Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ขั้นตอนและการเตรียมตัวส่องกล้องลำไส้ใหญ่

คลิกเลือกอ่านหัวข้อที่ท่านสนใจ

ส่องกล้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด รวดเร็ว เจ็บน้อย ฟื้นไว

     การเตรียมตัวส่องกล้องคัดหรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy Step) ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก  เพราะนอกจากจะช่วยให้เห็นรอยโรคชัดเจนแล้ว ยังช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นผู้ที่เข้ารับการส่องกล้อง มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนเข้ารับการส่องกล้อง เพื่อประสิทธิภาพที่ดี และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้ารับรักษา 

การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่

  1.  กรณีมีโรคประจำตัวและยาที่ต้องใช้ประจำ ให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาในการหยุดยาบางตัวที่มีผลต่อการส่องกล้องตรวจ จำพวกยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Warfarin, Ticlid , Clopidrogrel หรือ NSAID (Non-steroidal anti -inflammatory drugs) วิตามินอี Fish oil อย่างน้อย 5 วัน ก่อนทำการตรวจ
  2.  ทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย งดทานผักผลไม้ ล่วงหน้า 2 วัน เพื่อเตรียมลำไส้
  3.  ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ผ่าน Video call ฟรี ก่อนเข้ารับการส่องกล้อง (ซักประวัติโรคประจำตัว อธิบายแผนการตรวจรักษา ข้อบ่งชี้ ภาวะแทรกซ้อน) แจ้งแพทย์หากท่านแพ้ยา หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ
  4.  หลังจากปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้วจะมีพยาบาลเฉพาะทางติดต่อกลับ เพื่อแนะนำช่องทางสำหรับดูวิธีการเตรียมตัว และทำนัดวันเข้ารับการส่องกล้อง
  5.  งดเนื้อสัตว์ งดน้ำผลไม้สีเข้ม เช่น น้ำองุ่น ซุปไก่สกัด นมทุกชนิด   แนะนำให้ทานเพียงอาหารเหลวใส เช่น ซุปใส น้ำผลไม้ หรือเยลลี่ 1 วันก่อนตรวจ
  6.  เข้ามาเตรียมลำไส้ที่โรงพยาบาลภายใต้การดูแลของพยาบาลเฉพาะทางในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในช่วงบ่าย  (ในกรณีที่คนไข้สะดวกเลือกทานยาที่บ้านทางโรงพยาบาลมีบริการจัดส่งยาไปให้ที่บ้านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

ขั้นตอนการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

ขั้นตอนในวันส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

  • เมื่อท่านมาถึงโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (กรุณาติดต่อที่ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ ชั้น 3)

สำหรับท่านที่เตรียมตัวที่โรงพยาบาล

  1.  เข้ารับการประเมิน ซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด และเตรียมลำไส้ที่โรงพยาบาลภายใต้การดูแลของพยาบาลเฉพาะทางในช่วงเช้า ในห้องพักส่วนตัว
  2.  และเข้ารับการส่องกล้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารเมื่อลำไส้พร้อม
  3.  หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น 1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี
  4.  ฟังผลจากแพทย์ ณ วันส่องกล้อง

สำหรับท่านที่เตรียมตัวมาจากที่บ้าน

  1.  เข้ารับการประเมิน ซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด และทำการสวนอุจจาระอีกครั้งก่อนเข้าห้องตรวจ เพื่อประสิทธิภาพของการส่องกล้อง
  2.  เริ่มทำกระบวนการส่องกล้อง
  3.  หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น 1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี
  4.  ฟังผลจากแพทย์ ณ วันส่องกล้อง

      * เวลาส่องกล้องอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาในการสวนล้างลำไส้

กระบวนการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

  1.  ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้ายในท่างอเข่าชิดกับหน้าอก
  2.  แพทย์ให้ยานอนหลับและอาจให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย จากนั้นแพทย์จะใส่กล้องส่องตรวจเข้าทวารหนักเพื่อตรวจลำไส้ใหญ่ ใช้เวลาในการทำประมาน 25-30 นาที
  3.  หากพบความผิดปกติหรือรอยโรคในลำไส้ใหญ่ แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติมและสามารถตัดเนื้องอกที่มีขนาดไม่ใหญ่ได้
  4.  หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น 1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี
  5. สังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปวดท้อง ท้องแข็ง แน่นอึดอัดท้องมาก กดเจ็บ มีไข้สูง อาเจียน
  6. สังเกตอาการอุจจาระ อาจมีเลือดปน ถ้ามีเลือกออกมากผิดปกติให้รายงานแพทย์
  7.  สามารถฟังผลการส่องกล้องได้ภายในวันที่มารับการส่องกล้อง

 

คำแนะนำหลังการส่องกล้อง

  1.  ในกรณีที่คนไข้เลือกส่องกล้องโดยใช้ยาระงับความรู้สึก(ดมยาสลบ) งดการขับรถหรือทำงานในวันที่มารับการส่องกล้องตรวจ ไม่อนุญาตให้ขับรถเอง จึงต้องมีผู้ดูแลพาผู้ป่วยกลับบ้าน 
  2.  ปฎิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ และมาพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อติดตามอาการ โดยเฉพาะในรายที่มีการส่งชิ้นเนื้อตรวจ เพื่อฟังผลชิ้นเนื้อ
หมายเหตุ
  • หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาที่ใช้ประจำว่าจะมีผลต่อการตรวจหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ตรวจ ก่อนเข้ารับการตรวจ 
  • ผู้ป่วยต้องเซ็นต์ชื่อลงในใบยินยอมก่อนการตรวจ ในกรณีที่ท่านมีอายุน้อยกว่า 20 ปีจะต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์ชื่อในใบยินยอมแทน โดยแพทย์จะเป็นผู้อธิบายให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้ และภาวะแทรกซ้อนของหัตถการดังกล่าว

ให้ "การส่องกล้องทางเดินอาหาร" ของคุณเป็นเรื่องง่าย❗️

หมดกังวลเรื่องคิวนาน ! แผนก Digestive Care Centre โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

✔️บริการเต็มรูปแบบทุกวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น เราก็พร้อมให้บริการส่องกล้องทางเดินอาหารแบบครบวงจรทุกวัน

✔️ สะดวกและมั่นใจ ด้วยการเตรียมลำไส้ในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องในช่วงบ่าย
✔️ ดูแลพิเศษ โดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการเตรียมลำไส้
✔️ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับการเตรียมลำไส้

ข้อดีของการส่องกล้องที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

  • มีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ทางระบบทางเดินอาหาร คอยดูแลอย่างใกล้ชิด 
  • มีเครื่องมือที่ทันสมัย ส่องกล้องด้วย AI และ NBI เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย
  • มีห้องพักสำหรับการเตรียมตัวส่องกล้องแบบส่วนตัว หมดความกังวลแม้คุณมาเองเพียงลำพัง
  • ทีมพยาบาลเฉพาะทางดูแลและเตรียมยาระบายให้ท่านตามกระบวนการและเวลาที่เหมาะสม หมดกังวลเรื่องถ่ายยาก ถ่ายไม่หมด หรือปวดขับถ่ายระหว่างเดินทาง
  • หากตรวจพบความผิดปกติสามารถดูแล รักษาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
  • มีการติดตามอาการหลังส่องกล้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยของเราปลอดภัย
  • สะดวก สบาย ครบ จบใน 1 วัน ทั้งการเตรียมลำไส้และการส่องกล้อง
" ให้ศูนย์ทางเดินอาหารเรา ได้ดูแลทางเดินอาหารคุณ "

คำถามที่พบบ่อย

Q : การเตรียมตัวส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่

A : การเตรียมตัวส่องกล้องกระเพาะอาหารผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหาร 6 – 8 ชั่วโมง ส่วนการเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และรับประทานยาระบายก่อนตรวจ กรณีที่ผู้ป่วยทานยากลุ่มละลายลิ่มเลือด การแข็งตัวของเม็ดเลือด แนะนำให้งดก่อนส่องกล้อง 5 – 7 วัน หรือเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนส่องกล้อง

 

Q : ส่องกล้องต้องนอนโรงพยาบาลไหม

A : การส่องกล้องทางเดินอาหารเป็นหัตถการที่ใช้เวลาในการทำไม่นาน ขั้นตอนการเตรียมตัวคนไข้สามารถเตรียมมาจากที่บ้านได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล

 

Q : ส่องกล้องลําไส้ใหญ่ นานไหม

A : สำหรับขั้นตอน ณ ช่วงที่แพทย์ทำหัตถการในการตรวจลำไส้ใหญ่ จะใช้เวลาในการทำประมาน 25-30 นาที

 

Q : หลังส่องกล้องจะมีอาการอย่างไร จำเป็นต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลหรือไม่

A : หลังส่องกล้องอาจมีอาการง่วงซึมจากยา แพทย์จะให้นอนพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการ หากไม่มีอาการใด ๆ จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่จะไม่แนะนำให้ขับรถเอง

 

Q : หากแพทย์พบติ่งเนื้อจะทำอย่างไร

A : แพทย์สามารถทำการตัดได้ทันที ผ่านการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ และส่งตรวจติ่งเนื้อเพื่อวินิจฉัยโรคต่อไป

 

Q : หากพบติ่งเนื้อและตัดออกมาได้ จะรักษามะเร็งได้ไหม

A : ข้อมลูพบว่าการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และตัดติ่งเนื้อสม่ำเสมอ สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ถือเป็นการตรวจที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างดี

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจ

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่ LINE

  • นพ. สยาม ไทยอุดม

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • ศ.พญ. ดวงพร วีระวัฒกานนท์

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ครอบครัว , อายุรศาสตร์ , อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • นพ. สุเทพ วนิชผล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • ศ. พญ. วโรชา มหาชัย

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • รศ.พญ. ศิวะพร ไชยนุวัติ

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ณัฐสุดา เบญจชินชัยกุล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • รศ. นพ. พรเทพ อังศุวัชรากร

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์ อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. พฤกษา อนันต์ชื่นสุข

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ลักษณา โชครุ่งวรานนท์

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ศรัณย์รัตน์ เตยวัฒนะชัย

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์ อนุสาขา อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ศลิษา เวทย์นฤมาณ

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคทางเดินอาหารและตับ