Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ไมเกรนรู้ทันจัดการได้

หลายคนคิดว่าไมเกรนรักษาไม่ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเป็นโรคที่มียารักษาเพื่อไม่ให้เกิดอาการ ถ้าเราเข้าใจกลไกการเกิดโรคและหมั่นสังเกตอาการ เมื่อเราหาสาเหตุเจอและได้รับการรักษาที่ตรงจุดร่วมกับการเลือกใช้ยาได้อย่างเหมาะสม ก็จะไม่ต้องเผชิญกับไมเกรนอีกต่อไป

สรุปสาระสำคัญ

  • ไมเกรนสามารถควบคุมได้: อาการปวดหัวไมเกรนมีแนวทางการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการซ้ำ หากเข้าใจกลไกและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นได้อย่างถูกต้อง

  • ยาป้องกันไมเกรนมีหลายทางเลือก: ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มยาแบบรับประทาน (เช่น ยาต้านซึมเศร้า ยากันชัก ยาลดความดัน) ไปจนถึงการฉีดโบท็อก (Botox) สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเรื้อรัง

  • นวัตกรรมยาฉีด (Anti-CGRP): ปัจจุบันมียาฉีดกลุ่มใหม่ (เช่น Aimovig) ที่ออกฤทธิ์ยับยั้งสาร CGRP ซึ่งเป็นต้นเหตุของไมเกรนโดยตรง ช่วยลดความถี่และความรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และมีผลข้างเคียงน้อย

  • การรักษาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์: เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีสาเหตุและระดับความรุนแรงแตกต่างกัน การตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้เลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุด

แนวทางป้องกันอาการปวดหัวไมเกรน

ถึงแม้ว่าอาการปวดหัวไมเกรนจะไม่เกิดอันตรายต่อสมอง แต่ก็สร้างความรำคาญและรบกวนไปถึงการใช้ชีวิตประจำวันในระยะยาวได้ การดูแลสุขภาพและเลือกใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสม ก็จะสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ โดยวิธีป้องกันแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. การใช้กลุ่มยา โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มยา ตัวอย่างยา ประสิทธิภาพและจุดเด่นในการรักษา เหมาะสำหรับ
กลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า Amitriptyline, Nortriptyline ช่วยลดความถี่ของการเกิดไมเกรน มีสรรพคุณช่วยในการนอนหลับ และลดอาการปวดจากออฟฟิศซินโดรม ผู้ป่วยไมเกรนที่มีปัญหาการนอนหลับ หรือมีอาการออฟฟิศซินโดรมร่วมด้วย
กลุ่มยากันชัก Topiramate ลดความถี่ในการเกิดไมเกรนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (ประมาณ 33% ในช่วงที่มีประจำเดือน) ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหัวไมเกรนสัมพันธ์กับช่วงที่มีประจำเดือน
กลุ่มยาลดความดัน Propranolol ป้องกันไมเกรนควบคู่ไปกับการช่วยควบคุมระดับความดันโลหิต ผู้ป่วยปวดหัวไมเกรนที่มีโรคความดันโลหิตสูงเป็นโรคร่วม

2. การใช้ยาโบท็อก

อาการปวดหัวไมเกรนแต่ละคนมีอาการที่แตกต่างกันซึ่งบางรายอาจไม่เหมาะกับการใช้กลุ่มยา ซึ่งวิธีการรักษาด้วยการใช้โบท็อกก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางในการรักษาไมเกรนได้ โดยโบท็อกจะเข้ามาช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ดี โดยแพทย์จะใช้กับคนไข้ที่มีอาการปวดที่มากกว่า 15 ครั้ง หรือ 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเป็นเวลา 3 เดือน การ Botulinum toxin ชนิด A ก็จะสามารถช่วยลดความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้

3. การใช้ยาฉีด

การฉีดยาชาเข้าที่เส้นประสาทบริเวณท้ายทอย เป็นการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับโรคไมเกรนเรื้อรัง อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงหรือแทบไม่มีผลข้างเคียง นับว่าเป็นการรักษาที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่อาจจะทนรับผลข้างเคียงของยาป้องกันไมเกรนตัวอื่น ๆ ไม่ได้

วิธีการรักษา ทำได้โดยการฉีด anti CGRP เป็นกลุ่มยาตัวใหม่ที่สามารถออกฤทธิ์ได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว เป็นยาที่มีผลในการยับยั้งการทำงานของ CGRP ในช่วงที่มีอาการไมเกรน ซึ่งแพทย์จะพิจารณาฉีดให้เดือนละครั้งหรือในทุก ๆ 3 เดือน ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม สำหรับยาที่ใช้ฉีด ใช้ยา Aimovig ซึ่งเป็นยาป้องกันไมเกรนรุ่นใหม่ที่ FDA ได้ยอมรับให้ใช้ในทางการแพทย์ได้ โดยยาตัวนี้ใช้ป้องกันอาการปวดไมเกรนได้เฉพาะในผู้ใหญ่เท่านั้น ตัวยาสามารถป้องกันอาการปวดไมเกรนได้ทั้งผู้ที่มีอาการปวดแบบรุนแรงเป็นครั้งคราวไปจนถึงขั้นระดับเรื้อรัง

เนื่องจากอาการปวดไมเกรนของแต่ละบุคคลมีลักษณะ สาเหตุ และระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน วิธีป้องกันที่ดีที่สุด ผู้ป่วยควรหมั่นสังเกตอาการของตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะสังเกตสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ ที่มีผลทำให้เกิดอาการปวด และพยาบามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นดังกล่าว และควรมาพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมที่สุด

BNH Neuroscience Centre

ศูนย์สมองและระบบประสาทโรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมให้การดูแลรักษาผู้ที่มีต้องการรักษาอาการไมเกรนโดยเฉพาะ
ซึ่งทางแผนกมีทั้งทีมแพทย์และผู้ชำนาญการด้านการประเมินสมองโดยเฉพาะ รวมถึงมีทีมสหสาขาวิชาอื่นๆ ที่จะเข้ามาร่วมตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ป่วยด้วยวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับอาการของผู้ป่วยนั้น ๆ เช่น การตรวจประเมินร่างกาย , การตรวจรังสี MRI , การใช้กลุ่มยาในการรักษา รวมไปถึงการใช้ยา Aimovig ที่เป็นยาชนิดใหม่ที่ได้รับการยอมรับในวงการแพทย์ อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพในการรักษาและไม่มีผลข้างเคียง

นอกจากการรักษาทางทีมแพทย์ศูนย์สมองและระบบประสาทก็ยังให้ความสำคัญในการดูแลให้คำแนะนำควบคู่ไปด้วย เช่น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งเร้าที่จะไปกระตุ้นให้เกิดอาการ ทั้งนี้เพื่อเป็นแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดอาการรุนแรงในอนาคต

หากท่านประสบปัญหากับอาการปวดหัวเป็นประจำ

ขอเชิญร่วมกรอกแบบสอบถาม เพื่อช่วยค้นหาวิธีการดูแลที่เหมาะสมสำหรับท่าน

คลินิกปวดหัว โรงพยาบาล BNH

"พร้อมร่วมจัดการอาการปวดหัวของคุณและช่วยให้คุณกลับสู่เส้นทางของชีวิตที่มีความสุขและเต็มไปด้วยพลัง"

สนใจรับคำปรึกษาเบื้องต้นกับคลินิกปวดหัว โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เจ้าหน้าที่ทำนัดให้ได้ที่ LINE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาและป้องกันไมเกรน (FAQ)

1. ยาฉีดไมเกรน (Anti-CGRP / Aimovig) เหมาะกับใคร?

นวัตกรรมยาฉีดป้องกันไมเกรนกลุ่ม Anti-CGRP เหมาะสำหรับผู้ใหญ่ที่มีอาการปวดไมเกรนรุนแรงเป็นครั้งคราวไปจนถึงระดับเรื้อรัง โดยเฉพาะผู้ที่รับประทานยาป้องกันไมเกรนชนิดอื่นแล้วไม่ได้ผล หรือทนต่อผลข้างเคียงของยาแบบรับประทานไม่ได้ ตัวยาจะออกฤทธิ์ยับยั้งสาร CGRP ที่เป็นต้นเหตุของอาการปวดโดยตรง โดยแพทย์มักพิจารณาฉีดเดือนละ 1 ครั้ง หรือทุกๆ 3 เดือน

2. การฉีดโบท็อก (Botox) ช่วยรักษาอาการปวดหัวไมเกรนได้อย่างไร?

โบท็อก (Botulinum toxin ชนิด A) ช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อและลดสัญญาณความปวดที่ส่งไปยังสมอง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการไมเกรนเรื้อรัง คือมีอาการปวดศีรษะมากกว่า 15 วันต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน การฉีดโบท็อกจะช่วยลดทั้งความรุนแรงและความถี่ของอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. อาการปวดหัวไมเกรน สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่?

แม้ไมเกรนอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ในทุกกรณี แต่ปัจจุบันมีวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่ช่วย "ควบคุมและป้องกัน" ไม่ให้เกิดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง หากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง ได้รับยาหรือแนวทางการรักษาที่เหมาะสม (เช่น ยาฉีด ยารับประทาน) ร่วมกับการสังเกตและหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น จะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยไม่ต้องทนทุกข์จากอาการปวดไมเกรนอีกต่อไป

ศูนย์สมองและระบบประสาท

ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 4 Zone B แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

เวลาทำการ

วันจันทร์ - วันอาทิตย์ : 08:00 - 19:00 น.

นัดหมายแพทย์และสอบถาม

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือนัดหมายผู้เชี่ยวชาญที่ท่านต้องการ กรุณาติดต่อที่

โทร : 02-022-0700 ต่อ 4573
หรือ 02-022-0843
E-Mail : [email protected]

สถานที่ตั้ง

ศูนย์สมองและระบบประสาท ชั้น 4 Zone B แผนกอายุรกรรม โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

SPECIALIST

  • นายแพทย์ เขษม์ชัย เสือวรรณศรี

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. รัชยุทธ ธนปิยชัยกุล

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • พญ. อรุณี บุญสุข

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นายแพทย์ คงพจน์ วิรุฬห์พจน์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • พญ. จุฑาภรณ์ จั่นวงศ์แก้ว

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • แพทย์หญิง ชลวิภา ศิริยุทธ์วัฒนา

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. ชัยชนะ สินธุวงษ์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา

  • นพ. ชัยยศ เสียงประเสริฐกิจ

    แผนกศัลยกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทศัลยศาสตร์

  • พญ. ฐิติพร ศุภสิทธิ์ธำรง

    แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคสมองเสื่อม

  • นพ. ณษฐพจน์ นำผล

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา รังสีร่วมรักษาระบบประสาท

  • นพ. ดำรงวิทย์ สุขะจินตนากาญจน์

    ศูนย์สมองและระบบประสาท

    ความชำนาญพิเศษ
    ประสาทวิทยา