อาการโรคมือเท้าปาก ระบาดในโรงเรียน
วิธีรับมือและทำความสะอาดบ้านจากหมอโรคติดเชื้อ
สรุปสาระสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่
- อันตรายของสายพันธุ์ EV71: โรคมือเท้าปากมีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่น่ากังวลที่สุดคือ EV71 เพราะสามารถเข้าไปทำลายก้านสมองและทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้
- ล้างมือคือหัวใจสำคัญ: เชื้อไวรัสติดต่อผ่านการสัมผัสเป็นหลัก การล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดอย่างน้อย 20 วินาที มีประสิทธิภาพในการตัดวงจรโรค
- วัคซีนป้องกันได้: ปัจจุบันมีนวัตกรรมวัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากสายพันธุ์ EV71 สำหรับเด็กอายุระหว่าง 6 เดือน-6 ปี ซึ่งช่วยลดความรุนแรงของโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อนทางสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อถึงช่วงเปิดเทอมหรือฤดูฝน “โรคมือเท้าปาก” มักจะเป็นโรคอันดับต้นๆ ที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ เพราะเป็นโรคที่แพร่กระจายในกลุ่มเด็กเล็กได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ลูกไปโรงเรียนหรือเล่นของเล่นร่วมกับเพื่อน ก็มีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อกลับมาที่บ้านได้ทันที
แม้ว่าโรคมือเท้าปากส่วนใหญ่จะสามารถหายเองได้ แต่สิ่งที่กุมารแพทย์ให้ความสำคัญคือการเฝ้าระวัง “สายพันธุ์ดุ” ที่แฝงตัวมากับการระบาด บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึงวิธีการรับมือ การทำความสะอาดบ้านเพื่อตัดวงจรเชื้อโรค และข้อมูลการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรักปลอดภัย
1. ทำไม "โรคมือเท้าปาก" ถึงระบาดหนักในโรงเรียนและเนอสเซอรี่?
โรคมือเท้าปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease – HFMD) เกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) ซึ่งแพร่กระจายได้ง่ายมากผ่านการสัมผัสโดยตรงกับน้ำลาย น้ำมูก น้ำเหลืองจากตุ่มพอง หรืออุจจาระของผู้ติดเชื้อ
ในสถานที่ที่มีเด็กเล็กอยู่รวมกันเยอะๆ อย่างโรงเรียนอนุบาล nursery daycare หรือ playgroup เด็กๆ มักจะเล่นคลุกคลีกัน มีการแชร์พื้นที่หรือของเล่นที่ใช้ร่วมกัน และบางครั้งอาจมีการหยิบจับสิ่งของเข้าปาก ทำให้เชื้อไวรัสสามารถส่งต่อจากเด็กคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
(นอกจากโรคมือเท้าปากแล้ว ในสภาพแวดล้อมของโรงเรียนยังมีไวรัสระบบทางเดินหายใจที่ติดต่อได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ ลูกไอหนัก หอบเหนื่อย แยกอาการ RSV ไข้หวัดใหญ่ พร้อมวิธีดูแลและป้องกัน)
2. โรคมือเท้าปากสายพันธุ์ดุ (EV71) อันตรายถึงสมองจริงหรือ?
อาการทั่วไปของโรคมือเท้าปาก คือ มีไข้ เจ็บคอ มีจุดแดงหรือแผลในปากบริเวณคอหอยส่วนหลัง มีตุ่มนูนแดงหรือตุ่มน้ำใสขึ้นตามแขน ขา มือ เท้า ซึ่งส่วนใหญ่โรคสามารถหายเองได้ โดยอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 7-10 วัน
แต่สิ่งที่ หมอโรคติดเชื้อในเด็ก เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือการติดเชื้อ สายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) ซึ่งมักมีความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์อื่น ประมาณ 1-2 เปอร์เซ็นต์ของผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อ สายพันธุ์เอนเทอโรไวรัส 71 (EV71) จะมีภาวะแทรกซ้อนในระบบประสาทส่วนกลาง เช่น brainstem encephalitis, acute flaccid myelitis เป็นต้น ทำให้สมองหรือไขสันหลังอักเสบเกิดความเสียหาย มีความพิการทางระบบประสาทตามมา หรืออาจเสียชีวิตได้
สัญญาณเตือนอันตรายที่แพทย์ต้องเฝ้าระวังว่าผู้ป่วยเด็กโรคมือเท้าปากอาจกำลังมีภาวะแทรกซ้อนในระบบประสาทด้วย เช่น ไข้สูงมากกว่า 3 วันขึ้นไป ซึมมาก งอแงมากผิดปกติ อาเจียนซ้ำๆ แขนขาอ่อนแรง แขนขากระตุก กลอกตากระตุก หรือมีการทรงตัวผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาทีมแพทย์ ศูนย์พัฒนาการและพฤติกรรมเด็ก รพ. BNH เพื่อประเมินการทำงานของระบบประสาทร่วมกับกุมารแพทย์โรคติดเชื้อทันที
3. เช็กลิสต์จุดบอดเชื้อโรคในบ้าน โรงเรียน และวิธีกำจัดที่ถูกต้อง
เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกรับเชื้อซ้ำ หรือแพร่เชื้อให้คนอื่น การทำความสะอาดพื้นผิว สิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย บ้าน โรงเรียน สถานที่เด็กใช้ร่วมกัน คือสิ่งจำเป็นที่สุด เชื้อไวรัสในกลุ่มนี้สามารถเกาะติดและมีชีวิตอยู่บนพื้นผิวสิ่งของต่างๆ ได้เป็นเวลานาน
นี่คือจุดบอดที่พ่อแม่ต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่เหมาะสม:
- ลูกบิดกลอนประตู
- สวิตช์ไฟ
- ราวบันได
- พื้นที่นั่งเล่น เบาะนอน
- ของเล่น และคอกกั้นเด็ก
- โต๊ะทานข้าว และเก้าอี้เด็ก
- ก๊อกน้ำ และอ่างล้างมือ
- โถส้วม และสายฉีดชำระ
นอกจากนี้ไม่ควรแชร์ของใช้ส่วนตัว ภาชนะใส่อาหาร จาน ชาม ช้อนส้อม แก้วน้ำดื่ม กับผู้อื่น ควรมีช้อนกลางในการตักอาหารหากทานอาหารร่วมกัน
"การล้างมือ" พื้นฐานที่ทรงพลังที่สุดในการฆ่าเชื้อ
การเช็ดล้างของเล่นอาจไม่เพียงพอ หากละเลยสุขอนามัยส่วนบุคคล ในประเด็นนี้ พญ. พิณทิพย์ สุชาติลิขิตวงศ์ กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ รพ. BNH ได้เน้นย้ำถึงวิธีที่ง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูงสุดไว้ว่า
“Hand hygiene คือ การล้างมือที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ล้างน้ำเปล่า… แต่ต้องล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือน้ำยาฆ่าเชื้อเนื่องจาก enterovirus เป็นไวรัสชนิดไม่มีเปลือกหุ้ม จึงตายได้ยาก และต้องถูมือให้ทั่วถึงทุกซอกทุกมุม นานอย่างน้อย 20 วินาที (ร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ดเดย์สองรอบ) … การล้างมือที่ถูกต้องยังเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโรคติดเชื้ออื่นๆ ด้วย”
4. นวัตกรรม "วัคซีน EV71" เกราะป้องกันสำคัญสำหรับเด็กเล็ก
ข่าวดีสำหรับคุณพ่อคุณแม่ในปัจจุบันคือ เรามีเครื่องมือทางการแพทย์ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากสายพันธุ์รุนแรงได้แล้ว นั่นคือ วัคซีนป้องกันโรคมือเท้าปากสายพันธุ์ EV71 วัคซีนตัวนี้ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ EV71 โดยเฉพาะ ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่พบภาวะแทรกซ้อนรุนแรงทางสมองได้มากกว่าสายพันธุ์อื่นๆ
- ช่วงอายุที่เหมาะสม: แนะนำให้ฉีดในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือน ถึงก่อนครบ 6 ปี ซึ่งเป็นวัยที่มีความเสี่ยงติดเชื้อและมีอาการรุนแรงสูงที่สุด
- รูปแบบการฉีด: แบ่งการฉีดออกเป็น 2 เข็ม โดยเว้นระยะห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน
แม้การฉีดวัคซีน EV71 จะไม่สามารถป้องกันโรคมือเท้าปากจากไวรัสสายพันธุ์อื่น (เช่น สายพันธุ์ coxsackievirus) ได้ทั้งหมด แต่ก็เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงและภาวะแทรกซ้อนทางสมองของโรคมือเท้าปาก
เตรียมความพร้อมก่อนเปิดเทอม เพื่อความอุ่นใจของครอบครัว
โรคมือเท้าปากไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่การมีความรู้ที่ถูกต้อง การดูแลสุขอนามัย และการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวัคซีน จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถออกไปเรียนรู้และสนุกกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนได้อย่างปลอดภัย
ที่ ศูนย์กุมารเวชกรรม โรงพยาบาล BNH มีทีมกุมารแพทย์เฉพาะทางที่พร้อมให้คำปรึกษาเรื่องตารางการรับวัคซีน EV71 รวมถึงการประเมินและดูแลรักษาเมื่อลูกน้อยมีอาการเจ็บป่วย ด้วยความละเอียดรอบคอบและมาตรฐานระดับสากล
บทความโดย
ผศ. พญ. พิณทิพย์ สุชาติลิขิตวงศ์
แผนกกุมารเวช
สาขาเฉพาะทาง
กุมารเวชศาสตร์โรคติดเชื้อ
คำถามที่พบบ่อย (FAQs) เกี่ยวกับโรคมือเท้าปากในเด็ก
ถาม: แอลกอฮอล์เจลล้างมือ สามารถฆ่าเชื้อโรคมือเท้าปากได้หรือไม่?
ตอบ: แอลกอฮอล์เจลมีประสิทธิภาพในการฆ่าเชื้อไวรัสที่มีชั้นไขมันหุ้มได้ดี แต่ไวรัสในกลุ่มที่ก่อให้เกิดโรคมือเท้าปาก (Enterovirus) เป็นไวรัสที่ไม่มีชั้นไขมันหุ้ม (Non-enveloped virus) ทำให้ทนทานต่อแอลกอฮอล์เจลทั่วไป วิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดเชื้อนี้คือการล้างมือด้วยน้ำสะอาดและสบู่เป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาที
ถาม: ผู้ใหญ่สามารถติดโรคมือเท้าปากจากเด็กได้หรือไม่?
ตอบ: สามารถติดได้ ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กใกล้ชิดมีโอกาสรับเชื้อจากการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย หรือการเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็ก แม้ผู้ใหญ่มักจะไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่ก็สามารถเป็นพาหะนำเชื้อไปแพร่ให้เด็กคนอื่นในบ้านได้ การล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังดูแลผู้ป่วยเด็กจึงสำคัญมาก
ถาม: ลูกเคยเป็นโรคมือเท้าปากมาแล้ว สามารถเป็นซ้ำได้อีกหรือไม่?
ตอบ: สามารถเป็นซ้ำได้ เนื่องจากโรคมือเท้าปากเกิดจากไวรัสได้หลายสายพันธุ์ (เช่น สายพันธุ์ Coxsackie A16, A6, Enterovirus 71 และอื่นๆ) เมื่อเด็กติดเชื้อและหายดีแล้ว ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์นั้นๆ เท่านั้น หากได้รับเชื้อสายพันธุ์อื่นในอนาคต ก็ยังมีโอกาสป่วยเป็นโรคมือเท้าปากได้อีกครั้ง