Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

✨Translated by AI

ไม่ใช้ถุงยางเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หรือใช้ของใช้ส่วนตัวกับคนอื่น เสี่ยงโรคเริม

เริม คือ โรคติดเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดแผลที่ปากหรืออวัยวะเพศ การแพร่เชื้อเกิดขึ้นได้ง่าย จากการสัมผัสแผลหรือสารคัดหลั่ง และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้

เรื่องทั่วไปเกี่ยวกับเริม

เริม หรือ Herpes Simplex เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบได้บ่อยในประชากรทั่วโลก สามารถเกิดได้ทั้งบริเวณปาก (oral herpes) และอวัยวะเพศ (genital herpes) โรคนี้แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่สามารถสร้างความรำคาญและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก การรู้จักโรคเริมจึงสำคัญเพื่อการดูแลตัวเองและป้องกันการแพร่เชื้อได้อย่างถูกวิธี

เริมคืออะไร

เริม คือ โรคติดเชื้อไวรัสที่เกิดจากเชื้อ Herpes Simplex Virus (HSV) แบ่งเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่

HSV-1: มักทำให้เกิดแผลบริเวณปาก หรือที่เรียกว่า “แผลร้อนใน” หรือ “Cold sore”

HSV-2: มักทำให้เกิดแผลบริเวณอวัยวะเพศ หรือ “Genital herpes”

ทั้งสองชนิดสามารถก่อให้เกิดโรคได้ทั้งบริเวณปากและอวัยวะเพศ ขึ้นอยู่กับวิธีการรับเชื้อ

ผู้เป็นโรคเริมจะมีอาการอย่างไร

อาการทั่วไปของเริม

  • ตุ่มน้ำใสขนาดเล็กที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม
  • หลังจากตุ่มแตกจะกลายเป็นแผลตื้น ๆ และตกสะเก็ด
  • อาจมีอาการคัน แสบร้อน หรือปวดบริเวณที่เป็นแผล
  • อาการอื่น ๆ เช่น มีไข้ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโตในบางราย

อาการตามตำแหน่งของเริม

  • ปาก (Oral Herpes) แผลหรือตุ่มน้ำใสบริเวณริมฝีปาก เหงือก เพดานปาก ลิ้น หรือรอบ ๆ ปาก
  • อวัยวะเพศ (Genital Herpes) แผลหรือตุ่มน้ำใสที่อวัยวะเพศ ทวารหนัก ก้น ต้นขาด้านใน อาจมีตกขาวหรือปัสสาวะแสบขัดร่วมด้วย

ผู้ป่วยโรคเริมสามารถเป็นซ้ำได้หรือไม่

หลังติดเชื้อครั้งแรก ไวรัสจะซ่อนตัวอยู่ในปมประสาทและอาจกลับมาเป็นซ้ำได้อีก

ปัจจัยกระตุ้นการเป็นซ้ำ เช่น ความเครียด ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การเจ็บป่วย การมีประจำเดือน หรือโดนแดดจัด

โรคเริมสามารถติดต่อและแพร่เชื้อผ่านทางใด

  • ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับแผลหรือตุ่มน้ำใส เช่น การจูบ การมีเพศสัมพันธ์ หรือการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ มีดโกน ผ้าเช็ดตัว
  • HSV-1 มักติดต่อผ่านการสัมผัสทางปาก ส่วน HSV-2 มักติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • สามารถแพร่เชื้อได้แม้ไม่มีแผลปรากฏ เพราะไวรัสสามารถหลั่งออกมาทางน้ำลายหรือสารคัดหลั่งได้ตลอดเวลา

การตรวจวินิจฉัยเริมมีวิธีการอย่างไร

  • แพทย์จะวินิจฉัยจากลักษณะอาการและประวัติการสัมผัสโรค
  • อาจตรวจเพิ่มเติมโดยการเก็บตัวอย่างจากแผลไปเพาะเชื้อ หรือเจาะเลือดตรวจหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ HSV
  • ในบางกรณีที่อาการไม่ชัดเจน อาจต้องตรวจแยกเชื้อเพื่อยืนยัน

มีวิธีใดบ้างที่ใช้เพื่อรักษาเริม

ยาต้านไวรัส

  • Acyclovir, Famciclovir, Valacyclovir: เป็นยาหลักที่ใช้รักษาเริม ช่วยลดระยะเวลาของอาการและป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงหรือเป็นซ้ำบ่อย อาจต้องกินยาต่อเนื่องระยะยาว

การดูแลตนเอง

  • ประคบเย็นเพื่อลดอาการปวดและบวม
  • รักษาความสะอาดบริเวณแผล
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลหรือเกาแผลเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
  • ใช้ลิปบาล์มหรือครีมกันแดดสำหรับผู้ที่เป็นเริมที่ปาก
  • สวมใส่เสื้อผ้าที่โปร่งสบายสำหรับเริมที่อวัยวะเพศ

สมุนไพรและการแพทย์ทางเลือกที่รักษาเริมได้

มีการศึกษาการใช้สมุนไพรไทย เช่น ฟ้าทะลายโจร (Clinacanthus nutans) และ Crotalaria bracteata Roxb. ex DC. ในการบรรเทาอาการของโรคเริม พบว่าช่วยลดระยะเวลาการตกสะเก็ดของแผลได้ในบางราย (ควรปรึกษาแพทย์ก่อน)

ภาวะแทรกซ้อนของเริมที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ผู้ป่วย HIV เริมอาจลุกลามหรือเป็นเรื้อรังได้
  • อาจเกิดแผลลึกหรือแผลขนาดใหญ่
  • หากติดเชื้อที่ตา อาจทำให้กระจกตาอักเสบและเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น
  • หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเริมอวัยวะเพศมีโอกาสแพร่เชื้อสู่ทารกขณะคลอด ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อทารกอย่างมาก

เราจะสามารถป้องกันเริมได้อย่างไร

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลหรือสารคัดหลั่งจากผู้ติดเชื้อ
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • ไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงการจูบหรือมีเพศสัมพันธ์ขณะมีแผล
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง พักผ่อนให้เพียงพอ ลดความเครียด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเริม

Q: เริมรักษาหายขาดหรือไม่

A: ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ไวรัสจะซ่อนตัวอยู่ในร่างกายและอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ แต่ยาต้านไวรัสช่วยควบคุมอาการและลดความถี่ของการกลับเป็นซ้ำได้

 

Q: เริมติดต่อทางน้ำลายหรือไม่

A: ใช่ โดยเฉพาะเริมที่ปาก (HSV-1) สามารถติดต่อผ่านน้ำลาย การจูบ หรือการใช้ของใช้ร่วมกัน

 

Q: เริมกับโรคเอดส์เกี่ยวข้องกันหรือไม่

A: ผู้ที่ติดเชื้อ HIV หรือภูมิคุ้มกันต่ำ มีโอกาสเป็นเริมรุนแรงหรือเรื้อรังมากกว่าคนทั่วไป

 

Q: หากตั้งครรภ์และเป็นเริมควรทำอย่างไร?

A: ควรแจ้งแพทย์ทันที เพื่อรับการดูแลและป้องกันการแพร่เชื้อสู่ทารก

สถิติและข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเริม

ประชากรโลกกว่า 64% มีเชื้อ HSV-1 ในร่างกาย และประมาณ 13% ของผู้ใหญ่อายุ 15-49 ปี มีเชื้อ HSV-2

ในประเทศไทย พบผู้ป่วยเริมทั้งที่ปากและอวัยวะเพศในทุกช่วงวัย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

สรุป

โรคเริมเป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบบ่อยและติดต่อได้ง่ายผ่านการสัมผัสกับแผลหรือตุ่มเริม หรือสารคัดหลั่ง แม้จะไม่อันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังเป็นโรคที่รักษาไม่หายขาด จึงอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ การรู้จักโรคจึงสำคัญสำหรับการป้องกันและดูแลตัวเอง

Ref: Mayoclinic, Clevelandclinic

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

ทำนัดหมายแพทย์ออนไลน์​ | Appointment

  • นพ. ชระ สีอร่ามรุ่งเรือง

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • นพ. ศุภโชค ปิตุวงศ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พญ. ณวดี หิรัญรัศ

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • นพ. คงศักดิ์ สุนทราภา

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    อายุรกรรมโรคผิวหนัง

  • นพ. ณัฐพล ลาภเจริญกิจ

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ศัลยกรรมเลเซอร์ทางผิวหนัง ผิวพรรณ และ ความงาม

  • นพ. นภดล นพคุณ

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พ.ญ. ปิยนุช ไชยฤกษ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตรวจโรคผิวหนัง, มะเร็งผิวหนัง, Laser, Botox, Filler

  • พญ. พิรญาณ์ ธำรงธีระกุล

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พญ. วีรุทัย สภานนท์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา (ผิวหนัง)

  • พญ. ธนภร บริบูรณ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา ตจพยาธิวิทยา

  • พญ. นยนันท์ ปริญญโรจน์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา เวชศาสตร์ครอบครัว

  • พญ. ปุญชรัสมิ์ วีระสืบพงศ์

    ศูนย์ผิวพรรณ และความงาม

    ความชำนาญพิเศษ
    ตจวิทยา