Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Heart Arrhythmia)

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะคือความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าที่ควบคุมการเต้นของหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็วเกินไป ช้าเกินไป หรือไม่สม่ำเสมอ บางชนิดของภาวะนี้ไม่เป็นอันตรายและไม่ต้องรักษา ในขณะที่บางชนิดอาจคุกคามถึงชีวิตและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

 

หลายคนมีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะโดยไม่มีอาการและไม่รู้ตัว จนกระทั่งตรวจสุขภาพหรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจจึงพบความผิดปกติ อาการที่พบได้ตั้งแต่รู้สึกใจสั่นเบาๆ ไปจนถึงเจ็บหน้าอกรุนแรงและเป็นลม หากมีอาการฉุกเฉิน เช่น เจ็บหน้าอกรุนแรง หายใจลำบากมาก หรือเป็นลม ควรโทรเรียกความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที

 

ชนิดของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

หัวใจเต้นเร็ว (Tachycardia)

 

หัวใจเต้น ≥ 100 ครั้งต่อนาทีขณะพัก ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่:

  • 1. ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว (Atrial Fibrillation: AF)
    เป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด
    ห้องบนของหัวใจสั่นแทนที่จะบีบตัวปกติ
    เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดและโรคหลอดเลือดสมองอย่างมีนัยสำคัญ
  • 2. ภาวะหัวใจห้องบนกระพือ (Atrial Flutter)
    ห้องบนของหัวใจเต้นเร็วแต่สม่ำเสมอกว่า AF
    อาจเปลี่ยนเป็น AF ได้
  • 3. หัวใจเต้นเร็วชนิดเหนือโพรงหัวใจ (Supraventricular Tachycardia: SVT)
    เกิดจากวงจรไฟฟ้าผิดปกติในส่วนบนของหัวใจ
    มักเริ่มและหยุดอย่างกะทันหัน
  • 4. ภาวะหัวใจห้องล่างเต้นเร็ว (Ventricular Tachycardia: VT)
    ห้องล่างของหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ
    อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษา
  • 5. ภาวะหัวใจห้องล่างสั่นพริ้ว (Ventricular Fibrillation: VF)
    ห้องล่างของหัวใจสั่นอย่างรวดเร็วและไม่มีประสิทธิภาพ
    หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เลย
    เป็นภาวะฉุกเฉินคุกคามชีวิต ต้องช็อกไฟฟ้าทันที

 

หัวใจเต้นช้า (Bradycardia)

 

หัวใจเต้น < 60 ครั้งต่อนาทีขณะพัก (อาจเป็นเรื่องปกติในนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ) ชนิดที่พบบ่อย ได้แก่:

  • 1. กลุ่มอาการโหนดไซนัสผิดปกติ (Sick Sinus Syndrome)
    โหนดไซนัส (จุดเริ่มต้นสัญญาณไฟฟ้าหัวใจ) ทำงานผิดปกติ
    หัวใจเต้นช้าหรือหยุดชั่วคราว
  • 2. บล็อกการนำไฟฟ้าหัวใจ (Heart Block)
    สัญญาณไฟฟ้าส่งผ่านช้าหรือถูกบล็อกระหว่างห้องบนและห้องล่าง
    แบ่งเป็น 3 ระดับ: ระดับ 1 (เล็กน้อย), ระดับ 2 (ปานกลาง), ระดับ 3 (รุนแรง)
    Atrioventricular Block และ Bundle Branch Block เป็นตัวอย่างของการบล็อกในตำแหน่งต่างๆ ของระบบไฟฟ้าหัวใจ

 

หัวใจกระตุกเต้นก่อนเวลา (Premature Beats)

 

เป็นการเต้นพิเศษที่เกิดก่อนจังหวะปกติ มักไม่เป็นอันตราย:

  • 1. การเต้นก่อนจากห้องบน (Premature Atrial Contraction: PAC)
    สัญญาณไฟฟ้าเริ่มจากห้องบนก่อนเวลา
    รู้สึกเหมือนหัวใจพลาดจังหวะ
  • 2. การเต้นก่อนจากห้องล่าง (Premature Ventricular Contraction: PVC)
    สัญญาณไฟฟ้าเริ่มจากห้องล่างก่อนเวลา
    มักไม่อันตราย แต่หากเกิดบ่อยอาจต้องรักษา

 

อาการและสัญญาณ

 

ผู้ป่วยหลายรายไม่มีอาการใดๆ และค้นพบโดยบังเอิญจากการตรวจสุขภาพ อาการที่อาจพบ ได้แก่:

  • รู้สึกใจสั่น หรือเหมือนหัวใจเต้นแรง เต้นสะดุด หรือพลาดจังหวะ
  • หัวใจเต้นเร็วหรือช้าผิดปกติ
  • เจ็บหน้าอก ไม่สบายหน้าอก
  • หายใจลำบาก หายใจสั้น
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด
  • เหงื่อออกมากผิดปกติ
  • รู้สึกจะเป็นลมหรือเป็นลมจริง
  • อ่อนเพลียมากผิดปกติ

 

เมื่อใดควรพบแพทย์

 

ควรนัดพบแพทย์เมื่อมีอาการหัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอเกิดขึ้นซ้ำๆ หรือมีอาการประกอบอื่นๆ

 

สัญญาณเตือนภาวะฉุกเฉิน – ต้องรีบไปห้องฉุกเฉินทันที

 

  • เจ็บหน้าอกรุนแรง
  • หายใจลำบากมาก
  • เป็นลมหรือเกือบเป็นลม
  • สงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย

 

การช่วยเหลือผู้หมดสติ

 

หากพบผู้อื่นหมดสติและสงสัยว่าเป็นภาวะหัวใจหยุดเต้น:

  • โทรเรียกความช่วยเหลือฉุกเฉินทันที
  • ทำการกดหน้าอกอย่างเดียว 100-120 ครั้งต่อนาทีจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง
  • ใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ (AED) หากมี

 

สาเหตุ

 

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือมีสิ่งกระตุ้นให้จังหวะผิดปกติ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่:

 

โรคหัวใจและหลอดเลือด

 

  • โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย
  • โรคกล้ามเนื้อหัวใจ (Cardiomyopathy)
  • โรคลิ้นหัวใจผิดปกติ
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • พังผืดในหัวใจ จากการผ่าตัดหัวใจเดิม
  • ความดันโลหิตสูง

 

โรคและภาวะอื่นๆ

 

  • โรคต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ (ทำงานเกินหรือน้อยเกินไป)
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
  • การติดเชื้อหรือไข้สูง รวมถึงโควิด-19
  • เบาหวาน
  • ความไม่สมดุลของเกลือแร่ เช่น โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม

 

ยาและสารกระตุ้น

 

  • ยาหวัดหรือยาแก้ภูมิแพ้บางชนิด ที่มีสารกระตุ้น
  • คาเฟอีน จำนวนมาก
  • นิโคติน จากการสูบบุหรี่หรือยาสูบ
  • แอลกอฮอล์
  • ยาเสพติด เช่น โคเคน แอมเฟตามีน

 

ปัจจัยอื่นๆ

 

  • ความเครียดและความกังวล
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม ในบางชนิดของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ

 

ปัจจัยเสี่ยง

 

ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่:

  • โรคหัวใจเดิม หรือการผ่าตัดหัวใจมาก่อน
  • ความดันโลหิตสูง
  • โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด
  • โรคต่อมไทรอยด์
  • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
  • ความไม่สมดุลของเกลือแร่ในเลือด
  • การใช้ยาบางชนิดหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
  • การดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน
  • การสูบบุหรี่หรือใช้ยาสูบ
  • การใช้สารเสพติด
  • อายุที่มากขึ้น
  • โรคเบาหวาน และโรคเมตาบอลิกอื่นๆ
  • โรคอ้วน

 

ภาวะแทรกซ้อน

 

ภาวะแทรกซ้อนขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ ได้แก่:

 

ลิ่มเลือดและโรคหลอดเลือดสมอง

 

  • พบบ่อยในผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว (AF)
  • เลือดคั่งในห้องหัวใจทำให้เกิดลิ่มเลือด
  • ลิ่มเลือดหลุดไปอุดหลอดเลือดสมองหรืออวัยวะอื่น

 

ภาวะหัวใจล้มเหลว

 

  • หัวใจเต้นผิดจังหวะเรื้อรังทำให้หัวใจทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
  • หัวใจอ่อนแรงและไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอ

 

การเสียชีวิตเฉียบพลัน

 

  • เกิดจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรง เช่น VF หรือ VT
  • หัวใจหยุดเต้นอย่างกะทันหัน
  • ต้องได้รับการช่วยชีวิตฉุกเฉินทันที

 

การวินิจฉัย

 

การวินิจฉัยภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะอาศัยการตรวจหลายวิธี:

  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) เป็นการตรวจพื้นฐานและสำคัญที่สุด
  • เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบพกพา (Holter monitor) บันทึก 24-48 ชั่วโมง
  • เครื่องบันทึกเหตุการณ์ (Event recorder) สวมใส่หลายสัปดาห์หรือเดือน
  • อัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) ดูโครงสร้างและการทำงานของหัวใจ
  • การทดสอบสมรรถภาพหัวใจขณะออกกำลังกาย ตรวจหาจังหวะผิดปกติเมื่อออกแรง
  • การศึกษาระบบไฟฟ้าหัวใจ (Electrophysiology study) ตรวจหาต้นกำเนิดของจังหวะผิดปกติอย่างละเอียด

 

การรักษา

 

การรักษาขึ้นอยู่กับชนิด ความรุนแรง และสาเหตุของภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ อาจประกอบด้วย:

 

การรักษาด้วยยา

 

  • ยาควบคุมจังหวะหัวใจ
  • ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (สำหรับป้องกันลิ่มเลือดใน AFib)
  • ยาลดความดันโลหิต

 

หัตถการและอุปกรณ์

 

  • การกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (Cardioversion) ช็อกไฟฟ้าเพื่อปรับจังหวะหัวใจให้กลับเป็นปกติ
  • การทำลายเนื้อเยื่อด้วยคลื่น (Ablation) ทำลายเนื้อเยื่อที่ส่งสัญญาณผิดปกติ
  • เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker) ช่วยให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอในผู้ที่หัวใจเต้นช้า
  • เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD) ตรวจจับและกระตุกหัวใจเมื่อเกิดจังหวะผิดปกติอันตราย

 

การป้องกันและการดูแลตนเอง

 

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

  • เลิกสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด
  • จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ หรือหลีกเลี่ยง
  • ระวังการใช้คาเฟอีน หากทำให้อาการแย่ลง
  • หลีกเลี่ยงสารเสพติดและยากระตุ้นทุกชนิด

 

การดูแลสุขภาพ

 

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ตามคำแนะนำของแพทย์
  • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
  • นอนหลับให้เพียงพอและมีคุณภาพ
  • จัดการความเครียด ด้วยการทำสมาธิ โยคะ หรือกิจกรรมผ่อนคลาย

 

การควบคุมโรคประจำตัว

 

  • ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หากเป็นเบาหวาน
  • ควบคุมระดับไขมันในเลือด
  • รักษาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ หากมี

 

การใช้ยาอย่างปลอดภัย

 

  • ทบทวนยาที่รับประทานทุกชนิด กับแพทย์หรือเภสัชกร
  • ระวังยาหวัดและยาแก้ภูมิแพ้ ที่มีสารกระตุ้น
  • ปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือสมุนไพร

 

สรุป

 

ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นความผิดปกติของสัญญาณไฟฟ้าหัวใจที่ทำให้หัวใจเต้นเร็ว ช้า หรือไม่สม่ำเสมอ แม้หลายคนอาจไม่มีอาการจนกว่าจะตรวจพบ แต่บางชนิดอาจเป็นภาวะฉุกเฉินที่คุกคามชีวิต

 

การสังเกตสัญญาณเตือน การลดปัจจัยเสี่ยง และการเข้ารับการประเมินจากแพทย์เมื่อมีอาการสามารถช่วยป้องกันภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหลอดเลือดสมอง ภาวะหัวใจล้มเหลว และการเสียชีวิตเฉียบพลัน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและการควบคุมโรคประจำตัวเป็นสิ่งสำคัญในการจัดการภาวะนี้

 

หากท่านมีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ โดยเฉพาะที่เกิดซ้ำๆ หรือมีอาการประกอบอื่น ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจและรักษาที่เหมาะสม

 

แหล่งข้อมูลอ้างอิง

 

Mayo Clinic. Heart arrhythmia — Symptoms & causes. Mayo Clinic