร์