Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ร้อนใน: สาเหตุ อาการ และกินอะไรแก้ร้อนใน แนะนำยาแก้ร้อนในและยาทาแผลในปาก

ร้อนในคืออะไร

ความหมายของร้อนใน

ร้อนใน หรือที่เรียกทางการแพทย์ว่า “แผลร้อนในในช่องปาก” (Mouth Ulcer, Canker Sore, Aphthous Ulcer) คือ ภาวะที่เกิดแผลเล็ก ๆ ภายในช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณเยื่อบุช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้ม เหงือก ร้อนในอาจเกิดที่ลิ้น หรือริมฝีปากด้านใน 

 

ความแตกต่างของร้อนในจากแผลในช่องปากชนิดอื่น

  • ร้อนในไม่ใช่แผลที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม (Herpes Simplex Virus) ซึ่งมักเกิดที่ริมฝีปากด้านนอกและมีตุ่มน้ำใสก่อนแตกเป็นแผล
  • ร้อนในไม่ใช่โรคติดต่อ ไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้

ลักษณะของแผลร้อนใน

  • แผลร้อนใน เป็นแผลในช่องปากที่มีลักษณะเฉพาะตัวชัดเจน โดยทั่วไปจะมีรูปร่างเป็นวงกลมหรือวงรี ขนาดเล็กตั้งแต่ประมาณ 1 มม. – 1 ซม. หรือบางครั้งอาจใหญ่ได้ถึง 0.5-1 นิ้ว (ประมาณ 1.3-2.5 ซม.) แผลจะมีสีขาวหรือเหลืองขุ่นตรงกลาง ส่วนขอบแผลจะมีสีแดงสดล้อมรอบ
  • แผลร้อนในมักเกิดขึ้นบนเยื่อบุอ่อนในช่องปาก เช่น กระพุ้งแก้ม ด้านในริมฝีปาก และร้อนในอาจเกิดที่ลิ้น หรือเหงือก เพราะมีความบอบบางและเสี่ยงต่อการระคายเคืองจากอาหารหรือการกัดโดยไม่ได้ตั้งใจ 
  • เมื่อสัมผัสโดนแผลจะทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือแสบ โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหารรสจัด ร้อน หรือเปรี้ยว อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกลำบากในการกิน ดื่ม หรือพูดคุยได้
  • แผลร้อนในมีลักษณะเป็นแผลตื้น ไม่ลึกลงไปในเนื้อเยื่อมากนัก แตกต่างจากแผลชนิดอื่น เช่น แผลลึกหรือแผลติดเชื้อไวรัสเฮอร์ปีส์ที่มักมีตุ่มน้ำใสก่อนแตกเป็นแผล
  • โดยทั่วไป แผลร้อนในจะหายได้เองภายใน 1-2 สัปดาห์โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น แต่หากแผลมีขนาดใหญ่เกินไป หรือไม่หายภายในเวลานี้ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม

ร้อนในเกิดจากอะไร

ร้อนในที่กระพุ้งแก้ม ด้านในริมฝีปาก เหงือก หรือร้อนในที่ลิ้นอาจเกิดจากสาเหตุที่มาจากปัจจัยภายในและภายนอกต่อไปนี้

ปัจจัยภายนอกที่ทำให้เกิดร้อนใน

  • การบาดเจ็บหรือระคายเคืองในช่องปาก: เช่น การกัดกระพุ้งแก้มโดยไม่ตั้งใจ การแปรงฟันแรงเกินไป หรือการเสียดสีจากฟันปลอม เหล็กจัดฟัน หรืออุปกรณ์ทันตกรรมที่ไม่พอดีช่องปาก ทำให้เยื่อบุช่องปากเกิดแผลร้อนในได้ง่ายขึ้น

  • อาหารและเครื่องดื่ม: การรับประทานอาหารรสจัด เผ็ด เปรี้ยว หรืออาหารที่มีกรดสูง เช่น มะนาว ส้ม รวมถึงอาหารที่แพ้ เช่น ช็อกโกแลต ถั่ว ชีส อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและกระตุ้นแผลร้อนใน

  • สารเคมีและผลิตภัณฑ์ในช่องปาก: การใช้ยาสีฟันหรือผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากที่มีสารระคายเคืองบางชนิด เช่น Sodium Lauryl Sulfate อาจทำให้เกิดแผลร้อนในได้

  • พฤติกรรมบางอย่าง เช่น การสูบบุหรี่ หรือการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำและเสี่ยงต่อการเกิดแผลร้อนใน

  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) อาจทำให้เยื่อบุช่องปากระคายเคืองและเกิดแผลร้อนในได้

ปัจจัยภายในที่ทำให้เกิดร้อนใน

  • พันธุกรรม: ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นร้อนในมักมีโอกาสเกิดแผลนี้บ่อยกว่าคนทั่วไป เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรมมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันและความไวต่อการเกิดแผลร้อนในในช่องปาก
  • การขาดสารอาหารสำคัญ: การขาดวิตามินบี 12, กรดโฟลิก, ธาตุเหล็ก และสังกะสี ส่งผลให้เยื่อบุช่องปากอ่อนแอและเสี่ยงต่อการเกิดแผลร้อนในได้ง่ายขึ้น
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน: โดยเฉพาะในผู้หญิงช่วงก่อนมีประจำเดือนหรือระหว่างมีประจำเดือน ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปสามารถกระตุ้นให้เกิดแผลร้อนในได้
  • ความเครียดและภาวะอารมณ์ไม่สมดุล: ความเครียดสะสมและความวิตกกังวลส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายมีความไวต่อการเกิดแผลร้อนในมากขึ้น
  • ภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องหรือโรคประจำตัว: โรคที่เกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรคโครห์น โรคเบเช็ท โรคเอดส์ หรือโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง อาจทำให้เกิดแผลร้อนในบ่อยและรุนแรงขึ้น
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: การนอนดึกหรือพักผ่อนไม่พอ ทำให้ร่างกายอ่อนแอและภูมิคุ้มกันลดลง ส่งผลให้แผลร้อนในเกิดขึ้นง่ายและหายช้า

 

อาการร้อนในที่พบบ่อย

อาการทั่วไป

  • แผลมีลักษณะเป็นวงกลมหรือวงรี ขนาดเล็กตั้งแต่ 1 มิลลิเมตรจนถึงประมาณ 0.5-1 นิ้ว
  • ตรงกลางแผลเป็นสีขาวหรือเหลืองขุ่น รอบแผลมีขอบแดงชัดเจน
  • แผลมักทำให้รู้สึก เจ็บแสบหรือแสบร้อน โดยเฉพาะเวลารับประทานอาหารรสจัด ร้อน หรือเปรี้ยว
  • อาจรู้สึกชาเล็กน้อยบริเวณแผล
  • บางรายอาจมีแผลหลายจุดพร้อมกัน
  • ในกรณีรุนแรง อาจมีอาการไข้ต่ำหรือไข้สูงร่วมด้วย
  • ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียงอาจบวมและเจ็บ
  • อาจมีอาการเจ็บและระคายเคืองเวลาพูดคุยหรือกลืนอาหาร
  • อาจมีอาการเจ็บซ่าก่อนเกิดแผลจริง 1-2 วันในบริเวณเดียวกัน

วิธีแก้ร้อนใน

อาหารที่ช่วยบรรเทาและเร่งการหายของร้อนใน: กินอะไรแก้ร้อนในที่กระพุ้งแก้ม ด้านในริมฝีปาก หรืออาหารที่แก้ร้อนในที่ลิ้น และเหงือก

วิธีแก้ร้อนใน

กลุ่มอาหารที่ช่วยบรรเทาอาการร้อนใน

  1. ผักและผลไม้สดที่รสไม่เปรี้ยว ผักใบเขียว เช่น ตำลึง ผักโขม คะน้า ผักบุ้ง อุดมด้วยวิตามินบี โฟเลต และธาตุเหล็ก ช่วยซ่อมแซมเยื่อบุช่องปากที่มีแผลร้อนในผลไม้รสอ่อน เช่น กล้วย แตงโม สาลี่ แก้วมังกร มะละกอ ให้ความชุ่มชื้นและวิตามินซีโดยไม่ระคายเคืองแผลร้อนใน
  2. ธัญพืชและอาหารโปรตีนย่อยง่าย  ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ข้าวต้ม ย่อยง่าย ให้พลังงานและวิตามินบี และไม่ระคายเคืองแผลร้อนในไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ปลาเนื้อนุ่ม เป็นแหล่งโปรตีนที่ย่อยง่ายและไม่ระคายเคืองแผลร้อนใน
  3. ผลิตภัณฑ์นมนมสด โยเกิร์ต ให้โปรตีน วิตามินบี2 บี12 และแคลเซียม ช่วยซ่อมแซมแผลร้อนในที่เนื้อเยื่อ
  4. น้ำสมุนไพรและสมุนไพรฤทธิ์เย็นน้ำใบบัวบก น้ำเก๊กฮวย น้ำว่านหางจระเข้ มีฤทธิ์เย็น ลดการอักเสบและช่วยสมานแผลร้อนในว่านหางจระเข้สด สามารถนำเนื้อวุ้นมาทาบริเวณแผลร้อนในเพื่อช่วยลดการอักเสบ
  5. ถั่วและเมล็ดพืชถั่วเหลือง เมล็ดฟักทอง งาดำ อุดมด้วยสังกะสีและธาตุเหล็ก ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันและเร่งการหายของแผลร้อนใน

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง: เป็นร้อนใน ห้ามกินอะไร

  1. อาหารรสจัด เผ็ด เปรี้ยว เค็ม: เพราะจะทำให้แผลร้อนในระคายเคืองและเจ็บแสบมากขึ้นอาหารเผ็ด เช่น พริก น้ำพริก แกงเผ็ดอาหารเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว สับปะรด มะขามอาหารเค็มจัด เช่น ปลาร้า ปลาเค็ม อาหารหมักดอง
  2. ผลไม้ที่มีกรดสูง: กรดจากผลไม้สามารถกัดกร่อนเยื่อบุช่องปากและทำให้แผลร้อนในหายช้าลง เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว มะขาม มะม่วงดิบ
  3. ของทอด ของมัน: ไขมันและน้ำมันในอาหารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและทำให้แผลร้อนในหายช้ากว่าปกติ เช่น อาหารทอดกรอบ เช่น ไก่ทอด หมูทอด มันฝรั่งทอด ขนมขบเคี้ยวที่มีไขมันสูง
  4. ขนมขบเคี้ยวแข็งหรือกรอบ: อาจขูดหรือเสียดสีแผล ทำให้แผลร้อนในลึกขึ้นหรือเจ็บมากขึ้น เช่น ขนมปังอบกรอบ มันฝรั่งทอด ถั่วอบ
  5. อาหารร้อนจัดหรือเย็นจัด: อุณหภูมิที่ร้อนหรือเย็นจัดเกินไปจะกระตุ้นปลายประสาท ทำให้แผลร้อนในเจ็บแสบมากขึ้น เช่น ซุปเดือดจัด ชา กาแฟร้อน น้ำแข็ง ไอศกรีม
  6. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน: มีฤทธิ์ระคายเคืองเยื่อบุช่องปากและอาจทำให้แผลร้อนในหายช้าลง เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์ กาแฟ ชา เครื่องดื่มชูกำลัง
  7. อาหารหมักดองและอาหารทะเล: อาจมีสารก่อภูมิแพ้หรือเชื้อโรคที่กระตุ้นให้แผลร้อนในอักเสบมากขึ้น เช่น ผักกาดดอง แหนม ปลาร้า กุ้ง หอย ปู
  8. อาหารที่มีสารก่อภูมิแพ้หรือสารระคายเคือง เช่น ช็อกโกแลต ถั่ว ชีส นมวัว
  9. ยาสีฟันหรือน้ำยาบ้วนปากที่มี Sodium Lauryl Sulfate: อาจทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองแผลร้อนในในช่องปาก

ยาแก้ร้อนในและยาทาแผลในปากที่แนะนำ

ยาแก้ร้อนใน

– ยาแก้ปวดรับประทาน เช่น พาราเซตามอล  

– ยาชาเฉพาะที่ เช่น Benzocaine gel

ยาทาแผลในปาก

– ยาสเตียรอยด์ชนิดทา เช่น Triamcinolone Acetonide  

– ยาฆ่าเชื้อในช่องปาก เช่น Chlorhexidine  

– ยาทาสมุนไพรหรือสารสมานแผล 

ข้อควรระวังเมื่อใช้ยาแก้ร้อนในและยาทาแผลในปาก

– ใช้ยาตามคำแนะนำแพทย์หรือเภสัชกร  

– ไม่ควรใช้ยาทาแผลในปากเกินระยะเวลาที่กำหนด 

วิธีป้องกันร้อนใน

  • รักษาความสะอาดช่องปาก  
  • หลีกเลี่ยงอาหารรสจัดและของแข็ง  
  • ลดความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ  
  • รับประทานอาหารครบถ้วนและมีวิตามินครบ  
  • ตรวจสุขภาพประจำปี

Ref: Mayoclinic, Clevelandclinic

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • พญ. อรุณี บุญสุข

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นายแพทย์ คงพจน์ วิรุฬห์พจน์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • พญ. จุฑาภรณ์ จั่นวงศ์แก้ว

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • แพทย์หญิง ชลวิภา ศิริยุทธ์วัฒนา

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. ชัยชนะ สินธุวงษ์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. ชัยยศ เสียงประเสริฐกิจ

    แผนกศัลยกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทศัลยศาสตร์

  • พญ. ฐิติพร ศุภสิทธิ์ธำรง

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคสมองเสื่อม

  • นพ. ณษฐพจน์ นำผล

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา รังสีร่วมรักษาระบบประสาท

  • นพ. ดำรงวิทย์ สุขะจินตนากาญจน์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา