Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors
Generic selectors
Exact matches only
Search in title
Search in content
Post Type Selectors

Translated by AI

ตรวจภายใน ลดความเสี่ยงก่อนเกิดโรคร้ายในผู้หญิงได้อย่างไร

สรุปสาระสำคัญ

  • การตรวจภายในคืออะไร: การตรวจสุขภาพระบบสืบพันธุ์สตรี (มดลูก ปากมดลูก และรังไข่) เพื่อค้นหาความผิดปกติและคัดกรองรอยโรคก่อนมะเร็ง เช่น มะเร็งปากมดลูก

  • ใครบ้างควรตรวจ: ผู้หญิงที่เคยมีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือมีอายุ 21 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ตกขาวมีกลิ่น เลือดออกนอกรอบเดือน หรือปวดท้องน้อยเรื้อรัง

  • ความรู้สึกขณะตรวจ: ใช้เวลาสั้นๆ เพียงประมาณ 10 นาที ไม่เจ็บ แต่อาจรู้สึกตึงหรือหน่วงเล็กน้อย การทำใจให้สบายและไม่เกร็งจะช่วยให้ตรวจได้ง่ายขึ้น

  • ทำไมถึงสำคัญ: ภัยเงียบทางนรีเวชหลายชนิด เช่น เนื้องอกมดลูก ถุงน้ำรังไข่ และมะเร็งระยะเริ่มต้น มักไม่แสดงอาการ การตรวจเป็นประจำทุกปีช่วยให้พบไว รักษาหายขาดได้

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

การตรวจภายใน คืออะไร ตรวจอะไรบ้าง

การตรวจภายในเป็นการตรวจหาและคัดกรองความผิดปกติของมดลูก ปากมดลูก เยื่อบุโพรงมดลูก รังไข่ ท่อนำไข่ ช่องคลอด และบริเวณโดยรอบ โดยแพทย์จะสอดนิ้วที่สวมถุงมือหนึ่งหรือสองนิ้วเข้าไปในช่องคลอดและกดที่ท้องส่วนล่างด้วยมืออีกข้างหนึ่งเพื่อคลำหาก้อนเนื้อและตรวจดูขนาด รูปร่าง และตำแหน่งของมดลูกและรังไข่ และใช้อุปกรณ์ที่คล้ายปากเป็ดเข้าไปเก็บเซลล์ตัวอย่างที่ปากมดลูกไปตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งมะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในโรคที่ทำให้ผู้หญิงเสียชีวิตมากที่สุด การตรวจพบในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาและป้องกันการลุกลามของโรคได้

นอกจากนี้ หากแพทย์ต้องการผลตรวจที่ละเอียดมากขึ้น แพทย์อาจทำการตรวจอัลตร้าซาวด์ผ่านช่องคลอด พร้อมกับการตรวจภายใน ซึ่งสามารถตรวจความผิดปกติ เช่น ก้อนเนื้อ ถุงน้ำ บริเวณมดลูกและรังไข่ได้ โดยแพทย์จะสอดหัวอัลตร้าซาวด์ผ่านเข้าไปในช่องคลอด ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายท้องด้านล่างเล็กน้อย ซึ่งหัวตรวจจะเข้าไปใกล้ตำแหน่งมดลูกและรังไข่ ทำให้สามารถมองเห็นภาพมดลูกและรังไข่ ผ่านทางจอมอนิเตอร์ได้ชัดเจนมากขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรตรวจภายใน อาการแบบไหนควรตรวจภายใน

แนะนำให้ตรวจภายในในผู้ที่

1. ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้ว หรือมีอายุครบ 21 ปี
2. มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งรังไข่หรือมะเร็งปากมดลูก
3. ปวดเชิงกรานหรือปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
3. มีประจำเดือนผิดปกติ ตกขาวผิดปกติหรือมีเลือดออก
4. ความกังวลเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
5. อาการผิดปกติอื่นๆ บริเวณท้องน้อย หรืออวัยวะเพศ
6. กำลังตั้งครรภ์

ควรตรวจภายในบ่อยแค่ไหน

ผู้หญิงที่มีเพศสัมพันธ์แล้วควรตรวจภายในเป็นประจำทุกปี ร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ซึ่งระยะห่างของการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูก คือ 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้ในการตรวจ

ประโยชน์ของการตรวจภายใน

รายละเอียดการตรวจ

การเตรียมตัวก่อนการตรวจภายใน

ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นพิเศษเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตรวจภายใน แต่หากคุณอยู่ในช่วงมีประจำเดือนในวันที่ทำการตรวจ แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนวันเพื่อตรวจในช่วงที่ประจำเดือนหยุดสนิท แต่หากต้องการหาความผิดปกติระหว่างมีประจำเดือน สามารถพบแพทย์โดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนหยุดก่อนได้เลย

ระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจ

โดยปกติแล้วจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที

การตรวจเจ็บหรือไม่

อาจรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย แต่ไม่ควรรู้สึกเจ็บระหว่างการตรวจ การหายใจเข้าลึก ๆ ช้า ๆ และปัสสาวะก่อนการตรวจสามารถช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบาย หากรู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายระหว่างการตรวจ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ หากกังวลเกี่ยวกับความเจ็บปวด ก่อนที่จะเริ่มการตรวจ สามารถพูดคุยกับแพทย์เพื่อรับคำแนะนำกระบวนการตรวจและแก้ไขข้อกังวล

การตรวจภายในทำอย่างไร วิธีการตรวจภายใน

การเตรียมตัวสำหรับตรวจภายใน
1. ปัสสาวะให้เรียบร้อย
2. ถอดกางเกงชั้นในออก เปลี่ยนเป็นชุดสำหรับตรวจภายใน
3. นอนหงายบนเตียงที่มีขาหยั่ง เลื่อนตัวลงมาและวางขาทั้ง 2 ข้างบนขาหยั่ง แพทย์จะใช้ผ้าคลุมขา 2 ข้างและหน้าท้องด้านล่าง
4. ขณะตรวจควรผ่อนคลาย ไม่เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องหรือช่องคลอด
 
วิธีการตรวจภายใน
1. แพทย์ตรวจดูบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
2. แพทย์จะสอดเครื่องมือที่มีลักษณะคล้ายปากเป็ดเข้าไปในช่องคลอดเบาๆ เพื่อดูความผิดปกติในช่องคลอดและปากมดลูก
3. แพทย์อาจใช้เครื่องมือเข้าไปเก็บเซลล์ตัวอย่างที่ปากมดลูกเพื่อนำไปตรวจหาความผิดปกติ
4. แพทย์อาจสอดนิ้วมือที่สวมถุงมือ 1-2 นิ้วเข้าไปในช่องคลอด และกดเบาๆ ที่หน้าท้องส่วนล่าง 
5. เปลี่ยนเสื้อผ้าหลังการตรวจเสร็จ
 
วิธีการตรวจอัลตร้าซาวด์ทางช่องคลอด
การตรวจมีลักษณะคล้ายกับการตรวจภายใน  โดยแพทย์จะสอดอุปกรณ์หัวอัลตร้าซาวด์เข้าไปทางช่องคลอดและขยับไปตามตำแหน่งต่างๆ โดยหัวตรวจจะทำหน้าที่รับสัญญาณคลื่นเสียงสะท้อนกลับระดับต่างๆ แล้วแสดงผลออกมาเป็นภาพผ่านทางจอมอนิเตอร์
 
สิ่งที่ควรปฏิบัติขณะตรวจภายใน
ควรปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็งหน้าท้อง
 

การเก็บตัวอย่างเซลล์ขณะตรวจภายในเพื่ออะไร

เซลล์ตัวอย่างอาจถูกเก็บเพื่อนำไปตรวจสอบหามะเร็งปากมดลูก, เชื้อไวรัส Human Papilloma virus ซึ่งเป็นไวรัสที่ก่อโรคบริเวณอวัยวะเพศและทวารหนัก เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก หูดหงอนไก่ เป็นต้น และโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

จะทราบผลการตรวจเมื่อไหร่

โดยปกติแล้วผลการตรวจบางอย่างสามารถทราบผลได้ทันที และบางอย่างใช้เวลา 2-3 วัน

ประโยชน์ของการตรวจภายใน

ทำไมผู้หญิงควรตรวจภายใน

การตรวจภายในมีความสำคัญต่อการตรวจสุขภาพระบบสืบพันธ์ุของผู้หญิง นอกจากนี้ยังสามารถตรวจหาโรคที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น มะเร็งหรือการติดเชื้อ

การตรวจพบโรคในระยะแรกจะช่วยให้รักษาได้ทันท่วงที โดยเฉพาะบางโรคไม่มีอาการแสดงในระยะเริ่มแรก เช่น มะเร็งปากมดลูก ก้อนเนื้องอกในมดลูก หรือรังไข่เป็นต้น

ข้อมูลโดย

ภญ. ปฐมา เทพชัยศรี
เภสัชกรคลินิก แผนกเภสัชกรรม
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช

ติดต่อสอบถาม หรือทำนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ผ่าน LINE @MBRACE

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจภายใน (FAQ)

1. ตรวจภายในตอนมีประจำเดือนได้ไหม?

หากเป็นการตรวจคัดกรองสุขภาพทั่วไป หรือตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก (Pap Smear) ควรหลีกเลี่ยงช่วงที่มีประจำเดือน และควรมาตรวจหลังประจำเดือนหมดสนิทแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ได้เซลล์ที่สมบูรณ์และผลตรวจที่แม่นยำ แต่หากมีอาการผิดปกติฉุกเฉิน เช่น เลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมาก หรือปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง สามารถเข้าพบสูตินรีแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ประจำเดือนหมด

2. ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ จำเป็นต้องตรวจภายในหรือไม่?

จำเป็นครับ แม้ผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์จะมีความเสี่ยงมะเร็งปากมดลูกต่ำ แต่เมื่ออายุถึงเกณฑ์ (21 ปีขึ้นไป) หรือมีอาการปวดประจำเดือนรุนแรง ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินหาโรคทางนรีเวชอื่นๆ เช่น เนื้องอกมดลูก หรือถุงน้ำรังไข่ โดยแพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีตรวจอัลตราซาวนด์ทางหน้าท้อง หรือตรวจผ่านทางทวารหนักแทน เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนเยื่อพรหมจารี

3. ตรวจภายใน ต้องงดน้ำงดอาหารไหม และเตรียมตัวอย่างไร?

การตรวจภายในและการทำอัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด "ไม่ต้องงดน้ำและอาหาร" สามารถรับประทานได้ตามปกติ การเตรียมตัวที่สำคัญคือ ควรงดการเหน็บยาในช่องคลอด งดการสวนล้างช่องคลอดลึกๆ และงดการมีเพศสัมพันธ์อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมงก่อนมาตรวจ เพื่อไม่ให้เซลล์บริเวณปากมดลูกเกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของผลตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกได้