ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ไม่ใช่แค่โรคหวัดธรรมดา สำหรับกลุ่มเสี่ยงที่มีร่างกายอ่อนแอ และอาจนำไปสู่อาการแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงตายได้
เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ (Influenza A) เป็นหนึ่งในโรคติดเชื้อทางเดินหายใจที่สำคัญและพบได้บ่อยในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะในฤดูฝนและฤดูหนาว ไวรัสชนิดนี้สามารถกลายพันธุ์และแพร่ระบาดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการระบาดในวงกว้างและอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในกลุ่มเสี่ยง การป้องกันและดูแลสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนควรใส่ใจ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอเป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากไวรัส Influenza A ซึ่งมีความสามารถในการกลายพันธุ์สูงและแพร่ระบาดได้รวดเร็วกว่าไข้หวัดธรรมดา ไวรัสชนิดนี้สามารถแบ่งออกเป็นสายพันธุ์ย่อยที่พบได้บ่อย ได้แก่ H1N1 และ H3N2 เชื้อไวรัสสามารถแพร่ระบาดได้ทั้งจากสัตว์สู่คนและจากคนสู่คน
กลไกการแพร่เชื้อของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอแพร่กระจายผ่านทางละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการพูดคุยของผู้ป่วย รวมถึงการสัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่มีเชื้อไวรัสแล้วนำมือมาสัมผัสปาก จมูก หรือดวงตา เชื้อไวรัสมีระยะฟักตัวประมาณ 1-4 วันหลังได้รับเชื้อ
ผู้เป็นโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอจะมีอาการอย่างไร
อาการของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอมักเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันและรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส หนาวสั่น
- ปวดศีรษะ
- อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ
- ไอ เจ็บคอ คัดจมูก น้ำมูกไหล
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน มักพบบ่อยในเด็ก
- ในบางรายอาจท้องเสีย ถ่ายเหลว
อาการจะรุนแรงในช่วง 3 วันแรก และจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 7-14 วัน สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาการอาจยืดเยื้อและมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูงขึ้น
ภาวะแทรกซ้อนของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอที่อาจเกิดขึ้นได้
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอสามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น:
- ปอดอักเสบ (Pneumonia)
- หลอดลมอักเสบ
- หูชั้นกลางอักเสบ
- ภาวะหายใจล้มเหลว
- กล้ามเนื้ออักเสบ
- ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ
- อาการชักจากไข้สูงในเด็กเล็ก
- อาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตในบางราย
กลุ่มเสี่ยงที่ควรระวังไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
กลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ได้แก่:
- เด็กเล็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี
- ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- สตรีมีครรภ์
- ผู้ป่วยโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน โรคไต โรคตับ
- ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง
- ผู้ที่มีน้ำหนักตัวเกิน 100 กิโลกรัม
- ผู้ที่ได้รับยากดภูมิหรือสเตียรอยด์
- ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด
การตรวจวินิจฉัยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอมีวิธีการอย่างไร
แพทย์จะวินิจฉัยจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และอาจใช้การตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น:
- การตรวจหาเชื้อไวรัสจากสารคัดหลั่งในโพรงจมูกหรือคอ (Swab test)
- การตรวจแบบ PCR (Polymerase Chain Reaction) เพื่อแยกสายพันธุ์
- การตรวจแอนติเจน (Antigen test)
มีวิธีใดบ้างที่ใช้เพื่อรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
การรักษาไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก ได้แก่:
- การรักษาตามอาการ
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ดื่มน้ำมาก ๆ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- ใช้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล ควรหลีกเลี่ยงแอสไพรินในเด็ก
- การใช้ยาต้านไวรัส
ในบางกรณีที่อาการรุนแรงหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น Oseltamivir, Baloxavir marboxil เพื่อช่วยลดความรุนแรงและระยะเวลาของโรค โดยควรเริ่มใช้ภายใน 48 ชั่วโมงแรกหลังมีอาการ
เราสามารถป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอได้อย่างไร
- การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่
วัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ โดยควรฉีดปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
การฉีดวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อและภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
- การปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
- สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ
- หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วย
- ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล
- ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
- หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดี
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอและครอบครัว
หากมีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ควรพักผ่อนอยู่บ้านและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้อื่น
หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 4-7 วัน หรือมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ควรรีบพบแพทย์ทันที
เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวควรได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด
สรุป
ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนและการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด แม้ว่าคนทั่วไปจะมีอาการจะไม่รุนแรง แต่ในกลุ่มเสี่ยงอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ การรู้เท่าทันโรคและปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์จะช่วยให้เราสามารถป้องกันและดูแลตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ
Q: ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอแตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร
A: ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอมีอาการรุนแรงกว่า อาการเกิดขึ้นเฉียบพลันและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูงกว่าไข้หวัดธรรมดา
Q: ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เมื่อไร
A: ควรฉีดวัคซีนก่อนฤดูฝนหรือฤดูหนาว และสามารถฉีดได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
Q: หากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอ ควรทำอย่างไร?
A: พักผ่อน ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานยาตามอาการ และหากอาการรุนแรงหรือไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ทันที
Ref: Clevelandclinic, Mayoclinic
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
-
พญ. ไอรีน ยินออง เกียรติกวานกุล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
อายุรกรรมทั่วไป -
นพ. จรัน มาลฮอตรา
ศูนย์ตรวจสุขภาพ | แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
เวชปฏิบัติทั่วไป -
รศ. นพ. ฉันชาย สิทธิพันธุ์
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคปอดและทรวงอก -
ผศ. ดร. นพ. ชัยชนะ นิ่มนวล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
จิตเวชศาสตร์ -
รศ. นพ. ฐิตเวทย์ ตุมราศวิน
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคข้อและรูมาตอยด์ -
นายแพทย์ ณัฐวุฒิ เกษทอง
แผนกอายุรกรรม | ศูนย์สมองและระบบประสาท
ความชำนาญพิเศษ
ประสาทวิทยา -
นพ. นพพล ลีลายุวัฒนกุล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคระบบการหายใจและภาวะวิกฤตโรคระบบการหายใจ -
พญ. นวลศรี แตระกุล
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
อายุรกรรมทั่วไป -
พญ. นิวัน กลิ่นงาม
แผนกอายุรกรรม | แผนกผู้ป่วยวิกฤต
ความชำนาญพิเศษ
อายุรศาสตร์โรคระบบทางเดินหายใจ และเวชบำบัดวิกฤต -
พญ. ปิยาภัสร์ จิตภิรมย์
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
จิตเวช, จิตเวชเด็กและวัยรุ่น -
ผศ. นพ. พรเลิศ ฉัตรแก้ว
แผนกอายุรกรรม | แผนกห้องผ่าตัด
ความชำนาญพิเศษ
วิสัญญีวิทยา -
นพ. ยุทธนา บุษยวิทย์
แผนกอายุรกรรม
ความชำนาญพิเศษ
โรคภูมิแพ้