Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ไมเกรนรู้ทันจัดการได้

หลายคนคิดว่าไมเกรนรักษาไม่ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเป็นโรคที่มียารักษาเพื่อไม่ให้เกิดอาการ ถ้าเราเข้าใจกลไกการเกิดโรคและหมั่นสังเกตอาการ เมื่อเราหาสาเหตุเจอและได้รับการรักษาที่ตรงจุดร่วมกับการเลือกใช้ยาได้อย่างเหมาะสม ก็จะไม่ต้องเผชิญกับไมเกรนอีกต่อไป

สรุปสาระสำคัญ

  • ไมเกรนสามารถควบคุมได้: อาการปวดหัวไมเกรนมีแนวทางการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการซ้ำ หากเข้าใจกลไกและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นได้อย่างถูกต้อง

  • ยาป้องกันไมเกรนมีหลายทางเลือก: ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มยาแบบรับประทาน (เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยากันชัก ยาลดความดัน) ไปจนถึงการฉีดโบท็อก (Botox) สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง

  • นวัตกรรมยาฉีด (Anti-CGRP): ปัจจุบันมียาฉีดกลุ่มใหม่ (เช่น Aimovig) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งสาร CGRP ซึ่งเป็นต้นเหตุของไมเกรนโดยตรง ช่วยลดความถี่และความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีผลข้างเคียงน้อย

  • การรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์: เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกัน การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด

แนวทางป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน

ถึงแม้ว่าอาการปวดหัวไมเกรนจะไม่เกิดอันตรายต่อสมอง แต่ก็สร้างความรำคาญและรบกวนไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาวได้ การดูแลสุขภาพและเลือกใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสม ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ โดยวิธีป้องกันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. การใช้กลุ่มยา โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มยา ตัวอย่างยา ประสิทธิภาพและจุดเด่นในการรักษา เหมาะสำหรับ
กลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า Amitriptyline, Nortriptyline ช่วยลดความถี่ของการเกิดไมเกรน มีสรรพคุณช่วยในการนอนหลับ และลดอาการปวดจากออฟฟิศซินโดรม ผู้ป่วยไมเกรนที่มีปัญหาการนอนหลับ หรือมีอาการออฟฟิศซินโดรมร่วมด้วย
กลุ่มยากันชัก Topiramate ลดความถี่ในการเกิดไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ประมาณ 33% ในช่วงที่มีประจำเดือน) ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวไมเกรนสัมพันธ์กับช่วงที่มีประจำเดือน
กลุ่มยาลดความดัน Propranolol ป้องกันไมเกรนควบคู่ไปกับการช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต ผู้ป่วยปวดหัวไมเกรนที่มีโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคร่วม

2. การใช้ยาโบท็อก

อาการปวดหัวไมเกรนแต่ละคนมีอาการที่แตกต่างกันซึ่งบางรายอาจไม่เหมาะกับการใช้กลุ่มยา ซึ่งวิธีการรักษาด้วยการใช้โบท็อกก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาไมเกรนได้ โดยโบท็อกจะเข้ามาช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ดี โดยแพทย์จะใช้กับคนไข้ที่มีอาการปวดที่มากกว่า 15 ครั้ง หรือ 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน การ Botulinum toxin ชนิด A ก็จะสามารถช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้

3. การใช้ยาฉีด

การฉีดยาชาเข้าที่เส้นประสาทบริเวณท้ายทอย เป็นการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับโรคไมเกรนเรื้อรัง อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงหรือแทบไม่มีผลข้างเคียง นับว่าเป็นการรักษาที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะทนรับผลข้างเคียงของยาป้องกันไมเกรนตัวอื่น ๆ ไม่ได้

วิธีการรักษา ทำได้โดยการฉีด anti CGRP เป็นกลุ่มยาตัวใหม่ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นยาที่มีผลในการยับยั้งการทำงานของ CGRP ในช่วงที่มีอาการไมเกรน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาฉีดให้เดือนละครั้งหรือในทุก ๆ 3 เดือน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สำหรับยาที่ใช้ฉีด ใช้ยา Aimovig ซึ่งเป็นยาป้องกันไมเกรนรุ่นใหม่ที่ FDA ได้ยอมรับให้ใช้ในทางการแพทย์ได้ โดยยาตัวนี้ใช้ป้องกันอาการปวดไมเกรนได้เฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น ตัวยาสามารถป้องกันอาการปวดไมเกรนได้ทั้งผู้ที่มีอาการปวดแบบรุนแรงเป็นครั้งคราวไปจนถึงขั้นระดับเรื้อรัง

เนื่องจากอาการปวดไมเกรนของแต่ละบุคคลมีลักษณะ สาเหตุ และระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน วิธีป้องกันที่ดีที่สุด ผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสังเกตสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่มีผลทำให้เกิดอาการปวด และพยาบามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นดังกล่าว และควรมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด

BNH Neuroscience Centre

ศูนย์สมองและระบบประสาทโรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมให้การดูแลรักษาผู้ที่มีต้องการรักษาอาการไมเกรนโดยเฉพาะ
ซึ่งทางแผนกมีทั้งทีมแพทย์และผู้ชำนาญการด้านการประเมินสมองโดยเฉพาะ รวมถึงมีทีมสหสาขาวิชาอื่นๆ ที่จะเข้ามาร่วมตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการของผู้ป่วยนั้น ๆ เช่น การตรวจประเมินร่างกาย , การตรวจรังสี MRI , การใช้กลุ่มยาในการรักษา รวมไปถึงการใช้ยา Aimovig ที่เป็นยาชนิดใหม่ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการรักษาและไม่มีผลข้างเคียง

นอกจากการรักษาทางทีมแพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาทก็ยังให้ความสำคัญในการดูแลให้คำแนะนำควบคู่ไปด้วย เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรงในอนาคต

หากท่านประสบปัญหากับอาการปวดหัวเป็นประจำ

ขอเชิญร่วมกรอกแบบสอบถาม เพื่อช่วยค้นหาวิธีการดูแลที่เหมาะสมสำหรับท่าน

คลินิกปวดหัว โรงพยาบาล BNH

"พร้อมร่วมจัดการอาการปวดหัวของคุณและช่วยให้คุณกลับสู่เส้นทางของชีวิตที่มีความสุขและเต็มไปด้วยพลัง"

สนใจรับคำปรึกษาเบื้องต้นกับคลินิกปวดหัว โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เจ้าหน้าที่ทำนัดให้ได้ที่ LINE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาและป้องกันไมเกรน (FAQ)

1. ยาฉีดไมเกรน (Anti-CGRP / Aimovig) เหมาะกับใคร?

นวัตกรรมยาฉีดป้องกันไมเกรนกลุ่ม Anti-CGRP เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดไมเกรนรุนแรงเป็นครั้งคราวไปจนถึงระดับเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาป้องกันไมเกรนชนิดอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือทนต่อผลข้างเคียงของยาแบบรับประทานไม่ได้ ตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งสาร CGRP ที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดโดยตรง โดยแพทย์มักพิจารณาฉีดเดือนละ 1 ครั้ง หรือทุกๆ 3 เดือน

2. การฉีดโบท็อก (Botox) ช่วยรักษาอาการปวดหัวไมเกรนได้อย่างไร?

โบท็อก (Botulinum toxin ชนิด A) ช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อและลดสัญญาณความปวดที่ส่งไปยังสมอง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไมเกรนเรื้อรัง คือมีอาการปวดศีรษะมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน การฉีดโบท็อกจะช่วยลดทั้งความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. อาการปวดหัวไมเกรน สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

แม้ไมเกรนอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในทุกกรณี แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ช่วย "ควบคุมและป้องกัน" ไม่ให้เกิดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ได้รับยาหรือแนวทางการรักษาที่เหมาะสม (เช่น ยาฉีด ยารับประทาน) ร่วมกับการสังเกตและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องทนทุกข์จากอาการปวดไมเกรนอีกต่อไป

ศูนย์สมองและระบบประสาท

ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 4 Zone B แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เวลาทำการ

วันจันทร์ - วันอาทิตย์ : 08:00 - 19:00 น.

นัดหมายแพทย์และสอบถาม

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายผู้เชี่ยวชาญที่ท่านต้องการ กรุณาติดต่อที่

โทร : 02-022-0700 ต่อ 4573
หรือ 02-022-0843
E-Mail : [email protected]

สถานที่ตั้ง

ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 4 Zone B แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

SPECIALIST

  • นพ. ภาสิน เหมะจุฑา

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • พญ. สุพพตา เมธารักษ์ชีพ

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคพาร์กินสัน, กลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ, การฉีดโบทูลินัมท็อกซินในโรคระบบประสาท

  • ผศ.นพ. อิทธิชัย ศักดิ์อรุณชัย

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทศัลยศาสตร์ รังสีร่วมรักษาระบบประสาท

  • นายแพทย์ จักรพงศ์ หล่อสุวรรณศิริ

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา