Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ขั้นตอนและการเตรียมตัวส่องกล้องลำไส้ใหญ่

คลิกเลือกอ่านหัวข้อที่ท่านสนใจ

ส่องกล้องไม่น่ากลัวอย่างที่คิด รวดเร็ว เจ็บน้อย ฟื้นไว

     การเตรียมตัวส่องกล้องคัดหรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy Step) ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก  เพราะนอกจากจะช่วยให้เห็นรอยโรคชัดเจนแล้ว ยังช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที ดังนั้นผู้ที่เข้ารับการส่องกล้อง มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนเข้ารับการส่องกล้อง เพื่อประสิทธิภาพที่ดี และเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้ารับรักษา 

การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่

  1.  กรณีมีโรคประจำตัวและยาที่ต้องใช้ประจำ ให้ปรึกษาแพทย์ เพื่อพิจารณาในการหยุดยาบางตัวที่มีผลต่อการส่องกล้องตรวจ จำพวกยาละลายลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Warfarin, Ticlid , Clopidrogrel หรือ NSAID (Non-steroidal anti -inflammatory drugs) วิตามินอี Fish oil อย่างน้อย 5 วัน ก่อนทำการตรวจ
  2.  ทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย งดทานผักผลไม้ ล่วงหน้า 2 วัน เพื่อเตรียมลำไส้
  3.  ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร ผ่าน Video call ฟรี ก่อนเข้ารับการส่องกล้อง (ซักประวัติโรคประจำตัว อธิบายแผนการตรวจรักษา ข้อบ่งชี้ ภาวะแทรกซ้อน) แจ้งแพทย์หากท่านแพ้ยา หรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ
  4.  หลังจากปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรียบร้อยแล้วจะมีพยาบาลเฉพาะทางติดต่อกลับ เพื่อแนะนำช่องทางสำหรับดูวิธีการเตรียมตัว และทำนัดวันเข้ารับการส่องกล้อง
  5.  งดเนื้อสัตว์ งดน้ำผลไม้สีเข้ม เช่น น้ำองุ่น ซุปไก่สกัด นมทุกชนิด   แนะนำให้ทานเพียงอาหารเหลวใส เช่น ซุปใส น้ำผลไม้ หรือเยลลี่ 1 วันก่อนตรวจ
  6.  เข้ามาเตรียมลำไส้ที่โรงพยาบาลภายใต้การดูแลของพยาบาลเฉพาะทางในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารในช่วงบ่าย  (ในกรณีที่คนไข้สะดวกเลือกทานยาที่บ้านทางโรงพยาบาลมีบริการจัดส่งยาไปให้ที่บ้านฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย)

ขั้นตอนการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

ขั้นตอนในวันส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่

  • เมื่อท่านมาถึงโรงพยาบาลบีเอ็นเอช (กรุณาติดต่อที่ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ ชั้น 3)

สำหรับท่านที่เตรียมตัวที่โรงพยาบาล

  1.  เข้ารับการประเมิน ซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด และเตรียมลำไส้ที่โรงพยาบาลภายใต้การดูแลของพยาบาลเฉพาะทางในช่วงเช้า ในห้องพักส่วนตัว
  2.  และเข้ารับการส่องกล้องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารเมื่อลำไส้พร้อม
  3.  หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น 1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี
  4.  ฟังผลจากแพทย์ ณ วันส่องกล้อง

สำหรับท่านที่เตรียมตัวมาจากที่บ้าน

  1.  เข้ารับการประเมิน ซักประวัติสุขภาพอย่างละเอียด และทำการสวนอุจจาระอีกครั้งก่อนเข้าห้องตรวจ เพื่อประสิทธิภาพของการส่องกล้อง
  2.  เริ่มทำกระบวนการส่องกล้อง
  3.  หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น 1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี
  4.  ฟังผลจากแพทย์ ณ วันส่องกล้อง

      * เวลาส่องกล้องอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาในการสวนล้างลำไส้

กระบวนการตรวจส่องกล้องลำไส้ใหญ่

  1.  ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้ายในท่างอเข่าชิดกับหน้าอก
  2.  แพทย์ให้ยานอนหลับและอาจให้ยาแก้ปวดร่วมด้วย จากนั้นแพทย์จะใส่กล้องส่องตรวจเข้าทวารหนักเพื่อตรวจลำไส้ใหญ่ ใช้เวลาในการทำประมาน 25-30 นาที
  3.  หากพบความผิดปกติหรือรอยโรคในลำไส้ใหญ่ แพทย์อาจตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยาเพิ่มเติมและสามารถตัดเนื้องอกที่มีขนาดไม่ใหญ่ได้
  4.  หลังส่องกล้องเสร็จผู้ป่วยจะได้รับการดูแลต่อที่ห้องพักฟื้น 1 – 2 ชั่วโมง หรือจนตื่นดี
  5. สังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น เช่น ปวดท้อง ท้องแข็ง แน่นอึดอัดท้องมาก กดเจ็บ มีไข้สูง อาเจียน
  6. สังเกตอาการอุจจาระ อาจมีเลือดปน ถ้ามีเลือกออกมากผิดปกติให้รายงานแพทย์
  7.  สามารถฟังผลการส่องกล้องได้ภายในวันที่มารับการส่องกล้อง

 

คำแนะนำหลังการส่องกล้อง

  1.  ในกรณีที่คนไข้เลือกส่องกล้องโดยใช้ยาระงับความรู้สึก(ดมยาสลบ) งดการขับรถหรือทำงานในวันที่มารับการส่องกล้องตรวจ ไม่อนุญาตให้ขับรถเอง จึงต้องมีผู้ดูแลพาผู้ป่วยกลับบ้าน 
  2.  ปฎิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ และมาพบแพทย์ตามนัดหมายเพื่อติดตามอาการ โดยเฉพาะในรายที่มีการส่งชิ้นเนื้อตรวจ เพื่อฟังผลชิ้นเนื้อ
หมายเหตุ
  • หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับยาที่ใช้ประจำว่าจะมีผลต่อการตรวจหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ตรวจ ก่อนเข้ารับการตรวจ 
  • ผู้ป่วยต้องเซ็นต์ชื่อลงในใบยินยอมก่อนการตรวจ ในกรณีที่ท่านมีอายุน้อยกว่า 20 ปีจะต้องให้ผู้ปกครองเซ็นต์ชื่อในใบยินยอมแทน โดยแพทย์จะเป็นผู้อธิบายให้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้ และภาวะแทรกซ้อนของหัตถการดังกล่าว

ให้ "การส่องกล้องทางเดินอาหาร" ของคุณเป็นเรื่องง่าย❗️

หมดกังวลเรื่องคิวนาน ! แผนก Digestive Care Centre โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

✔️บริการเต็มรูปแบบทุกวัน ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น เราก็พร้อมให้บริการส่องกล้องทางเดินอาหารแบบครบวงจรทุกวัน

✔️ สะดวกและมั่นใจ ด้วยการเตรียมลำไส้ในช่วงเช้า และเข้ารับการส่องกล้องในช่วงบ่าย
✔️ ดูแลพิเศษ โดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนของการเตรียมลำไส้
✔️ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม สำหรับการเตรียมลำไส้

ข้อดีของการส่องกล้องที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

  • มีทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ทางระบบทางเดินอาหาร คอยดูแลอย่างใกล้ชิด 
  • มีเครื่องมือที่ทันสมัย ส่องกล้องด้วย AI และ NBI เทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย
  • มีห้องพักสำหรับการเตรียมตัวส่องกล้องแบบส่วนตัว หมดความกังวลแม้คุณมาเองเพียงลำพัง
  • ทีมพยาบาลเฉพาะทางดูแลและเตรียมยาระบายให้ท่านตามกระบวนการและเวลาที่เหมาะสม หมดกังวลเรื่องถ่ายยาก ถ่ายไม่หมด หรือปวดขับถ่ายระหว่างเดินทาง
  • หากตรวจพบความผิดปกติสามารถดูแล รักษาได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
  • มีการติดตามอาการหลังส่องกล้อง เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ป่วยของเราปลอดภัย
  • สะดวก สบาย ครบ จบใน 1 วัน ทั้งการเตรียมลำไส้และการส่องกล้อง
" ให้ศูนย์ทางเดินอาหารเรา ได้ดูแลทางเดินอาหารคุณ "

คำถามที่พบบ่อย

Q : การเตรียมตัวส่องกล้องกระเพาะอาหารและลำไส้ใหญ่

A : การเตรียมตัวส่องกล้องกระเพาะอาหารผู้ป่วยต้องงดน้ำงดอาหาร 6 – 8 ชั่วโมง ส่วนการเตรียมตัวก่อนส่องกล้องลำไส้ใหญ่ ควรงดน้ำและอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และรับประทานยาระบายก่อนตรวจ กรณีที่ผู้ป่วยทานยากลุ่มละลายลิ่มเลือด การแข็งตัวของเม็ดเลือด แนะนำให้งดก่อนส่องกล้อง 5 – 7 วัน หรือเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายก่อนส่องกล้อง

 

Q : ส่องกล้องต้องนอนโรงพยาบาลไหม

A : การส่องกล้องทางเดินอาหารเป็นหัตถการที่ใช้เวลาในการทำไม่นาน ขั้นตอนการเตรียมตัวคนไข้สามารถเตรียมมาจากที่บ้านได้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล

 

Q : ส่องกล้องลําไส้ใหญ่ นานไหม

A : สำหรับขั้นตอน ณ ช่วงที่แพทย์ทำหัตถการในการตรวจลำไส้ใหญ่ จะใช้เวลาในการทำประมาน 25-30 นาที

 

Q : หลังส่องกล้องจะมีอาการอย่างไร จำเป็นต้องนอนค้างที่โรงพยาบาลหรือไม่

A : หลังส่องกล้องอาจมีอาการง่วงซึมจากยา แพทย์จะให้นอนพักฟื้นเพื่อสังเกตอาการ หากไม่มีอาการใด ๆ จะอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่จะไม่แนะนำให้ขับรถเอง

 

Q : หากแพทย์พบติ่งเนื้อจะทำอย่างไร

A : แพทย์สามารถทำการตัดได้ทันที ผ่านการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ และส่งตรวจติ่งเนื้อเพื่อวินิจฉัยโรคต่อไป

 

Q : หากพบติ่งเนื้อและตัดออกมาได้ จะรักษามะเร็งได้ไหม

A : ข้อมลูพบว่าการส่องกล้องลำไส้ใหญ่และตัดติ่งเนื้อสม่ำเสมอ สามารถลดอัตราการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ถือเป็นการตรวจที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างดี

ช่องทางการซื้อแพ็กเกจ

ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ได้ที่ LINE

  • นพ. สยาม ไทยอุดม

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • ศ.พญ. ดวงพร วีระวัฒกานนท์

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    เวชศาสตร์ครอบครัว , อายุรศาสตร์ , อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • นพ. สุเทพ วนิชผล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • ศ. พญ. วโรชา มหาชัย

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • รศ.พญ. ศิวะพร ไชยนุวัติ

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ณัชชา ชีวะเสรีชล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ณัฐสุดา เบญจชินชัยกุล

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์, อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • รศ. นพ. พรเทพ อังศุวัชรากร

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์ อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. พฤกษา อนันต์ชื่นสุข

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ลักษณา โชครุ่งวรานนท์

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    ระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ศรัณย์รัตน์ เตยวัฒนะชัย

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรศาสตร์ อนุสาขา อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินอาหาร

  • พญ. ศลิษา เวทย์นฤมาณ

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหาร

    ความชำนาญพิเศษ
    โรคทางเดินอาหารและตับ