Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

“ยาเลื่อนประจำเดือน” ทางเลือกที่ต้องระวังของการจัดการวันนั้นของเดือน

Key Takeaways

ยาเลื่อนประจำเดือน คืออะไร? สรุปข้อมูลสำคัญที่คุณผู้หญิงต้องรู้

ยาเลื่อนประจำเดือน คือยาสังเคราะห์ที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (ตัวยา นอร์เอทีสเตอโรน ขนาด 5 มิลลิกรัม) ทำหน้าที่ช่วยชะลอไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกหลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ต้องการเลื่อนรอบเดือนออกไปชั่วคราว โดยต้องเริ่มทานล่วงหน้า 3-4 วันก่อนวันที่มีประจำเดือน และเมื่อหยุดยา ประจำเดือนจะกลับมาตามปกติภายใน 2-5 วัน

  • ออกฤทธิ์ด้วยฮอร์โมน: ตัวยาหลักคือ นอร์เอทีสเตอโรน (Norethisterone) ซึ่งเข้าไปรักษาระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนให้สูงคงที่

  • วิธีการทานที่ถูกต้อง: ต้องทานล่วงหน้าก่อนประจำเดือนมา 3-4 วัน ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2-3 ครั้งตามแพทย์สั่ง

  • เมื่อไหร่ประจำเดือนจะมา? หลังจากหยุดยาประจำเดือนจะมาภายใน 2-5 วัน

  • ความปลอดภัย: ผู้ที่มีลิ่มเลือด โรคตับ โรคหัวใจ หรือประจำเดือนมาไม่ปกติ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเสมอ

การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนเป็นทางเลือกที่ผู้หญิงหลายคนใช้เพื่อหลีกเลี่ยงความไม่สะดวกในช่วงที่มีกิจกรรมสำคัญ เช่น การเดินทางท่องเที่ยว การประชุมสำคัญ หรือการเข้าร่วมงานอีเวนต์ต่าง ๆ 

ยาเลื่อนประจำเดือน เป็นยาเม็ดที่มีตัวยาสำคัญคือ นอร์เอทีสเตอโรน (Norethisterone) ขนาด 5 มิลลิกรัม เป็นฮอร์โมนกลุ่มโปรเจสเตอโรน ออกฤทธิ์มีผลทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกไม่หลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน (จนกว่าจะหยุดยา) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเลื่อนประจำเดือน โดยที่ควรต้องรู้วันที่จะมีประจำเดือนอย่างค่อนข้างแม่นยำ เช่น ประจำเดือนมาทุกๆ วันที่ 29 และมาเป็นประจำ 2-3 วัน แสดงว่าไข่ตกประมาณวันที่ 14-15 

ดังนั้น  หากอยากเลื่อนประจำเดือนออกไปก็ต้องทำให้ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนยังคงมีระดับสูงอยู่ใกล้เคียงระดับตามธรรมชาติในช่วงกลางรอบเดือน  ซึ่งทำได้ด้วยการทานฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนเข้าไปให้นานตามจำนวนวันที่ต้องการเลื่อนประจำเดือนออกไป  จนถึงช่วงที่พร้อมจะมีประจำเดือนแล้วจึงค่อยหยุดยา  ซึ่งเยื่อบุโพรงมดลูกก็จะหลุดออกมาเป็นประจำเดือนในราวประมาณ 2-5 วันหลังยามื้อสุดท้าย

แม้ว่าการเลื่อนประจำเดือนจะมีข้อดีที่ช่วยให้สามารถวางแผนกิจกรรมสำคัญได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องประจำเดือน  แต่ขึ้นชื่อว่ายาเลื่อนประจำเดือนก็ถือเป็นการเบี่ยงเบนการเปลี่ยนแปลงให้ผิดไปจากธรรมชาติ  ดังนั้น  การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนจึงตามมาด้วยสิ่งที่คุณผู้หญิงควรรู้  รวมถึงข้อควรระวังที่ต้องพิจารณาสังเกตอย่างรอบคอบด้วย

ยาเลื่อนประจำเดือน ใช้อย่างไรให้ถูกต้อง

การใช้ยาเลื่อนประจำเดือนอย่างถูกต้องและปลอดภัยต้องได้รับคำแนะนำจากสูตินรีแพทย์ เนื่องจากยานี้เป็นยาฮอร์โมนที่มีผลกระทบต่อระบบร่างกาย การใช้อย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้

ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาเลื่อนประจำเดือน

ก่อนใช้ยาเลื่อนประจำเดือน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและตรวจสอบสุขภาพทั่วไป แพทย์จะประเมินว่าคุณเหมาะสมกับการใช้ยาหรือไม่ และจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้ยาอย่างถูกต้อง

เริ่มรับประทานยาล่วงหน้า

การจะใช้ยาเลื่อนประจำเดือนให้ได้ผลดีในช่วงเวลาที่ถูกต้องตามที่ต้องการนั้น  จะต้องรับประทานยาล่วงหน้าก่อนวันที่คาดว่าประจำเดือนจะมา  โดยปกติแล้วควรเริ่มทานยาก่อนประมาณ 3-4 วัน 

รับประทานยาอย่างต่อเนื่อง

รับประทานยาครั้งละ 1 เม็ด  โดยส่วนใหญ่แล้วแพทย์จะแนะนำให้ทานวันละ 2-3 ครั้ง  เพื่อรักษาระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน  ในร่างกายให้คงที่  ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด  หากลืมทานยามื้อใดก็ควรรีบทานทันทีที่จำได้  เพื่อป้องกันระดับของฮอร์โมนลดต่ำไปจนอาจมีการลอกตัวของเยื่อบุโพรงมดลูกเป็นประจำเดือนได้

หยุดใช้ยาเมื่อพร้อม

เมื่อคุณผู้หญิงพร้อมจะให้ประจำเดือนมาแล้วก็สามารถหยุดใช้ยาได้  ประจำเดือนจะมาในระยะเวลา 2-5 วันหลังจากหยุดใช้ยาแล้ว

ข้อห้ามและข้อควรระวัง: ใครบ้างที่ไม่ควรใช้ยาเลื่อนประจำเดือน?

เพื่อให้ข้อมูลชัดเจนและเข้าใจง่ายสำหรับผู้หญิงทุกคน ตารางด้านล่างนี้สรุปกลุ่มเสี่ยงและข้อควรระวังในการใช้ยาฮอร์โมนเลื่อนประจำเดือนค่ะ

กลุ่มผู้หญิงที่มีความเสี่ยงข้อควรระวัง / ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาฮอร์โมนอาจเกิดอาการแพ้รุนแรง เช่น ผื่นคัน หายใจไม่ออก หรือบวม
ผู้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอกำหนดวันเริ่มทานยาได้ยากและอาจไม่ได้ผล เพราะไม่ทราบวันตกไข่ที่ชัดเจน
ผู้ที่มีโรคประจำตัวโรคหัวใจ, โรคหลอดเลือด, โรคตับ, หรือมะเร็งเต้านม ไม่ควรใช้ยาฮอร์โมน
ผู้ที่มีประวัติการเกิดลิ่มเลือดการใช้ยาฮอร์โมนจะไปเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดในร่างกายได้
ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ (ไม่ทราบสาเหตุ)ยาอาจบดบังอาการของโรคที่ซ่อนอยู่ เช่น ก้อนเนื้อ หรือมะเร็ง ควรพบแพทย์

คำแนะนำเพิ่มเติมในการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน

การเก็บรักษายา เก็บยาในที่แห้งและเย็น ห่างจากแสงแดดและความชื้น

 

การติดตามผลข้างเคียง ระวังผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ เวียนหัว น้ำหนักขึ้น อารมณ์แปรปรวน หรืออาการบวมที่หน้าอก หากมีอาการที่รุนแรงหรือผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ทันที

 

การปฏิบัติตัวระหว่างใช้ยา หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาชนิดอื่น ๆ ที่อาจมีผลกระทบต่อระดับฮอร์โมนได้ รักษาสุขภาพทั่วไปด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และดื่มน้ำมาก ๆ

 

ข้อห้ามและข้อควรระวังในการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน

 

ผู้ที่มีประวัติการแพ้ยาฮอร์โมน การใช้ยาฮอร์โมนอาจทำให้เกิดอาการแพ้ เช่น ผื่นคัน หายใจไม่ออก หรือบวม

 

ผู้ที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ หรือไม่สามารถคาดเดาวันที่จะมีประจำเดือนได้แม่นยำ  การกำหนดวันรับประทายาเลื่อนประจำเดือนจะทำได้ยากและอาจไม่ได้ผล  เนื่องจากไม่ทราบวันตกไข่ที่แน่ชัด  อย่างไรก็ตาม  ควรลองปรึกษาสูติ-นรีแพทย์เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับคุณผู้หญิงแต่ละคนซึ่งอาจแตกต่างกันได้

 

ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด โรคตับ หรือมะเร็งเต้านม

 

ผู้ที่มีประวัติการเกิดลิ่มเลือด การใช้ยาฮอร์โมนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือด

 

ผู้ที่มีเลือดออกผิดปกติ และยังไม่ทราบว่าเลือดนั้นเป็นประจำเดือนหรือไม่ หรือมีสาเหตุจากอะไรแน่ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาก้อนเนื้อหรือมะเร็งและสาเหตุที่แน่ชัด เนื่องจากการกินยาเลื่อนประจำเดือนอาจบดบังอาการของโรคได้ 

 

กรณีที่ไม่ทราบว่าตั้งครรภ์อยู่ก่อน  การทานยาเลื่อนประจำเดือนยังถือว่าปลอดภัยต่อการตั้งครรภ์  เนื่องจากร่างกายจะสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์  เพื่อรองรับการเจริญของตัวอ่อน  พอตัวอ่อนเกิดการฝังตัวแล้วฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนจะยิ่งเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้นยาเลื่อนเลื่อนประจำเดือนจึงไม่มีผลต่อการตั้งครรภ์ 



ผู้ที่กินยาคุมกำเนิดเป็นประจำสม่ำเสมอ  หากมีความประสงค์จะเลื่อนประจำเดือนออกไป  ก็สามารถทำได้โดยทานยาคุมกำเนิดที่ทานอยู่ (เม็ดที่มีฮอร์โมน  ไม่ใช่เม็ดยาบำรุง) ต่อไปอีก  หากหมดแผงก็สามารถเริ่มทานแผงใหม่ได้ต่อเนื่องไปจนกว่าต้องการให้มีประจำเดือนจึงหยุดทานยาคุมนั้น  

 

การปรึกษาแพทย์ ควรปรึกษาแพทย์เสมอก่อนการใช้ยาเลื่อนประจำเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าการใช้ยานี้เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับคุณ

การตัดสินใจใช้ยาเลื่อนประจำเดือนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องและปลอดภัย แพทย์จะช่วยประเมินความเสี่ยงและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยาเลื่อนประจำเดือนให้เหมาะสมกับสุขภาพของแต่ละบุคคล

ยาเลื่อนประจำเดือนเป็นทางเลือกที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถจัดการกับรอบประจำเดือนได้ตามความต้องการ แม้ว่าจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็ต้องระมัดระวังถึงผลข้างเคียงและข้อห้ามในการใช้ การปรึกษาแพทย์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้ยาอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ควรทำความเข้าใจและรับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

เช็คสุขภาพให้ชัวร์ ด้วยการตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิง

การตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิงเป็นการประเมินระดับฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพทั่วไป ความสมดุลของฮอร์โมนสามารถส่งผลต่อระบบสืบพันธุ์ การทำงานของร่างกาย และสุขภาพจิตใจ บทความนี้จะอธิบายถึงความสำคัญของการตรวจฮอร์โมน ขั้นตอนการตรวจ และฮอร์โมนสำคัญที่ควรตรวจ

ความสำคัญของการตรวจฮอร์โมน

  1. การประเมินสุขภาพสืบพันธุ์การตรวจฮอร์โมนสามารถช่วยในการวินิจฉัยปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ เช่น ภาวะมีบุตรยาก รอบประจำเดือนที่ไม่สม่ำเสมอ หรือภาวะวัยหมดประจำเดือน
  2. การตรวจหาภาวะผิดปกติของต่อมไทรอยด์การทำงานของทั้งรังไข่และต่อมไทรอยด์ล้วนอยู่ภายใต้การควบคุมของต่อมใต้สมอง (Pituitary gland) เช่นเดียวกัน  ภาวะการทำงานผิดปกติของต่อมใต้สมองจึงมีผลกระทบต่อทั้งรังไข่และต่อมไทรอยด์ได้  ปกติแล้วต่อมไทรอยด์จะควบคุมการเผาผลาญพลังงาน  รวมถึงการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกาย  การทำงานที่ผิดปกติของต่อมไทรอยด์อาจเป็นความผิดปกติของตัวต่อมไทรอยด์เองหรือเกิดจากความผิดปกติของต่อมใต้สมองซึ่งจะส่งผลให้รังไข่ทำงานผิดปกติได้ด้วย  การทำงานที่ผิดปกติของต่อมไทรอยด์จึงอาจมีผลกระทบทั้งโดยตรงและโดยอ้อมต่อการทำงานของรังไข่ได้
  3. การประเมินภาวะสมดุลของฮอร์โมนการตรวจฮอร์โมนช่วยให้ทราบถึงความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งสามารถส่งผลต่ออารมณ์ การนอนหลับ น้ำหนักตัว และสุขภาพผิว

ตรวจตรวจฮอร์โมนพื้นฐานสำหรับผู้หญิง ที่ BNH ตรวจด้วยวิธีการเจาะเลือด ดูระดับการทำงานของฮอร์โมนเพศหญิง

ให้คำแนะนำและให้การดูแลรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

  • Follicle Stimulating Hormone (FSH) ฮอร์โมนที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตและพัฒนาของไข่ในรังไข่ มีความสำคัญต่อการทำงานของระบบสืบพันธุ์
  • Estradiol (E2)  ฮอร์โมนเอสโตรเจนชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของระบบสืบพันธุ์และสมดุลของฮอร์โมนเพศในผู้หญิง
  • Thyroid Stimulating Hormone(TSH) ฮอร์โมนที่ควบคุมการทำงานของต่อมไทรอยด์ซึ่งมีผลต่อการเผาผลาญพลังงานและการเจริญเติบโต
  • Prolactin ฮอร์โมนที่ช่วยในการสร้างน้ำนมและมีบทบาทสำคัญในการทำงานของระบบสืบพันธุ์
  • Vitamin D (25-Hydroxy vitamin D total) วิตามินที่จำเป็นต่อสุขภาพกระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน เพื่อช่วยให้ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับผลการตรวจและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม นอกจากนี้ แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลที่ตรงตามความต้องการ  และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อสุขภาพ

ดูแลสุขภาพสตรีอย่างครบวงจร ที่ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช BNH Women’s Health Centre

ด้วยประสบการณ์อันยาวนานในการดูแลสุขภาพ ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาลบีเอ็นเอช พร้อมให้บริการในทุกมิติของสุขภาพสตรี ด้วยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านนรีเวชโดยเฉพาะ ศูนย์มะเร็งนรีเวช (Gynecology Centre) พร้อมให้คำปรึกษา บริการกตรวจคัดกรองโรค ดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค และการผ่าตัดทางนรีเวช อย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำและมีประสิทธภาพ ให้คุณผู้หญิงมั่นใจในการใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี

FAQ

1. ยาเลื่อนประจำเดือน คืออะไร?
ยาเลื่อนประจำเดือน คือยาฮอร์โมนสังเคราะห์ในกลุ่มโปรเจสเตอโรน (Norethisterone) ที่ออกฤทธิ์ช่วยประคองเยื่อบุโพรงมดลูกไม่ให้หลุดลอกออกมาเป็นประจำเดือน ทำให้เราสามารถเลื่อนรอบเดือนออกไปชั่วคราวได้
2. ทำไมต้องเริ่มกินยาเลื่อนประจำเดือนล่วงหน้า 3-4 วัน?
เพราะฮอร์โมนในยาต้องใช้เวลาในการดูดซึมและเข้าไปรักษาระดับโปรเจสเตอโรนในร่างกายให้คงที่ก่อนที่เยื่อบุมดลูกจะเริ่มลอกตัว หากทานกระชั้นชิดเกินไปอาจจะไม่ได้ผลและมีเลือดประจำเดือนหลุดรอดออกมาได้
3. ยาเลื่อนประจำเดือน กินอย่างไรให้ได้ผลและปลอดภัย?
ควรเริ่มทานล่วงหน้า 3-4 วันก่อนประจำเดือนมา ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 2-3 ครั้งตามแพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ห้ามลืมทานเด็ดขาด และเมื่อหยุดยา ประจำเดือนจะกลับมาภายใน 2-5 วัน
4. คนท้องกินยาเลื่อนประจำเดือนได้ไหม มีอันตรายหรือไม่?
ในกรณีที่ไม่ทราบว่าตั้งครรภ์แล้วเผลอทานเข้าไป ถือว่าปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ เนื่องจากยาเป็นฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน ซึ่งเป็นฮอร์โมนชนิดเดียวกับที่ร่างกายสร้างขึ้นเพื่อรองรับการฝังตัวของตัวอ่อนอยู่แล้ว
5. ถ้ากินยาคุมกำเนิดแบบรายเดือนอยู่แล้ว จะเลื่อนประจำเดือนอย่างไร?
ผู้ที่ทานยาคุมกำเนิดเป็นประจำ ไม่จำเป็นต้องซื้อยาเลื่อนประจำเดือนเพิ่ม สามารถเลื่อนได้โดยการทานยาคุมเม็ดฮอร์โมนต่อไปเรื่อยๆ (ข้ามเม็ดยาบำรุงหรือเม็ดแป้งไป) หมดแผงก็ขึ้นแผงใหม่ได้เลย เมื่อต้องการให้ประจำเดือนมาค่อยหยุดทาน

Ref: spineinfo| emedicinehealth| hss | clevelandclinic

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ
สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

นพ. บุญเลิศ เตรียมอมรวุฒิ

ศูนย์สุขภาพสตรี

ความชำนาญพิเศษ

สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา ภาษาที่ใช้

ภาษา

ไทย, อังกฤษ

ทำนัดหมาย


– วุฒิบัตรสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, 2534


– แพทย์ประจำบ้าน สาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา, มหาวิทยาลัยมหิดล, 2533
– แพทยศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2527

ตารางออกตรวจแพทย์
วัน เวลา แผนก
จันทร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
อังคาร 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
พฤหัสบดี 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี
ศุกร์ 09:00 – 17:00 ศูนย์สุขภาพสตรี