หลายคนคิดว่าไมเกรนรักษาไม่ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเป็นโรคที่มียารักษาเพื่อไม่ให้เกิดอาการ ถ้าเราเข้าใจกลไกการเกิดโรคและหมั่นสังเกตอาการ เมื่อเราหาสาเหตุเจอและได้รับการรักษาที่ตรงจุดร่วมกับการเลือกใช้ยาได้อย่างเหมาะสม ก็จะไม่ต้องเผชิญกับไมเกรนอีกต่อไป
สรุปสาระสำคัญ
ไมเกรนสามารถควบคุมได้: อาการปวดหัวไมเกรนมีแนวทางการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการซ้ำ หากเข้าใจกลไกและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นได้อย่างถูกต้อง
ยาป้องกันไมเกรนมีหลายทางเลือก: ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มยาแบบรับประทาน (เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยากันชัก ยาลดความดัน) ไปจนถึงการฉีดโบท็อก (Botox) สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง
นวัตกรรมยาฉีด (Anti-CGRP): ปัจจุบันมียาฉีดกลุ่มใหม่ (เช่น Aimovig) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งสาร CGRP ซึ่งเป็นต้นเหตุของไมเกรนโดยตรง ช่วยลดความถี่และความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีผลข้างเคียงน้อย
การรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์: เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกัน การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด
แนวทางป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน
ถึงแม้ว่าอาการปวดหัวไมเกรนจะไม่เกิดอันตรายต่อสมอง แต่ก็สร้างความรำคาญและรบกวนไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาวได้ การดูแลสุขภาพและเลือกใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสม ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ โดยวิธีป้องกันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
1. การใช้กลุ่มยา โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
| กลุ่มยา | ตัวอย่างยา | ประสิทธิภาพและจุดเด่นในการรักษา | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| กลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า | Amitriptyline, Nortriptyline | ช่วยลดความถี่ของการเกิดไมเกรน มีสรรพคุณช่วยในการนอนหลับ และลดอาการปวดจากออฟฟิศซินโดรม | ผู้ป่วยไมเกรนที่มีปัญหาการนอนหลับ หรือมีอาการออฟฟิศซินโดรมร่วมด้วย |
| กลุ่มยากันชัก | Topiramate | ลดความถี่ในการเกิดไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ประมาณ 33% ในช่วงที่มีประจำเดือน) | ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวไมเกรนสัมพันธ์กับช่วงที่มีประจำเดือน |
| กลุ่มยาลดความดัน | Propranolol | ป้องกันไมเกรนควบคู่ไปกับการช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต | ผู้ป่วยปวดหัวไมเกรนที่มีโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคร่วม |
2. การใช้ยาโบท็อก
อาการปวดหัวไมเกรนแต่ละคนมีอาการที่แตกต่างกันซึ่งบางรายอาจไม่เหมาะกับการใช้กลุ่มยา ซึ่งวิธีการรักษาด้วยการใช้โบท็อกก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาไมเกรนได้ โดยโบท็อกจะเข้ามาช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ดี โดยแพทย์จะใช้กับคนไข้ที่มีอาการปวดที่มากกว่า 15 ครั้ง หรือ 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน การ Botulinum toxin ชนิด A ก็จะสามารถช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้
3. การใช้ยาฉีด
การฉีดยาชาเข้าที่เส้นประสาทบริเวณท้ายทอย เป็นการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับโรคไมเกรนเรื้อรัง อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงหรือแทบไม่มีผลข้างเคียง นับว่าเป็นการรักษาที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะทนรับผลข้างเคียงของยาป้องกันไมเกรนตัวอื่น ๆ ไม่ได้
วิธีการรักษา ทำได้โดยการฉีด anti CGRP เป็นกลุ่มยาตัวใหม่ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นยาที่มีผลในการยับยั้งการทำงานของ CGRP ในช่วงที่มีอาการไมเกรน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาฉีดให้เดือนละครั้งหรือในทุก ๆ 3 เดือน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สำหรับยาที่ใช้ฉีด ใช้ยา Aimovig ซึ่งเป็นยาป้องกันไมเกรนรุ่นใหม่ที่ FDA ได้ยอมรับให้ใช้ในทางการแพทย์ได้ โดยยาตัวนี้ใช้ป้องกันอาการปวดไมเกรนได้เฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น ตัวยาสามารถป้องกันอาการปวดไมเกรนได้ทั้งผู้ที่มีอาการปวดแบบรุนแรงเป็นครั้งคราวไปจนถึงขั้นระดับเรื้อรัง
เนื่องจากอาการปวดไมเกรนของแต่ละบุคคลมีลักษณะ สาเหตุ และระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน วิธีป้องกันที่ดีที่สุด ผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสังเกตสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่มีผลทำให้เกิดอาการปวด และพยาบามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นดังกล่าว และควรมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด
BNH Neuroscience Centre
ศูนย์สมองและระบบประสาทโรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมให้การดูแลรักษาผู้ที่มีต้องการรักษาอาการไมเกรนโดยเฉพาะ
ซึ่งทางแผนกมีทั้งทีมแพทย์และผู้ชำนาญการด้านการประเมินสมองโดยเฉพาะ รวมถึงมีทีมสหสาขาวิชาอื่นๆ ที่จะเข้ามาร่วมตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการของผู้ป่วยนั้น ๆ เช่น การตรวจประเมินร่างกาย , การตรวจรังสี MRI , การใช้กลุ่มยาในการรักษา รวมไปถึงการใช้ยา Aimovig ที่เป็นยาชนิดใหม่ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการรักษาและไม่มีผลข้างเคียง
นอกจากการรักษาทางทีมแพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาทก็ยังให้ความสำคัญในการดูแลให้คำแนะนำควบคู่ไปด้วย เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรงในอนาคต
หากท่านประสบปัญหากับอาการปวดหัวเป็นประจำ
ขอเชิญร่วมกรอกแบบสอบถาม เพื่อช่วยค้นหาวิธีการดูแลที่เหมาะสมสำหรับท่าน
คลินิกปวดหัว โรงพยาบาล BNH
"พร้อมร่วมจัดการอาการปวดหัวของคุณและช่วยให้คุณกลับสู่เส้นทางของชีวิตที่มีความสุขและเต็มไปด้วยพลัง"
สนใจรับคำปรึกษาเบื้องต้นกับคลินิกปวดหัว โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
เจ้าหน้าที่ทำนัดให้ได้ที่ LINE
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาและป้องกันไมเกรน (FAQ)
1. ยาฉีดไมเกรน (Anti-CGRP / Aimovig) เหมาะกับใคร?
2. การฉีดโบท็อก (Botox) ช่วยรักษาอาการปวดหัวไมเกรนได้อย่างไร?
3. อาการปวดหัวไมเกรน สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 4 Zone B แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เวลาทำการ
วันจันทร์ - วันอาทิตย์ : 08:00 - 19:00 น.

นัดหมายแพทย์และสอบถาม
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายผู้เชี่ยวชาญที่ท่านต้องการ กรุณาติดต่อที่
โทร : 02-022-0700 ต่อ 4573
หรือ 02-022-0843
E-Mail : [email protected]
สถานที่ตั้ง
ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 4 Zone B แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช
SPECIALIST
-
นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
พญ. อรุณี บุญสุข
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นายแพทย์ คงพจน์ วิรุฬห์พจน์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
พญ. จุฑาภรณ์ จั่นวงศ์แก้ว
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
แพทย์หญิง ชลวิภา ศิริยุทธ์วัฒนา
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. ชัยชนะ สินธุวงษ์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. ชัยยศ เสียงประเสริฐกิจ
แผนกศัลยกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทศัลยศาสตร์ -
พญ. ฐิติพร ศุภสิทธิ์ธำรง
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
โรคสมองเสื่อม -
นพ. ณษฐพจน์ นำผล
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา รังสีร่วมรักษาระบบประสาท -
นพ. ดำรงวิทย์ สุขะจินตนากาญจน์
ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา