สรุปสาระสำคัญ
ประคบเย็น (Cold Compress): ใช้ทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ บาดเจ็บเฉียบพลัน มีอาการบวม แดง ร้อน (ภายใน 24-48 ชั่วโมงแรก) เพื่อให้เส้นเลือดหดตัว ห้ามเลือด และลดอาการอักเสบ
ประคบร้อน (Hot Compress): ใช้เมื่อพ้น 48 ชั่วโมงไปแล้ว (หรือเมื่ออาการบวมลดลง) รวมถึงใช้กับอาการปวดตึงกล้ามเนื้อเรื้อรัง (เช่น ออฟฟิศซินโดรม) เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดและคลายกล้ามเนื้อ
ข้อควรระวังขั้นเด็ดขาด: ห้ามประคบร้อนในบริเวณที่กำลังบวมแดง มีแผลเปิด หรือมีเลือดออกเด็ดขาด เพราะจะยิ่งทำให้เลือดออกและบวมอักเสบหนักกว่าเดิม
เมื่อเกิดการบาดเจ็บ ! เราจะประคบร้อนหรือประคบเย็นดี ?
คำถามนี้ คุณหมอมีคำตอบค่ะ
การประคบร้อน
เป็นการให้ความร้อนกับบริเวณที่เราต้องการ เพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณเลือดมาเลี้ยงที่บริเวณนั้น ๆ ให้มีการไหลเวียนเลือดได้ดี ทำให้มีการแลกเปลี่ยนสารอาหาร เกิดการซ่อมแซมได้ดีขึ้น รวมถึงทำให้มีการยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อและเส้นเอ็น หรือข้อต่อ บริเวณนั้น ๆ มากขึ้น ช่วยลดการบาดเจ็บและฟื้นฟูที่เกิดขึ้นได้
ข้อบ่งชี้ ในการประคบร้อน
- ใช้หลังจากเกิดการบาดเจ็บ 48 ชั่วโมงแรก
- ลดปวดจากกล้ามเนื้อ เช่น ปวดหลัง ปวดคอ เป็นต้น
- ลดการตึงตัวของกล้ามเนื้อ
- ลดอาการปวดข้อต่าง ๆ เช่น ปวดข้อมือ ปวดข้อเท้า เป็นต้น
- ลดการอักเสบที่เป็นมาเรื้อรัง
ข้อห้าม ในการประคบร้อน
- ห้ามประคบตรงบริเวณที่ขาดเลือดมาเลี้ยง
- ผู้ที่มีโรคเลือดออกง่าย
- ผู้ที่มีการรับความรู้สึกผิดปกติ เช่น กลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน
- ผู้ที่มีปัญหาในการสื่อสาร
- บริเวณที่จะประคบมีก้อนเนื้อร้าย
- เป็นอุบัติเหตุ หรือการอักเสบเฉียบพลัน
- บริเวณที่มีอาการบวม
- บริเวณที่มีเลือดออก
วิธีการประคบร้อน
แพทย์จะแนะนำให้ประคบร้อนครั้งละ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อลดอาการปวด และคลายกล้ามเนื้อ โดยอุณหภูมิควรอยู่ระหว่าง 37-40 c. และไม่ควรเกิน 45 c.
การประคบเย็น
เป็นการทำให้บริเวณที่เราต้องการรักษามีเลือดมาเลี้ยงลดลง (เป็นการห้ามเลือด) เป็นการลดการอักเสบที่เกิดขึ้น ลดอาการเจ็บของกล้ามเนื้อ ลดอาการกระตุก และลดความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อบริเวณนั้น ๆ
ข้อบ่งชี้ ในการประคบเย็น
- ใช้สำหรับการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงแรกใน 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการอักเสบ ปวด บวม
- ใช้ในกลุ่มกล้ามเนื้ออักเสบ
- ใช้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีกล้ามเนื้อกระตุก
- ใช้ลดอักเสบของข้อ เอ็น หรือกล้ามเนื้อ
- ใช้กับผิวที่เกิดจากการไหม้
ข้อห้ามและข้อควรระวัง ในการประคบเย็น
- ผู้ที่ทนความเย็นไม่ไหว หรือไวต่อความเย็น
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องเส้นเลือดแดง
- ผู้ที่มีการรับความรู้สึกผิดปกติ
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร
- ผู้ที่มีปัญหาเรื่องความเย็นเหนี่ยวนำความผิดปกติของเส้นประสาท
วิธีการประคบเย็น
แพทย์จะแนะนำให้ใช้ความเย็นที่ 18-27 c. นาน 15-20 นาที อาจจะใช้เจลหรือถุงน้ำแข็งทำขึ้นเอง โดยใช้ถุงพลาสติกห่อน้ำแข็งและใช้ผ้าหุ้มอีกชั้น แล้วนำมาประคบบริเวณที่บาดเจ็บ
สรุปสั้น ๆ หากเกิดเหตุการณ์จริง ๆ ขึ้น ก็งงว่าควรทำยังไงกันแน่นะ !?
ถ้าเรามีอุบัติเหตุหรือบาดเจ็บขึ้นมา แนะนำก่อนเลยว่าให้ประคบเย็นไปเลยค่ะ ตั้งแต่แรกถึง 48 ชั่วโมง และถ้ายังบวมอยู่ แนะนำว่าควรประคบเย็นไปก่อนแม้ว่าจะเกิน 48 ชั่งโมง ไปแล้วก็ตาม โดยประคบไปเลยค่ะ 15-20 นาที อย่าลืมใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ ห่อถุงน้ำแข็งหรือตัวบลูเจล (blue gel) ก่อนนะคะ ประคบได้ 3-4 ครั้งต่อวัน (แอบแถมให้ว่าควรยกขาสูง อย่าเดินหรือห้อยขาเยอะ เพื่อลดบวมด้วยค่ะ)
หลังจากนั้น 48 ชั่วโมง หรือ ถ้าอาการบวมลดลงแล้ว
แนะนำให้ประคบอุ่นต่อได้ค่ะ โดยอาจใช้ถุงน้ำร้อน ประคบที่ 15-20 นาที 2-3 ครั้ง/วัน ได้ค่ะ
โดยหลักการที่กล่าวไปข้างต้นทั้งหมดนี้ สามารถนำไปใช้กับอาการปวดต่าง ๆ ได้ทุกอย่างที่มีอาการ เพียงแค่ทำความเข้าใจกับอาการของตัวท่านเองก่อน
ดังนั้น ไม่ว่าจะปวดเข่า ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดข้อมือ ปวดข้อศอก ปวดแขน ปวดข้อเท้า เป็นต้น ก็สามารถนำวิธีการและหลักการข้างต้นไปใช้ได้ทั้งหมดค่ะ
ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการประคบร้อนและประคบเย็น (FAQ)
1. หกล้ม หัวโน ปูดบวม ควรประคบร้อนหรือประคบเย็น?
2. ปวดประจำเดือน ควรประคบแบบไหนถึงจะหายปวด?
3. ออฟฟิศซินโดรม ปวดคอบ่าไหล่เรื้อรัง ควรใช้วิธีไหน?
ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์ | Appointment
พญ. ธิมาพร บำรุงเชาว์เกษม
แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด
สาขาเฉพาะทาง
เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด
ภาษา
ไทย, อังกฤษ
– Rehabilitation Medicine
– Cardiac rehabilitation
– Geriatric rehabilitation
– Pain rehabilitation
– Neurological rehabilitation
– Swallowing rehabilitation
– Hand rehabilitation
– Lerdsin Hospital
– Ramathibodi Hospital
– The incidence of cognitive dysfunction in CABG Patients at Ramathibodi Hospital (E-poster presentation in AOCPRM 2013, Holiday Inn Hotel, Chiangmai)
– Thai Board of Physical Medicine & Rehabilitation, Ramathibodi Hospital ,Mahidol University (2013)
– 2008 Doctor of Medicine Rangsit University
– Residency Rehabilitation Medicine Faculty of Medicine Ramathibodi Hospital, Mahidol University
– Thai Board of Rehabilitation Medicine
ตารางออกตรวจแพทย์
| วัน | เวลา | แผนก |
|---|---|---|
| อังคาร | 08:00 – 18:00 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| พุธ | 08:00 – 15:30 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| พฤหัสบดี | 08:00 – 15:30 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| ศุกร์ | 08:00 – 20:00 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |
| เสาร์ | 08:00 – 16:00 | แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู และกายภาพบำบัด |