Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

Lady Ready 1 : แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่

Lady Ready 1 : แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่

แพ็กเกจประกอบด้วย

  • ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Co-Test
  • อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่โดยวิธี Tranvaginal Ultrasound

*ราคาดังกล่าวรวมค่าแพทย์ และค่าบริการโรงพยาบาลแล้ว

เข้ารับบริการได้ที่
ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาล BNH โทร 02-022-0778 หรือ 02-022-0850

แพ็กเกจตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก อัลตร้าซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่

Lady Ready 1: Cotest (Pap smear and HPV DNA test) + Transvaginal Ultrasound

การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี Co-Test

  โรคมะเร็งปากมดลูก (Cervical cancer) เป็นโรคมะเร็งที่พบเป็นอันดับ2 ของผู้หญิงไทย รองจากมะเร็งเต้านม ด้วยเหตุผลดังกล่าว การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันความรุนแรงจากมะเร็งปากมดลูก เนื่องจากการตรวจคัดกรองจะทำให้พบความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งจะทำให้สามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที ปัจจุบันมีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกหลายวิธี ซึ่งวิธีทีแม่นยำมากที่สุดคือ การตรวจทางเซลล์วิทยาร่วมกับการตรวจเชื้อไวรัสเอชพีวี(ความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากกว่า99%)

1.การตรวจทางเซลล์วิทยา หรือที่ที่รู้จักกันในชื่อ ตินแพร็พ แป๊บ เทสต์ (ThinPrep Pap Test) โดยใช้แปรงป้ายเก็บเซลล์จากปากมดลูกแล้วนำมาแกว่งในน้ำยาตินแพร็พ มีลักษณะพิเศษคือ สามารถสลายมูกเลือดและเม็ดเลือดแดงได้ จึงไม่มีมูกเลือดบดบัง เซลล์เรียงตัวแบบบาง ค้นหาเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น ใช้ระบบคอมพิวเตอร์คัดกรองเซลล์และยืนยันเซลล์มะเร็งอีกครั้งด้วยนักเทคนิคการแพทย์ มีความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากถึง74%

2.การตรวจเชื้อไวรัชเอชพีวี โดยการนำเซลล์ปากมดลูกที่ได้จากน้ำยาตินเพร็พไปตรวจหาดีเอ็นเอของเชื้อไวรัสเอชพีวีกลุ่มความเสี่ยงสูง 14 สายพันธุ์ เพื่อพยากรณ์ความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปากมดลูกในอนาคต โดยมีความไวในการตรวจพบความผิดปกติในระยะก่อนเป็นมะเร็งได้มากกว่า96 %

อัลตราซาวด์ดูความสมบูรณ์ของมดลูกและรังไข่โดยวิธี Transvaginal Ultrasound

การอัลตราซาวน์ คือ การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง เมื่อคลื่นเสียงกระทบกับเนื้อเยื่อต่างๆ ซึ่งความสามารถในการผ่านและการสะท้อนกลับไม่เท่ากัน หัวตรวจจะทำหน้าที่รับสัญญาณคลื่นเสียงสะท้อนกลับระดับต่างๆ ซึ่งบอกถึงความหนาแน่น และความลึกของเนื้อเยื่อนั้นแล้วนำสัญญาณที่ได้รับมาประมวลผลสร้างเป็นภาพขึ้นมา  ซึ่งสามารถช่วยตรวจวินิจฉัยลักษณะมดลูก เนื้องอกมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก ลักษณะรังไข่ที่ปกติและผิดปกติ

โดยแพทย์จะสอดหัวตรวจอัลตร้าซาวด์ที่มีความแตกต่างจากหัวตรวจผ่านเข้าไปทางช่องคลอด ข้อดีคือหัวตรวจจะเข้าไปใกล้ตำแหน่งมดลูกและรังไข่ได้มากกว่าการตรวจทางหน้าท้อง จึงสามารถมองเห็นภาพของมดลูกและรังไข่จากจอมอนิเตอร์ได้ชัดเจนกว่าและไม่ต้องรอเวลาในการกลั้นปัสสาวะ

คำแนะนำการใช้บริการ

  • กรุณาทำนัดล่วงหน้าก่อนเข้ารับบริการ

ก่อนเข้ารับบริการ

  • ไม่ควรเข้ารับการตรวจขณะมีประจำเดือน แนะนำให้เข้ารับการตรวจหลังประจำเดือนหมด อย่างน้อยประมาณ 3 วัน
  • ก่อนเข้ารับการตรวจ ไม่ควรสวนล้างช่องคลอด หรือใช้ยาเหน็บทางช่องคลอด อย่างน้อย 2 วัน
  • หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ก่อนเข้ารับการตรวจอย่างน้อย 1 วัน
  • กรณีมีประจำเดือน และปวดท้องประจำเดือนอย่างมาก สามารถปรึกษาแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนหมดก่อน
  • ปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนการตรวจ
  • สวมเสื้อผ้าที่ใส่สบาย ไม่รัดจนเกินไป 
  • ไม่อยู่ในช่วงที่มีประจำเดือน ช่วงระยะเวลาที่เหมาะสมในการตรวจแมมโมแกรมคือ ช่วง 7-14 วัน หลังมีประจำเดือน
  • การตรวจแมมโมแกรม ไม่ควรทาโลชั่นหรือแป้งฝุ่นบริเวณหน้าอกและรักแร้รวมถึงยาหรือสเปรย์ระงับกลิ่นตัว เนื่องจากสิ่งเหล่านี้มีสารที่จะให้ลักษณะเหมือนหินปูนที่ผิดปกติที่พบในมะเร็ง
  • เต้านมในภาพแมมโมแกรม ทำให้การวินิจฉัยที่ผิดพลาดได้
  • สำหรับผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์หรือสงสัยว่าตั้งครรภ์ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบก่อน เพราะเป็นข้อควรหลีกเลี่ยงในการทำแมมโมแกรม โดยจะทำเฉพาะอัลตราซาวด์เท่านั้น

หลังเข้ารับบริการ

  • หากมีผลการตรวจพบการอักเสบหรือมีเซลล์เปลี่ยนแปลงผิดปกติที่ปากมดลูกให้มาติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่องทุกครั้ง
  • ควรได้รับการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์

เข้ารับบริการได้ที่

ศูนย์สุขภาพสตรี โรงพยาบาล BNH โทร 02-022-0778 หรือ 02-022-0850